“อย่าเกร็งไหล่แบบนั้นสิรินรดา คนอื่นเขาจะดูออกว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับไวน์ชั้นเลิศ”
กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของธามันทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติภายใต้ชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ดูหรูหราทว่ากลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับชุดเกราะในสนามรบ สายตาของรินรดากวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างของคฤหาสน์คุณหลวงพิพัฒน์ แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลดูเยือกเย็นและชวนอึดอัดกว่าปกติในความรู้สึกของเธอ
“ฉันทำไม่ได้หรอกธามัน” รินรดากระซิบตอบ พลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า “ที่นี่มีแต่กลิ่นของความโลภ... มันรุนแรงจนฉันแทบหายใจไม่ออก”
ธามันขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนาของเขาแตะเบาๆ ที่แผ่นหลังของเธอราวกับจะปลอบประโลม แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต นิ้วของเขากลับส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของเป้าหมายที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์ “แค่จดจ่ออยู่ที่งานตรงหน้า ปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเพียงฉากหลัง อย่าปล่อยให้มันนำทางเธอจนเสียสมาธิ”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง บุคลิกของเขายามนี้คือทายาทตระกูลเก่าแก่ผู้เพียบพร้อม แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยนั้นกลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น ทั้งคู่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางศัตรูที่รายล้อม แขกเหรื่อในงานต่างเป็นผู้มีอิทธิพลที่ต้องการสมุดบันทึกเล่มนั้น—สมุดที่บรรจุความลับอันดำมืดของอดีต และครอบครัวของรินรดาก็เป็นส่วนหนึ่งของรอยจารึกที่ถูกลบเลือน
“คุณหลวงพิพัฒน์กำลังมองมา” รินรดากระซิบเตือน พลางลดแก้วลง
ชายชราผู้ทรงอิทธิพลยืนอยู่บนบันไดวนหินอ่อน สายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของเขากำลังกวาดสำรวจแขกเหรื่อ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ธามันเพียงครู่เดียวแล้วยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังมองดูหนูที่วิ่งติดกับดักด้วยความสนุกสนาน
“เขาไม่ได้มองแค่เรา” ธามันพูดเสียงลอดไรฟัน “เขาตั้งใจเชิญเรามาเพื่อประกาศศักดาว่า ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหน บันทึกเล่มนั้นก็ไม่มีวันตกไปอยู่ในมือของคนอื่น... นอกเสียจากเขาจะอนุญาต”
“งั้นเราก็ต้องทำให้เขารู้สึกว่า เขาไม่ได้เป็นคนคุมเกมเพียงฝ่ายเดียว” รินรดาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชา เธอก้าวเดินอย่างมั่นใจมุ่งหน้าสู่ประตูบานไม้โอ๊กแกะสลักที่นำไปสู่ห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าภาพ โดยมีธามันเดินตามหลังราวกับองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์
ทั้งคู่ผ่านการตรวจตราอย่างเข้มงวดด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ธามันวางแผนมาอย่างดี จนกระทั่งพวกเขาหลุดเข้ามาในโถงทางเดินชั้นสองที่เงียบสงัด กลิ่นน้ำมันลินสีดและกระดาษเก่าลอยอบอวลไปทั่ว ราวกับที่แห่งนี้ถูกหยุดเวลาไว้ในอดีต
“ประตูห้องนั้น” รินรดาชี้ไปยังห้องปลายสุด “ฉันรู้สึกได้ถึงไอเย็น... บันทึกเล่มนั้นอยู่ในนั้นจริงๆ”
ธามันพยักหน้า เขาหยิบกุญแจผีที่เตรียมมาบรรจงไขกลอนอย่างแผ่วเบา เสียงกลไกภายในประตูขยับตัวราวกับฟันเฟืองที่ขัดแย้งกัน แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ประตูก็แง้มออก พวกเขาแทรกตัวเข้าไปในความมืดสลัว
ห้องทำงานนั้นโอ่อ่าและเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่สูงตระหง่าน รินรดารีบพุ่งตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้อง มือบางสั่นระริกขณะที่ควานหาลิ้นชักที่ถูกล็อคด้วยรหัสลับที่เธอเคยเห็นจากภาพนิมิต
“รินรดา... เร็วเข้า เรามีเวลาไม่มาก” ธามันเฝ้าระวังที่หน้าประตู เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้คุ้มกันเริ่มดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก
รินรดาหลับตาลง ใช้สัมผัสพิเศษเชื่อมโยงกับร่องรอยแห่งอดีตที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ ‘เลขห้า... สาม... สอง... เก้า’ นิ้วของเธอหมุนแป้นรหัสอย่างรวดเร็ว เสียง ‘คลิก’ ดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบ ราวกับเสียงระฆังแห่งหายนะ
ลิ้นชักเปิดออก เผยให้เห็นสมุดปกหนังเก่าคร่ำที่วางอยู่ด้านใน หัวใจของรินรดาสั่นรัว เธอเอื้อมมือไปสัมผัสมัน แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วแตะถูกปกหนัง กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงก็พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทของเธอจนร่างทรุดฮวบ
“รินรดา!” ธามันรีบเข้ามาประคอง
“ไม่ใช่... มันไม่ใช่บันทึกความจริง” รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาที่สั่นระริกของเธอมองไปยังหน้ากระดาษที่เปิดออกโดยอัตโนมัติบนโต๊ะ มันไม่ใช่สมุดบันทึกของบรรพบุรุษ แต่เป็นบัญชีรายชื่อคนตาย... และชื่อสุดท้ายในนั้นที่ปรากฏด้วยหมึกสีแดงสด คือชื่อของเธอเอง
ในวินาทีที่ความกลัวเข้าครอบงำ เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือ คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มกว้างด้วยความสมเพช
“ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ฉันจงใจสร้างขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ รินรดา...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เธอคิดจริงๆ หรือว่าสัมผัสพิเศษของเธอ จะเหนือกว่าสิ่งที่ฉันจารึกไว้ในกาลเวลา?”
ธามันชักมีดพกออกมาในทันที แต่เมื่อเขาหันไปมองรอบห้อง เขากลับพบว่าทางออกเดียวที่พวกเขามี ถูกปิดตายด้วยเหล็กกล้าที่เลื่อนลงมาปิดกั้นทุกเส้นทาง สายตาของคุณหลวงพิพัฒน์เลื่อนไปมองธามัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งสองหนุ่มสาวเย็นเฉียบ
“และขอบใจนะธามัน... ที่พาหนูทดลองตัวสำคัญมาส่งให้ถึงมือฉันได้ง่ายดายถึงเพียงนี้”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงวินาทีที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 27
การจารกรรมข้อมูล
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!