“ถ้าเจ้ายังรักชีวิตของคนรอบข้าง จงหยุดยุ่งเรื่องสมุดบันทึกเล่มนั้นเสีย… รินรดา”
เสียงแหบพร่าที่ลอดผ่านเครื่องเปลี่ยนเสียงดังมาจากปลายสาย โทรศัพท์ในมือของรินรดาสั่นสะเทือนจนเกือบหลุดจากอุ้งมือที่เย็นเฉียบ เธอไม่ได้ตอบโต้ในทันที แต่นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
“คุณหลวงพิพัฒน์… หรือใครก็ตามที่บงการอยู่” รินรดากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน “คิดว่าวิธีสกปรกแบบนี้จะหยุดฉันได้งั้นหรือ?”
“หึ… ความกล้าหาญมักมาพร้อมกับความสูญเสียที่เจ้าคาดไม่ถึง”
สายตัดไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานของธามัน รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือไม้ของเธอสั่นเทาจนต้องกำพู่กันในมือไว้แน่น ปลายขนสัตว์แหลมคมแทงทะลุเนื้อกระดาษสาบนโต๊ะจนขาดวิ่น ราวกับใจของเธอในเวลานี้
“ริน… เกิดอะไรขึ้น?” ธามันก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแก้วชาในมือ ทันทีที่เห็นแววตาที่ว่างเปล่าของหญิงสาว เขาก็วางแก้วลงอย่างรวดเร็วแล้วปราดเข้ามาจับไหล่เธอไว้ “รินรดา มองหน้าผม… มีใครข่มขู่คุณใช่ไหม?”
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนจุกอก “ธามัน… คุณควรอยู่ให้ห่างจากฉัน เรื่องนี้มันเกินกว่าการตามหาอดีตของครอบครัวฉันแล้ว พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ความจริง แต่มันต้องการชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง”
ธามันขมวดคิ้วแน่น แววตาเยือกเย็นของเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “ผมไม่เคยเดินถอยหลังในเรื่องที่ผมตัดสินใจแล้ว และโดยเฉพาะเรื่องของคุณ ริน… คุณจำไม่ได้หรือว่าเราสัญญากันว่าอย่างไร”
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินไปถึงไหน เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกจากวัตถุบางอย่าง รินรดากรีดร้องออกมาเบาๆ ขณะที่เศษกระจกบาดเข้าที่หัวไหล่ของเธอ ธามันรีบกระชากตัวเธอลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานไม้สักหนาหนักทันที
“หมอบลง!” เขาตะโกนสั่ง เสียงลมหายใจของเขาหนักหน่วงแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด
รินรดาก้มตัวต่ำ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ในความสลัวของแสงไฟยามค่ำคืน เธอเห็นเงามืดวูบไหวผ่านหน้าต่างบานที่แตกออก มันไม่ใช่เงาของคน แต่มันดูคล้ายกลุ่มควันสีดำสนิทที่แปรเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างประหลาด สัมผัสพิเศษของเธอเตือนภัยรุนแรงจนปวดศีรษะราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
‘ไม่ใช่มนุษย์… นี่ไม่ใช่ฝีมือคนธรรมดา’ รินรดาคิดในใจ
ในขณะที่ธามันหยิบปืนพกออกมาจากลิ้นชักและเล็งไปที่หน้าต่างนั้น เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นบางอย่างตกอยู่บนพรมหน้าโต๊ะ มันเป็นกระดาษจดหมายที่ขอบมีรอยไหม้เกรียมสีดำสนิท รินรดาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยนิ้วที่สั่นเทา บนกระดาษนั้นมีลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาดเขียนเพียงประโยคเดียว: *‘น้าปานแก้วกำลังรอเจ้าอยู่ในนรก… หากยังไม่หยุด’*
“น้าปานแก้ว…” รินรดาทวนชื่อนั้นด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม “พวกมันจับน้าปานไป ธามัน พวกมันจับน้าปานไปแล้ว!”
“ตั้งสติก่อนริน!” ธามันพยายามดึงสติเธอ “คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้ทำเรื่องนี้คนเดียว พลังงานที่ผมสัมผัสได้ตอนนี้… มันคือศาสตร์มืดที่ไม่ได้ใช้ในยุคสมัยของเรามานานแล้ว ถ้าเราบุ่มบ่ามไปตอนนี้ เราจะกลายเป็นเหยื่อแทนที่จะได้ช่วยเธอ”
รินรดาสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของธามัน เธอไม่ได้หวาดกลัวจนลนลานอีกต่อไป แต่ความโกรธแค้นได้เปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เธอเดินไปที่ชั้นวางสมุดบันทึก หยิบเล่มที่มีรอยจารึกสีทองขึ้นมา
“ถ้ามันต้องการสมุดเล่มนี้มากนัก ฉันก็จะให้…” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “แต่มันต้องจ่ายด้วยราคาที่พวกมันคาดไม่ถึง”
ทว่า ในวินาทีที่มือของเธอสัมผัสกับปกสมุดบันทึก ไฟในห้องทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง ในความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น รินรดากลับได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ไม่ใช่มาจากทางหน้าต่างที่แตกออก แต่มาจาก ‘ด้านหลัง’ ของเธอภายในห้องที่ปิดตาย
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นข้างใบหูของเธอ พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของปลายนิ้วที่ลากผ่านลำคอ
“รินรดา… เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเจ้าตอนนี้… คือธามันตัวจริง?”
รินรดาแข็งทื่อไปทั้งร่าง มือของเธอที่กำสมุดบันทึกอยู่เริ่มสั่นสะท้าน ขณะที่เงาร่างที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกลับเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นใบหน้าของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
เหมยฮวาแรกแย้มขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับรินรดาในความมืดมิดนี้ด้วยใจระทึกนะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 36
ความหวาดกลัวที่ทวีคูณ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!