กลิ่นอับชื้นของดินชื้นฝนและรากไม้โบราณคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก จนแทบทำให้รินรดาสำลัก ทว่าความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจากการสะดุดรากไม้เมื่อครู่กลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาแน่นของความเงียบงันในป่าลึกยามนี้ ความมืดทึบของเรือนยอดไม้ยักษ์หนาทึบแผ่กิ่งก้านสาขาจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้แสงดาวเล็ดลอด ทว่าสิ่งเดียวที่นำพาเธอกับเขามายังใจกลางป่าดิบชื้นแห่งนี้ มิใช่ความกล้าหาญ หากแต่เป็นสัญชาตญาณที่ร่ำร้องว่า ความลับอันดำมืดที่ครอบครัวของเธอต้องแลกมาด้วยชีวิต กำลังรอการถูกเปิดโปง ณ เบื้องหน้า
รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือผ้าใบเปื้อนโคลนเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งของธามันที่ยืนบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่งในเงาสลัว
"เสียงนั้น..." เธอพกระซิบแผ่วเบาแทบกลืนหายไปกับเสียงหรีดหริ่งเรไร "คุณได้ยินไหมคะ ธามัน"
ธามันไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด มือข้างหนึ่งของเขาจับด้ามไฟฉายแรงสูงกระชับแน่น ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมากุมมือสั่นเทาของหญิงสาวไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านความเยือกเย็นของค่ำคืนเข้ามาสู่หัวใจที่เต้นระรัวของเธอ เป็นความเงียบที่สื่อสารกันได้ดีกว่าถ้อยคำนับร้อย
"รอยเท้าพวกนั้นใหม่เกินกว่าจะเป็นของสัตว์ป่า" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบแต่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "และทิศทางของมันมุ่งตรงไปยังซากเรือนโบราณหลังนั้น... จุดที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างมากว่าครึ่งศตวรรษ"
เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือซากปรักหักพังของเรือนไทยไม้สักทองโบราณที่ถูกกลืนกินโดยกาลเวลาและแมกไม้ เสาเรือนผุกร่อนเอนเอียงราวกับคนแก่ใกล้หมดลมหายใจ เถาวัลย์หนาทึบเลื้อยพันระโยงระยางราวกับกรงขังธรรมชาติที่พยายามปกปิดอดีตอันเน่าเฟะของตระกูลผู้ทรงอิทธิพล ที่แห่งนี้... คือเขตหวงห้ามที่คุณหลวงพิพัฒน์เคยสั่งเด็ดขาดไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ และนั่นยิ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า สมบัติที่สูญหายและหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากฆาตกรจะต้องถูกซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ความทรงจำในวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว สมุดบันทึกเล่มเก่าของบิดา ภาพรอยยิ้มครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะหายสาบสูญ และเสียงกระซิบคำเตือนจากอดีต ทุกสิ่งผลักดันให้เธอก้าวเท้าผ่านพ้นซุ้มประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป โดยมีธามันเดินตามประกบไม่ห่าง
พื้นเรือนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวทุกครั้งที่น้ำหนักกดทับ กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษลอยอบอวล ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงลำแสงสีขาวนวลจากไฟฉายของธามันที่กวาดผ่านซากเฟอร์นิเจอร์โบราณ โต๊ะทำงานไม้ลายฉลุที่ล้มคว่ำ ตู้หนังสือที่บานกระจกแตกละเอียด และเศษซากเอกสารที่เกลื่อนกลาด
"ช่วยฉันหาหน่อยค่ะ..." รินรดาพึมพำ ดวงตากลมโตสอดส่องไปทั่วห้องโถงใหญ่ "ท่านพ่อคงไม่ซ่อนมันไว้ในที่ที่คนอื่นมองเห็นได้ง่ายแน่ๆ"
พวกเขากวาดสายหาอย่างรวดเร็วแต่รอบคอบ ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ไม่มีความคืบหน้า มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้บานปิด จนกระทั่งธามันหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนเอียงกระנטอนอยู่บนผนังไม้สักที่เริ่มผุพัง ภาพของขุนนางผู้สูงศักดิ์ในชุดเต็มยศ ใบหน้าในรูปภาพนั้นแม้จะถูกกาลเวลาและคราบความชื้นกัด
กร่อนไปบ้าง ทว่าแววตาที่จ้องมองตรงมากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจมืดอันคุ้นตา
"ริน..." ธามันเรียกเบาๆ พร้อมกับใช้ด้ามไฟฉายเคาะเบาๆ ที่กรอบรูป "มาดูนี่สิ"
หญิงสาวรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อธามันเอื้อมมือไปดันภาพวาดนั้นออกด้านข้าง มันไม่ได้ถูกแขวนไว้เฉยๆ ทว่ามีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง!
เสียงสปริงขึ้นสนิมดัง "คลิก" เบาๆ ตามด้วยแรงกดที่ทำให้แผงไม้ด้านหลังผนังเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องลับมืดสนิท กลิ่นอับชื้นที่รุนแรงกว่าเดิมพวยพุ่งออกมาทันที พร้อมกับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายในลำแสงไฟฉาย
รินรดากลั้นหายใจ เธอเอื้อมมืออันสั่นเทาหยิบวัตถุชิ้นแรกที่วางอยู่ภายในช่องลับนั้นขึ้นมา มันคือกล่องไม้พะยูงแกะสลักลวดลายประณีต ตัวล็อกทองเหลืองขึ้นเขียวครึ้มแต่ยังคงปิดสนิท
"เจอแล้ว..." เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาด้วยความตื้นตันและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน "นี่แหละค่ะ... หลักฐานที่จะมัดตัวคนผิด"
ธามันยื่นมือเข้าไปช่วยประคองกล่องใบนั้นด้วยความระมัดระวัง เขาวางมันลงบนโต๊ะทำงานที่ยังพอแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักได้ รินรดารีบใช้กุญแจดอกเล็กที่พบในสมุดบันทึกของบิดาไขลงไปบนแม่กุญแจ เสียงสปริงดีดตัวดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบงัดของป่าลึก
ฝากล่องไม้ค่อยๆ ถูกเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน... สมุดบันทึกปกหนังแท้สีดำสนิทหลายเล่มวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยเอกสารราชการลับที่มีตราประทับครุฑพ่าห์สีแดงฉาน และซองจดหมายจ่าหน้าถึงตระกูลของคุณหลวงพิพัฒน์โดยตรง ซึ่งเต็มไปด้วยลายมือตวัดเฉียบขาดที่ระบุถึงแผนการฆาตกรรมอำพรางและการฮุบที่ดินมรดกเมื่อหลายสิบปีก่อน
รินรดายกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาหยดแผ่วรินไหลอาบแก้ม ความจริงที่ตามหามาตลอดชีวิตอยู่ในกำมือแล้ว บัดนี้ความยุติธรรมกำลังจะได้รับการทวงคืน
ทว่า... ในวินาทีที่ความโล่งอกกำลังจะเข้าเกาะกุมหัวใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากด้านล่างของตัวเรือน! เสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบตามมาด้วยเสียงตะโกนห้าวทุบที่ทรงอำนาจและคุ้นเคยเกินกว่าจะลืมเลือน
"ล้อมเรือนไว้ให้หมด! อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"
เสียงนั้น... เสียงของคุณหลวงพิพัฒน์!
ธามันหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที เขาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นทันที ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด... ทางหนีไฟด้านหลังถูกปิดตายแล้ว"
รินรดาสะท้านเฮือก หันไปมองกล่องสมบัติในมือสลับกับประตูทางขึ้นที่บัดนี้มีแสงไฟฉายสาดส่องขึ้นมาทีละดวง พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายคนก้าวขึ้นมาบนเรือนไม้โบราณแห่งนี้อย่างคุกคาม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนของความจริงในบทนี้นะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 44
ความลับในป่าลึก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!