“วางพู่กันลงเสียเถิดรินรดา... บนหน้ากระดาษแผ่นนั้นไม่มีคำตอบที่เจ้าโหยหาหรอก มีเพียงพันธนาการที่จะลากเจ้าลงสู่หลุมลึกที่หาทางออกไม่พบเท่านั้น”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกของคุณหลวงพิพัฒน์ดังขึ้นจากเงามืดหลังม่านปักลายมังกร รินรดาชะงักมือที่กำลังจรดปลายพู่กันลงบนสมุดบันทึกโบราณ กลิ่นหมึกจีนจางๆ ที่เคยให้ความรู้สึกขลังกลับกลายเป็นกลิ่นสาบสางที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันโดยฉับพลัน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นไหว เธอไม่ได้หันไปเผชิญหน้ากับศัตรูในทันที แต่เลือกที่จะกดปลายพู่กันลงบนกระดาษสาจนเกิดเป็นรอยหยดหมึกสีดำสนิทที่ค่อยๆ ซึมลึกราวกับรอยเลือด “คำตอบที่ท่านว่า... คือคำตอบของท่าน หรือความจริงที่ครอบครัวของข้าถูกปิดตายไว้กันแน่คะ”
“ความจริงเป็นสิ่งที่มนุษย์เปราะบางเช่นเจ้าไม่อาจแบกรับได้” เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวออกมาจากเงามืด ชายชราในชุดไหมพรมสีเข้มหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองสมุดบันทึกในมือเธอด้วยความกระหายที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งผู้ดี “ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะเมตตาคืนอิสรภาพให้เจ้า... รวมถึงเบาะแสสุดท้ายที่เจ้าตามหามาตลอดหลายปี”
รินรดารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ขมับ สัมผัสพิเศษในตัวเธอร่ำร้องเตือนภัยจนปวดแปลบ ราวกับว่าอากาศรอบตัวกำลังบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แผนการของเขาไม่ได้ซับซ้อน แต่ร้ายกาจตรงที่มันเล่นกับ ‘ความต้องการ’ ที่ลึกที่สุดในใจของเธอ
“ท่านต้องการให้ข้าทรยศต่อสิ่งที่ข้าปกป้องมาตลอดเพื่อแลกกับความจริงที่ท่านสร้างขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือคะ” รินรดาแค่นยิ้ม มุมปากของเธอสั่นระริกขณะที่สายตาจ้องมองเงาสะท้อนในกระจกโบราณเบื้องหน้า เธอเห็นธามันยืนซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในระยะที่พอจะพุ่งตัวเข้ามาได้ แต่ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ
เงาในกระจกของธามันไม่ได้ขยับตามตัวจริง เขายืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น รินรดาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้าธรรมดา แต่มันคือ ‘กลลวง’ ที่สร้างขึ้นจากจิตสัมผัสของปรมาจารย์ด้านอาคมอย่างคุณหลวงพิพัฒน์
“เจ้าเริ่มเห็นแล้วสินะ” คุณหลวงพิพัฒน์เหยียดยิ้ม “ทุกอย่างในห้องนี้คือสิ่งที่ข้าเนรมิตขึ้นเพื่อเป็นกรงขังเจ้า หากเจ้าไม่ยอมทำตาม... จิตของเจ้าก็จะถูกขังอยู่กับกาลเวลาที่หยุดนิ่งนี้ตลอดไป”
เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกังวานดังก้องไปทั่วห้อง สมุดบันทึกในมือรินรดาเริ่มร้อนจัดจนเธอเผลอปล่อยมันหลุดมือ ทว่าก่อนที่มันจะร่วงถึงพื้น หนังสือเล่มนั้นกลับลอยค้างอยู่กลางอากาศ หน้ากระดาษเปิดออกด้วยแรงลมที่มองไม่เห็น อักขระสีทองบนหน้ากระดาษเริ่มเลือนหายไปและถูกแทนที่ด้วยหมึกสีดำดุจถ่านไฟ
รินรดาพยายามตั้งสติ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เหลืออยู่ เธอรู้ดีว่าหากตื่นตระหนกไปตามเกมของเขา เธอจะพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ เธอไม่ได้มองที่สมุดบันทึก ไม่ได้มองหน้าคุณหลวงพิพัฒน์ แต่เธอมองลงไปที่ ‘เงา’ ของตัวเองบนพื้นไม้ขัดมัน
“ท่านหลวงเจ้าคะ...” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นประสาท “ท่านมัวแต่หลงใหลในเงาจนลืมไปหรือเปล่าว่า... เงาไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากปราศจากแสง”
เธอคว้าโคมไฟทองเหลืองที่วางอยู่ข้างตัวแล้วทุ่มสุดแรงลงบนพื้นกระจกที่รองรับขาโต๊ะตัวกลาง เสียงแตกกระจายดังกึกก้องไปทั่วห้อง พลันนั้น มิติบิดเบี้ยวรอบตัวก็สั่นคลอน ภาพมายาของคุณหลวงพิพัฒน์เริ่มบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำหยดใส่
“นังเด็กอวดดี!” คุณหลวงพิพัฒน์ตวาดลั่น ใบหน้าที่เคยสุขุมเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารีบพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าสมุดบันทึกที่ลอยเคว้งอยู่
จังหวะนั้นเอง ธามันที่ควรจะยืนนิ่งเป็นรูปปั้นกลับพุ่งตัวออกมาจากเงามืดด้วยความเร็วสูง มือแกร่งคว้าสมุดบันทึกไว้ได้ทันก่อนที่ศัตรูจะถึงตัว ทว่าเขากลับไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้มืออีกข้างกระชากแขนรินรดาให้ถอยห่างออกมา
“อย่ามองตาเขา!” ธามันตะโกนเสียงเข้ม “นั่นไม่ใช่เขาทั้งหมด แต่เป็นเพียงกระแสจิตที่เขาดึงเอาความกลัวที่สุดในใจเจ้าออกมา!”
รินรดาหอบหายใจถี่ เหงื่อกาฬซึมตามไรผม เธอพยักหน้าให้ธามันขณะที่ความรู้สึกเหมือนถูกจองจำเริ่มจางหายไป ห้องทำงานที่เคยหรูหราเริ่มเผยให้เห็นความทรุดโทรมที่แท้จริง กลิ่นกำยานมรณะเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินอย่างที่ควรจะเป็น
“หนีไปไม่ได้หรอก!” คุณหลวงพิพัฒน์คำราม กองหนังสือบนชั้นวางรอบข้างเริ่มพุ่งเข้าใส่พวกเขาเหมือนห่าฝน รินรดาเบิกตากว้าง เธอสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว ธามันรวบตัวเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วหมุนตัวหลบคมกระดาษที่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูง
ทว่าในวินาทีที่ดูเหมือนพวกเขาจะหาทางออกจากประตูห้องที่อยู่เบื้องหน้าได้ ร่างของคุณหลวงพิพัฒน์ก็ปรากฏตัวขึ้นขวางทางไว้โดยไม่มีสัญญาณเตือน เขายืนยิ้มเย็นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“เจ้าหนีจากกลลวงของข้าได้ แต่เจ้าไม่มีวันหนีจากโชคชะตาที่ถูกจารึกไว้ในสมุดเล่มนี้หรอก”
เขาแบมือออก ปรากฏแสงสีแดงฉานพุ่งออกมาจากสมุดบันทึกในมือธามัน แสงนั้นร้อนแรงดุจลาวาและเริ่มกัดกินปลายนิ้วของธามันจนเขาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือสมุดสั่นเทาและค่อยๆ อ่อนแรงลง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นความจริงที่แฝงมากับแสง—อักษรที่ปรากฏบนหน้ากระดาษตอนนี้ไม่ใช่ภาษาที่เธอเคยรู้จัก แต่มันคือชื่อของ ‘ธามัน’ ที่ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกสีเลือดสดๆ!
เงาของธามันเริ่มยืดขยายผิดธรรมชาติและพยายามรัดคอเขาจากด้านหลัง รินรดาช็อกจนแทบหยุดหายใจเมื่อพบว่าสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ได้บันทึกเรื่องราวในอดีต แต่มันคือ ‘สมุดมรณะ’ ที่ใช้เขียนอนาคตของผู้ที่สัมผัสมัน และในหน้านั้น... มีชื่อของเธอถูกเขียนทับลงไปข้างใต้ชื่อของธามันเป็นลำดับถัดไป
เหมยฮวาแรกแย้มขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 29
กลลวงล่อเหยื่อ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!