"ความลับของคนตระกูลสูงศักดิ์น่ะรินรดา... มันไม่ได้ถูกเก็บไว้ในหีบสมบัติหรือห้องนิรภัยหรอก แต่มันถูกซ่อนไว้หลังรอยยิ้มที่สุภาพที่สุดต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำของธามันดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงจัดเลี้ยงกึ่งส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไม้หอมราคาแพงและเหล้าองุ่นหมักบ่มนานปี รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วคริสตัล เธอหันไปสบตากับเขา แววตาของธามันในยามนี้ไม่ได้มีความเยือกเย็นเฉกเช่นทุกครั้งที่เธอเคยเห็น แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ยากจะอธิบาย
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าอึดอัด มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของเธออย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในงานสังคมที่กำลังจับจ้องมายังพวกเขาด้วยความใคร่รู้
"คุณหลวงพิพัฒน์กำลังมองมาทางนี้... อย่าหันไป" ธามันกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู กลิ่นจางๆ ของยาสูบชั้นดีและเครื่องหอมที่เขาใช้ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
รินรดากำแก้วในมือแน่นขึ้น "เขารู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเห็นอะไรในสมุดบันทึกนั่น"
"ถ้าเขารู้ เขาคงไม่ปล่อยให้คุณยืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยหรอก" ธามันแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาเหลือบมองไปยังร่างท้วมใหญ่ของผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังหัวเราะร่ากับท่านผู้หญิงท่านหนึ่ง "แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่บันทึก... เขาต้องการ 'กุญแจ' ที่คุณถืออยู่"
บทสนทนาต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นหินอ่อนใกล้เข้ามา ร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดราตรีสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขา เธอคือคุณหญิงวรินดา ภรรยาของคนสนิทคุณหลวงที่ใครต่างก็รู้ดีว่านางเป็น 'หูเป็นตา' ให้กับผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นมาโดยตลอด
"ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันเสียจริงนะคะ คุณธามัน" คุณหญิงวรินดาเอ่ยขึ้นพลางใช้พัดขนนกปิดบังรอยยิ้มที่ดูไม่ไปถึงดวงตา "แต่ระวังไว้หน่อยนะคะ ของที่สวยงามเกินไป หากเราครอบครองโดยไม่มีปัญญาจะรักษาไว้ สุดท้ายมันมักจะแตกสลายคามือเสมอ"
รินรดาสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ เธอรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานที่ขุ่นมัวจากผู้หญิงตรงหน้า ไม่ใช่พลังที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่เป็นแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากความลับที่ถูกเก็บกดไว้
"การรักษาของมีค่าต้องใช้ความจริงใจเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่การคุกคาม... คุณหญิงเห็นด้วยไหมคะ?" รินรดาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม
คุณหญิงวรินดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ความจริงใจ? ในสังคมที่ทุกคนสวมหน้ากากเข้าหากันเช่นนี้ รินรดา... เธอช่างไร้เดียงสาเสียจริง หรือว่าเธอยังไม่รู้ว่าคนที่เธอไว้ใจที่สุดในตอนนี้ กำลังหลอกใช้เธอเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในผิวน้ำที่สงบนิ่ง รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองธามันที่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือของเขากลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนหลังมือ
"อย่าไปฟังคำยุยงของนาง" ธามันกล่าวเสียงต่ำก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคุณหญิงวรินดาโดยตรง "คุณหญิงควรกลับไปดูแลสามีที่กำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่จะดีกว่า ก่อนที่กรงขังที่เขาสร้างไว้จะพังทลายลงมาทับตัวเอง"
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แขกคนอื่นๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติและหันมาให้ความสนใจ ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น รินรดากลับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... เป็นความรู้สึกเย็นวาบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เมื่อเธอเห็น 'รอยจารึก' จางๆ บนข้อมือของคุณหญิงวรินดาที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมา
มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่ในสมุดบันทึกของครอบครัวเธอ
ธามันตัดสินใจคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงให้เดินออกไปจากจุดนั้นทันที ทั้งคู่ปลีกตัวออกจากงานเลี้ยงตรงไปยังสวนหย่อมด้านหลังที่เต็มไปด้วยแมกไม้และแสงจันทร์สลัวๆ
"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม" ธามันถามขึ้นทันทีที่ลับสายตาคน
"รอยจารึกนั่น... ทำไมถึงไปอยู่ที่ข้อมือของเธอ" รินรดาถามเสียงสั่น "ธามัน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม คุณกับเขา... คุณเป็นคนของใครกันแน่"
ธามันนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาสั่นไหวราวกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายใน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวและก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ผมไม่ได้เป็นคนของใครทั้งนั้นรินรดา... นอกจากตัวผมเอง" เขาเว้นจังหวะ "แต่ถ้าคุณอยากรู้ความจริง ว่าทำไมครอบครัวของคุณถึงหายไป และทำไมรอยจารึกถึงไปปรากฏอยู่บนตัวคนอย่างคุณหญิงวรินดา... คุณต้องอ่านหน้าสุดท้ายของบันทึกนั่นเดี๋ยวนี้ เพราะในนั้นไม่มีชื่อของศัตรูที่คุณคิด แต่มีชื่อของคนที่คุณรักมากที่สุดอยู่"
รินรดาใจหายวาบ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากช่องลับในกระเป๋าถือ มือสั่นเทาขณะเปิดไปยังหน้าที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีดำ แต่ก่อนที่นิ้วของเธอจะสัมผัสถึงแผ่นกระดาษ แสงไฟจากไฟฉายหลายดวงก็สาดส่องเข้ามาทางพวกเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ล้อมรอบสวนแห่งนี้ไว้
ธามันคว้าไหล่เธอไว้แน่น "ฟังนะรินรดา... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อย่าให้ใครแย่งบันทึกเล่มนั้นไปเด็ดขาด"
ทว่าในวินาทีที่แสงไฟสว่างจ้าที่สุด ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังกลุ่มชายชุดดำ... ร่างนั้นไม่ใช่คุณหลวงพิพัฒน์ ไม่ใช่คนของเขา แต่เป็นใบหน้าที่รินรดาจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต
ใบหน้าที่ควรจะจากโลกนี้ไปนานแล้ว... ใบหน้าที่รินรดาเฝ้าโหยหาและตามหามาตลอดสิบปี!
"รินรดา... ลูกแม่" หญิงวัยกลางคนในชุดสีขาวบริสุทธิ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดาแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงวินาทีที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 28
ภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!