รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 45

การจู่โจมยามวิกาล

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนราคาแพงยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ ชั้นสองของบ้านพักโบราณริมคลอง ทว่าในยามวิกาลเช่นนี้ ประสาทสัมผัสของรินรดาไม่ได้ถูกรบกวนด้วยกลิ่นอายของอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งบริเวณสวนด้านนอก—เสียงที่ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแมวหรือสุนัขจรจัด นิ้วเรียวชะงักค้างจากการจรดพู่กันลงบนสมุดบันทึกหนังสีดำ สมุดเล่มเดียวกันกับที่เชื่อมโยงเธอกับความลับอันดำมืดของตระกูล และเป็นชนวนเหตุให้ใครบางคนต้องการตามล่าเธอถึงชีวิต "ธามัน..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาแทบกลืนหายไปกับความเงียบ แต่ร่างสูงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างบานเกล็ดเพื่อคุมเชิงอยู่ก่อนแล้วกลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้หยุดพูด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นบ่อยนัก "พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ค่ะ..." ธามันกระซิบตอบ ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อข่มความตื่นตระหนก แม้สถานการณ์รอบด้านจะเริ่มบีบรัดเข้ามาทุกที แสงไฟจากตะเกียงโบราณถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท เพื่อไม่ให้เงาสะท้อนผ่านหน้าต่างบอกตำแหน่งของพวกเขากับมือสังหารภายนอก รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความโกรธขึงและสัญชาตญาณเอาตัวรอด ปมปริศนาการหายตัวไปของครอบครัวเธอยังไม่คลี่คลาย เธอจะมาจบชีวิตลงที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด *แกร็ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังมาจากระเบียงด้านหน้า ตามมาด้วยเสียงงัดแงะกลอนหน้าต่างที่ถูกตอกปิดตายไว้ด้วยไม้กระดานเก่าๆ แรงกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำด้ามพู่กันในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเครื่องมือเขียนหนังสือ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ เธอก็พร้อมจะใช้มันเป็นอาวุธปกป้องลมหายใจของตนเอง "จำที่ผมบอกได้ไหมริน" ธามันโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่นพอที่จะดึงสติเธอให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สมุดบันทึกเล่มนั้นต้องอยู่กับคุณ... และคุณต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้" "แล้วคุณล่ะคะธามัน?" เธอหันไปมองหน้าเขาในความมืด ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไม่มิด ธามันเพียงแต่ยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่อบอุ่นและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน ก่อนที่เขาจะดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบปืนพกสั้นโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษขึ้นมาตรวจสอบกระสุน "ผมจะเปิดทางให้คุณเอง... คุณหลวงพิพัฒน์ส่งคนมาไม่ได้แปลว่าพวกมันจะไร้จุดอ่อนหรอกนะคะ" ทันใดนั้นเอง! *โครม!* หน้าต่างไม้กระดานด้านหน้าถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบ เศษไม้และฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วห้อง ร่างในชุดดำสนิทสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ แววตาของพวกมันสะท้อนประกายความเหี้ยมเกรียมภายใต้ผ้าคลุมหน้าอำพราง ใบหน้าของพวกมันไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงเป้าหมายเดียวคือการชิงเอาสมุดบันทึกและปลิดชีวะของคนทั้งคู่ ธามันไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปขวางหน้า พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนในมือทันที เสียงคำรามกึกก้องของอาวุธดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบ้านพักโบราณ ทำลายความเงียบยามวิกาลให้พังทลายลงในพริบตา กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างของคนร้ายคนแรกจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ทว่าอีกสองคนที่เหลือกลับไม่สะทกสะท้าน พวกมันชักมีดสั้นวาววับขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าประชิดตัวธามันอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย "ธามัน!" รินรดากรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นคมมีดเฉียดผ่านต้นแขนของชายหนุ่มจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบร้อยของหญิงสาวปะทุขึ้น รินรดาคว้าแจกันเซรามิกโบราณบนโต๊ะข้างตัวแล้วปาใส่ศีรษะของมือสังหารคนที่กำลังจะลอบทำร้ายธามันจากด้านหลังอย่างสุดแรงเกิด เสียงเซรามิกแตกกระจายเสียงดังสนั่นพร้อมกับร่างของคนร้ายที่เซถอยหลังไปชั่วขณะ เปิดโอกาสให้ธามันตวัดเท้าเตะตัดขาจนมันล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง "หนีไปริน! ทางประตูหลัง!" ธามันตะโกนลั่นห้อง พรางใช้ตัวเข้าขวางคนร้ายคนสุดท้ายที่กำลังพุ่งเป้ามาที่เธอ บาดแผลที่แขนไม่ได้ทำให้ความเร็วด้านการต่อสู้ของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่จำนวนคนที่มากกว่าเริ่มทำให้เขาตกเป็นรอง รินรดาน้ำตารื้นด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ตัดสินใจหันหลังวิ่งไปยังประตูหลังตามที่เขาบอก สมุดบันทึกในอ้อมอกถูกกอดแนบแน่นราวกับมันคือชีวิตของเธอเอง เท้าเปลือยเปล่าก้าววิ่งไปตามทางเดินไม้ที่เย็นเฉียบ เสียงฝีเท้าของคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งที่ดักรออยู่ข้างล่างกำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอผลักประตูหลังออกไปสู่ความมืดมิดของสวนยามค่ำคืน สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาปรอยๆ ผสมผสานกับหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว ทว่าในจังหวะที่เธอก้าวเท้าพ้นตัวบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังกำแพงรั้วอิฐมอญโบราณเพื่อหลบหนี แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องตรงมาที่ร่างของเธอจากความมืดมิดเบื้องหน้า "คิดจะหนีไปไหนหรือครับ คุณหนูรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นจากเงามืดใต้ต้นไทรใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลเรียบร้อยก้าวออกมาขวางทางหนีของเธอไว้ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเหนือกว่าและอำนาจมืดที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม—คุณหลวงพิพัฒน์ และก่อนที่รินรดาจะได้ทันถอยหลังหนี ร่างของธามันก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นทะลุกรอบประตูหลังออกมานอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของเธอ พร้อมกับรอยเลือดที่ไหลนองพื้นดินท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดในบทนี้นะคะ เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%