เสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้าพร้อมกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความมืดทึบของผืนป่าดิบชื้น รินรดาไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลังกลับไปมอง ไม่ใช่เพราะความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนที่ไล่ล่าพวกนางยังคงตามติดราวกับเงาตามตัว หมอกหนาทึบยามราตรีผสมกับกลิ่นไอชื้นของดินและซากใบไม้เน่าเปื่อยตีขึ้นจมูกจนแสบช่องท้อง หัวใจของนางเต้นโครมครามรุนแรงรากับจะทะลุตะกออกมานอกอก ทุกก้าวที่วิ่งไปข้างหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทว่าสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับถูกดึงรั้งไว้ด้วยภาพของธามันที่ผลักนางให้หลบเข้าไปหลังพุ่มไม้หนาเมื่อชั่วครู่ใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้
“ริน… วิ่งไปทางทิศตะวันออก อย่าหยุดจนกว่าจะพ้นแนวเขตหุบเขานี้!”
เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยของเขายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าในยามนั้นความมืดจะกลืนกินร่างของเขารอดพ้นจากสายตาไปแล้วก็ตามที รินรดากำสมุดบันทึกหนังเก่าแก่ที่แนบอยู่กับอกเสื้อแน่น ความชื้นจากเหงื่อและน้ำค้างทำให้ปลายนิ้วของนางเย็นเฉียบ แต่ความอุ่นร้อนจากความกังวลที่มีต่อชายหนุ่มกลับแผดเผาอยู่ภายใน
*ธามัน… คุณอยู่ที่ไหน?*
ดวงตากลมโตพยายามกวาดมองฝ่าความมืดของพฤกษาชาติที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับปีศาจยักษ์ยามต้องแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆหนา ทันใดนั้น แรงลมกระโชกวูบใหญ่ก็พัดผ่านยอดไม้ ก่อให้เกิดเสียงหวีดหิวโหยคล้ายเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณในอดีต รินรดาสะดุดรากไม้จนล้มลงไปกระแทกกับพื้นดินเปียกชื้น ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อเท้าขวา แต่นางไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงร้องหรือสำรวจบาดแผล สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้หญิงสาวกัดฟันกรอด ใช้มือทั้งสองข้างยันกายลุกขึ้นยืนแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งต่อไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
เบื้องหลังนาง เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาทุกที แสงไฟฉายสודส่องกวาดไปมาบนเรือนยอดไม้และพุ่มไม้ ราวกับกรงเล็บแห่งความตายที่กำลังควAหาเหยื่อ รินรดาเบี่ยงตัวหลบเข้าไปหลบอยู่หลังลำต้นของต้นไทรใหญ่โบราณที่รากของมันแผ่ขยายออกมาราวกับม่านกำแพงธรรมชาติ นางยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นและลมหายใจที่หอบโยน ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ทำไมพวกมันถึงตามราวีไม่เลิกรา? สมุดบันทึกเล่มนี้มีคำตอบอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ถึงทำให้คุณหลวงพิพัฒน์ต้องส่งคนมาไล่ล่าเอาชีวิตพวกนางถึงเพียงนี้?
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกคั่นด้วยเสียงหัวใจเต้นระส่ำ รินรดากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง—สัมผัสพิเศษที่นางมีมาตั้งแต่เด็ก สัมผัสที่มักจะตื่นตัวขึ้นในยามที่พลังงานหรือจิตวิญญาณบางประการอยู่ใกล้เคียง
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านมาจากความมืดเบื้องหน้า ไม่ใช่ความหนาวเย็นของธรรมชาติ แต่เป็นความเย็นที่ไร้ชีวิตชีวา คล้ายกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางมาจากความมืดมิด รินรดาค่อยๆ ลดมือลงจากปาก หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรุนแรงขึ้นไปอีก นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านช่องว่างของรากไม้ไทร
เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางหมอกทึบ ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อคลุมยาวสีเข้มกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาลืมหายใจไม่ใช่รูปร่างนั้น หากแต่เป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—กลิ่นอายที่นางเคยสัมผัสได้จากหน้ากระดาษของสมุดบันทึกโบราณ และกลิ่นอายที่นางเคยพบในความฝันอันเลือนรางมาตลอดชีวิต
“นั่น… ใคร?” รินรดาเอמהถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะไปปลุกปีศาจร้ายให้ตื่นขึ้น
ร่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน ทว่าริมฝีปากภายใต้เงาฮู้ดกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่นางกลับรู้สึกได้ถึงความเยียบเย็นที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ
“ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที… แม่หญิงผู้ถือกุญแจแห่งกาลเวลา”
เสียงทุ้มต่ำกังวานใสรากับเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของอดีตกาลดังขึ้นในโสตประสาทของรินรดา โดยที่ริมฝีปากของร่างนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย รินรดาผงถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับลำต้นไม้ใหญ่ นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่คนของ__คุณหลวงพิพัฒน์__อย่างแน่นอน และไม่ใช่ศัตรูที่พวกนางคาดคิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งคำถามใดๆ มืออันเย็นเฉียบราศน้ำแข็งก็เอื้อมออกมาจากความมืด คว้าจับข้อมือของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าและแสงไฟของกลุ่มผู้ไล่ล่าที่พุ่งตรงเข้ามาใกล้ต้นไทรใหญ่ต้นนี้อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะหลบหนีทัน!
รินรดากลั้นหายใจ นัยน์ตาเบิกโพ้งด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเงาร่างลึกลับนั้นกระซิบข้างหูของนางด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ...
“หากเธอยังดึงดันจะหาความจริง เตรียมตัวสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไปได้เลย... รวมถึงชายผู้โง่เขลาที่กำลังวิ่งเข้ามาหาความตายเพื่อปกป้องเธอคนนั้นด้วย”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 46
การหนีที่ไร้จุดหมาย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!