"ถ้าความจริงที่ท่านตามหา คือสิ่งที่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย... ท่านยังจะกล้าเปิดอ่านมันอยู่อีกหรือ รินรดา?"
น้ำเสียงเย็นเยียบของคุณหลวงพิพัฒน์ดังก้องอยู่ในห้องโถงกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปเก่าแก่และไอเย็นของความตาย รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาที่สั่นไหวของเธอ แต่มือที่กำด้ามพู่กันโบราณไว้แน่นนั้นกลับมั่นคงจนน่าประหลาดใจ
เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของหญิงสาวกวาดมองไปรอบห้อง ผนังที่เคยถูกประดับด้วยภาพวาดอันทรงคุณค่า บัดนี้กลับเหลือเพียงรอยด่างพร้อยราวกับแผลเป็นจากกาลเวลา รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุข แต่มาจากความสมเพชในโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตของเธอมาตลอดสองทศวรรษ
"ความจริงที่ต้องแลกด้วยชีวิต... ฉันได้จ่ายไปมากเกินพอแล้วค่ะ คุณหลวง" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานด้วยความเด็ดเดี่ยว "ท่านคงลืมไปว่า ในบรรทัดสุดท้ายของบันทึกเล่มนี้ ไม่ใช่ชื่อของบรรพบุรุษข้าพเจ้าที่ถูกจารึกไว้เป็นผู้พ่ายแพ้ แต่เป็นชื่อของตระกูลท่าน ที่กำลังจะถูกกาลเวลาพิพากษาในไม่ช้านี้"
ธามันที่ยืนอยู่เบื้องหลังรินรดาขยับกายเล็กน้อย มือแกร่งแตะลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม ทว่าสายตาของเขากลับจับจ้องไปยังคุณหลวงพิพัฒน์ด้วยความระแวดระวัง บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดแรง
"เจ้าเด็กอวดดี" คุณหลวงพิพัฒน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะท้านไปด้วยแรงโทสะ "รู้ไหมว่าการที่เจ้าก้าวเข้ามาในห้องนี้ คือการเซ็นชื่อลงในใบมรณะบัตรของตัวเอง... เจ้าคิดหรือว่าลำพังแค่พู่กันเล่มเดียวกับความทรงจำที่แตกสลาย จะสู้กับอำนาจที่สั่งสมมานานนับร้อยปีได้?"
รินรดาไม่ตอบ เธอวางพู่กันลงบนแท่นหินอ่อนเบาๆ ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เธอนำติดตัวมาด้วยขึ้นมา เธอไม่ได้มองคุณหลวงอีกต่อไป แต่หันกลับมาสบตาธามัน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวกลับกลายเป็นความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามราตรี
"ธามันคะ..." เธอเอ่ยชื่อเขาช้าๆ "หากคืนนี้เราไม่ได้ออกไปจากที่นี่ด้วยกัน โปรดจำไว้ว่าสิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อการล้างแค้น... แต่เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็น"
"รินรดา อย่าพูดเหมือนจะสั่งเสีย" ธามันกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ "ผมบอกแล้วว่าเราจะไปด้วยกัน... ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นนรกหรือสวรรค์"
หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เธอเพียงแต่คลี่สมุดบันทึกออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบเผยให้เห็นตัวอักษรจารึกด้วยหมึกสีชาดที่ดูราวกับยังมีชีวิต ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสตัวอักษรเหล่านั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พลันเกิดขึ้นในจิตใจของรินรดา ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังกลืนกินบ้านเรือนในสมัยโบราณ
นั่นไม่ใช่ความทรงจำของเธอ... แต่มันคือคำสาปที่ถูกส่งผ่านทางสายเลือด
"คุณหลวงคะ" รินรดาเรียกชื่อศัตรูที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันดูลึกลับและทรงพลังเกินกว่าที่หญิงสาวธรรมดาจะมีได้ "ท่านบอกว่าบันทึกเล่มนี้คืออำนาจมืด... แต่ท่านคงลืมไปว่า อักษรที่จารึกอยู่นี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยความโลภ แต่มันถูกเขียนด้วยการยอมสละชีพเพื่อปกป้อง"
เธอกางสมุดออกจนสุด อักขระสีชาดเริ่มเรืองแสงสลัวท่ามกลางความมืดมิด เสียงกระซิบจากบรรพบุรุษดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอ รินรดาไม่ได้ถอยหนีอีกต่อไป เธอเดินหน้าเข้าไปหาคุณหลวงพิพัฒน์อย่างช้าๆ จังหวะก้าวเท้าของเธอมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามยังต้องผงะ
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับบันทึกนั่น!" คุณหลวงพิพัฒน์ตวาด มือที่ถือไม้เท้าสั่นเทา พยายามจะคว้าสมุดจากมือเธอ แต่กลับถูกแรงมหาศาลบางอย่างผลักกระเด็นออกไปจนหลังชนผนัง
"ฉันกำลังปลดปล่อยมันค่ะ" รินรดาตอบเสียงเย็น "และสิ่งที่ท่านต้องเจอต่อจากนี้ คือการกลับมาทวงคืนของเจ้าของเดิมที่ท่านเคยทรยศไปเมื่อกาลก่อน"
ทันใดนั้นเอง บานประตูไม้หนาหนักที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีก็พังทลายลงพร้อมกับเสียงกัมปนาทที่ดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างเงาสีดำหลายร่างที่ไร้ใบหน้าปรากฏขึ้นจากความมืดมิดที่ฉีกออกราวกับรอยแตกของกระจก
ธามันชักอาวุธขึ้นมาหมายจะปกป้องรินรดา แต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าสิ่งที่กำลังก้าวเข้ามานั้นไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดเดาไว้ แต่เป็นบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ก่อนรินรดาจะเกิด
ร่างสูงโปร่งในชุดโบราณก้าวออกมาจากเงามืด ชายผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับธามันราวกับเป็นพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตานั้นกลับเย็นชาและเต็มไปด้วยรอยจารึกแห่งความเจ็บปวดที่หยั่งลึกถึงกระดูก เขามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำลายความจริงทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อถือ
"รินรดา... ในที่สุด เจ้าก็นำทางให้ข้ากลับมาจนได้"
เหมยฮวาแรกแย้มขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงวินาทีที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 25
จุดเปลี่ยนของชะตา
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!