"คุณจะหลอกตัวเองไปถึงเมื่อไหร่... รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำของธามันไม่ได้เบาลงเลยแม้แต่น้อยในความเงียบงันของห้องเก็บสมบัติลับใต้ดิน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่ตัดกับความเย็นเยียบของผนังหินรอบข้าง
รินรดาเบนสายตาหนีจากใบหน้าของชายหนุ่มปริศนาที่เพิ่งถอดหมวกออก—ชายที่มีใบหน้าเหมือนกับบรรพบุรุษที่สาบสูญในรูปถ่ายใบเก่าของเธอราวกับพิมพ์เดียวกัน—เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ลมหายใจที่สั่นไหวของเธอเผยให้เห็นความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้
"เขาไม่ใช่คนตาย" ธามันเอ่ยต่อ สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายผู้นั้นด้วยความระแวดระวัง "แต่เขาก็ไม่ใช่คนเป็น... รินรดา ดูที่ดวงตาของเขาสิ"
รินรดาฝืนใจมองกลับไป ชายปริศนาคนนั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต ทว่าทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอ ร่างกายของเขาก็สั่นไหวดุจใบไม้ต้องลม มือหยาบกร้านเอื้อมออกมาอย่างเชื่องช้า พยายามจะสัมผัสใบหน้าของรินรดา แต่นิ้วมือของเขากลับดูเหมือนจะทะลุผ่านความว่างเปล่าไปเพียงนิดก่อนจะถึงผิวแก้ม
"กาลเวลา... รอยจารึกที่ข้าพเจ้ามิอาจลบเลือน" เสียงของชายคนนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงกระดาษเก่าเสียดสีกัน "เจ้าคือความผิดพลาดที่งดงามที่สุด... ในห้วงแห่งการรอคอย"
"คุณเป็นใครกันแน่?" รินรดาถาม เสียงของเธอแห้งผาก ความกลัวมลายหายไป เหลือเพียงความกระหายใคร่รู้ที่รุนแรงพอๆ กับความโหยหาที่อธิบายไม่ได้
ธามันขยับตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสอง เขาคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น พลางส่งสายตาเตือนสติ "อย่าไปฟังสิ่งที่เขาสื่อสาร รินรดา ของพวกนี้คือภาพลวงตาที่เกิดจากอำนาจในสมุดบันทึกเล่มที่เธอกำลังตามหา คุณหลวงพิพัฒน์กำลังใช้สิ่งนี้เป็นเหยื่อล่อให้เธอเดินเข้าสู่กับดัก!"
"แต่นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา ธามัน!" รินรดาตวาดกลับ น้ำตาแห่งความอัดอั้นรื้นขึ้นมาคลอเบ้า "ถ้าเขาไม่มีตัวตน แล้วหัวใจของฉันที่กำลังเต้นแรงจนแทบจะระเบิดนี่คืออะไร? ความรู้สึกผูกพันที่เหมือนกับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมานานแสนนานนั่นคืออะไรกัน!"
ธามันชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้ปล่อยมือจากข้อมือเธอ แต่กลับเปลี่ยนมาเป็นกุมมือเธอไว้อย่างมั่นคง อุณหภูมิจากฝ่ามือของเขาแทรกซึมผ่านเข้าสู่หัวใจของรินรดา ทำให้ความหนาวเหน็บในห้องนี้จางลงไปบ้าง
"เพราะฉันก็รู้สึกเช่นกัน" ธามันกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อ่อนโยนจนน่าใจหาย "ท่ามกลางอันตรายที่รายล้อม ท่ามกลางคนนับพันที่หมายเอาชีวิตเรา... ฉันกลับรู้สึกว่าโลกทั้งใบมีเพียงเราสองคน รินรดา ได้โปรด เชื่อใจฉัน... อย่าปล่อยให้เงาอดีตพรากเราไปจากปัจจุบัน"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแยกของเพดานหินลงมาอาบไล้ใบหน้าของทั้งสอง เกิดเป็นเงาที่ทาบทับกันอย่างแนบสนิท รินรดารู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่มิใช่แค่จากเรื่องราวในบันทึก แต่เป็นจากหัวใจของบุรุษตรงหน้า
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบรับความใกล้ชิดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังสะท้อนเข้ามาจากโถงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นหู
"ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง..."
รินรดาหันขวับไปมองทางปากทางเข้า เงาสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มปรากฏขึ้น คุณหลวงพิพัฒน์ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับลูกสมุนที่ถืออาวุธครบมือ เขาส่งยิ้มที่ทำให้เลือดในกายรินรดาเย็นเฉียบ
"เสียดายเหลือเกินที่เวลาของพวกเธอหมดลงแล้ว" คุณหลวงพิพัฒน์พูดพลางหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือหน้ากระดาษที่ฉีกออกมาจากสมุดบันทึกเล่มนั้น! "ชายแก่ตรงหน้าเธอไม่ใช่ใครอื่นหรอกรินรดา... เขาคือบรรพบุรุษที่ถูกกักขังวิญญาณไว้ในกาลเวลาด้วยความโลภของตระกูลธามันเอง! ถามเขาสิ ว่าตระกูลของชายที่เธอกำลังยืนกุมมืออยู่นี่แหละ ที่เป็นคนทรยศเขา!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันกลับไปมองชายปริศนาที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะหันมามองธามันที่หน้าซีดเผือดราวกับคนเพิ่งโดนคมดาบปักกลางอก
ธามันถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่เคยจับมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออกช้าๆ รินรดารู้สึกราวกับพื้นดินใต้เท้ากำลังจะถล่มลงมาเมื่อเห็นสายตาของธามันที่มองมายังเธอ... มันไม่ใช่ความรักที่เธอเคยคิด แต่เป็นสายตาของความหวาดกลัวต่อบางสิ่งที่เขารู้อยู่เต็มอก
"มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด..." ธามันพยายามเอ่ย แต่เสียงของเขากลับสั่นพร่า
ทันใดนั้น ชายปริศนาคนนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์ เขาไม่ได้เล็งไปที่ธามัน แต่คว้าตัวรินรดาไว้พร้อมกับกระซิบคำสั่งสุดท้ายที่ทำให้โลกของเธอพังทลายลงในพริบตา
"อย่าเชื่อใจใครทั้งนั้น... แม้แต่คนที่เธอคิดว่ารักเธอที่สุด"
ทันทีที่เขากล่าวจบ ร่างของเขาก็สลายกลายเป็นละอองทรายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู โดยมีธามันยืนนิ่งสนิทราวกับคนถูกสาปอยู่เบื้องหน้า เธอจะเลือกเชื่อในสัญชาตญาณรักของตัวเอง หรือจะเชื่อในคำเตือนสุดท้ายของวิญญาณที่ตามหลอกหลอนเธอกันแน่?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธามันในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ เหมยฮวาแรกแย้มค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 14
ใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!