"คุณจะให้ผมเลือกอะไร ระหว่างความถูกต้องที่ไม่มีใครมองเห็น กับชีวิตของคุณที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายในบันทึกเล่มนั้น"
น้ำเสียงของธามันแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่บีบคั้นหัวใจ รินรดานิ่งงันอยู่เบื้องหน้าเขา แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันในห้องใต้ดินของหอจดหมายเหตุโบราณสะท้อนให้เห็นเงาของชายหนุ่มที่สั่นไหวไปมา มือหนาของเขาที่เคยกุมมือเธอไว้อย่างอบอุ่น บัดนี้กลับกำปั้นแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มืออีกข้างหนึ่งวางทับอยู่บนหน้ากระดาษที่จารึกชื่อของเธอไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน... ชื่อที่ถูกระบุว่าเป็น 'ผู้ที่ต้องตาย' ในหน้าถัดไป
รินรดาแค่นยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอเห็นความลังเลในดวงตาคู่คมของเขา ธามันเป็นทายาทตระกูลผู้รักษาพงศาวดาร หน้าที่ของเขาคือการปกป้องสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ให้ตกอยู่ในมือของคนชั่วอย่างคุณหลวงพิพัฒน์ แต่หากเขาเลือกที่จะปกป้องสมุด... เขาก็ต้องยอมสละชีวิตของคนที่เขารักที่สุด
"ถ้าหากหน้าที่ของคุณคือการรักษาประวัติศาสตร์ที่บิดเบี้ยวด้วยเลือดเนื้อของฉัน งั้นคุณก็จงทำตามหน้าที่เถอะค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือ เธอก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้กลายเป็นห้วงเหวแห่งความสัมพันธ์
"รินรดา ฟังผมนะ!" ธามันก้าวตามมาคว้าต้นแขนเธอไว้ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้ง "ผมไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามบันทึกไร้สาระนั่น แต่ผมมีชีวิตอยู่เพื่อคุณ... แต่คุณหลวงพิพัฒน์รู้เรื่องนี้แล้ว เขาส่งคนมาล้อมหอจดหมายเหตุไว้ทั้งหมด ถ้าผมไม่ยอมมอบสมุดให้เขาตามข้อตกลง เขาก็จะไม่มีทางปล่อยให้เราเดินออกจากที่นี่ไปได้"
"คุณก็เลยจะเลือกมอบสมุด เพื่อแลกกับความปลอดภัยของฉัน?" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มองเห็นความอ่อนแอที่เขามักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นเสมอ
ธามันนิ่งเงียบ เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวจนเธอสัมผัสได้ผ่านสัมผัสที่ต้นแขน ภายในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษเก่าและความขลังของอดีต บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะหมดไปจากปอด
"ผม... ไม่เคยมีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ต้นแล้ว" เขาพึมพำ ก่อนจะหันไปคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมา "รินรดา วิ่งออกไปทางประตูหลังที่เชื่อมกับอุโมงค์ใต้ดิน อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม"
"ธามัน! ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณจะไม่มีวันได้รับความไว้วางใจจากตระกูลอีกต่อไป คุณจะกลายเป็นคนทรยศต่ออุดมการณ์ที่ครอบครัวคุณถือครองมาเป็นร้อยปี!"
"ถ้าอุดมการณ์ของบรรพบุรุษแลกมาด้วยการเสียสละคนที่รักที่สุดไปทีละคน... ผมก็ไม่ขอแบกรับมันอีกต่อไป" เขาหันมาหาเธอ รอยยิ้มเศร้าสร้อยปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไปเสียรินรดา นี่เป็นคำสั่งสุดท้ายของคนที่มีหน้าที่รักษาบันทึกเล่มนี้"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่เคียงข้างเขาในวาระสุดท้าย หรือยอมจากไปตามที่เขาต้องการ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังก้องมาจากหน้าหอจดหมายเหตุ พร้อมกับเสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกพังเข้ามาโดยแรง
ชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบคนกรูเข้ามาภายใต้การนำของชายชราที่มีแววตาคมกริบดุจเหยี่ยว—คุณหลวงพิพัฒน์ เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ถือไม้เท้าหัวทองเหลืองที่เคาะพื้นเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่น่าเกรงขาม
"เอาล่ะ คุณธามัน... ถึงเวลาเลือกเสียที" คุณหลวงพิพัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็น "จะยอมส่งมอบบันทึกที่บรรพบุรุษเจ้าสั่งห้ามเปิดเผยความจริงเรื่องการคอรัปชั่นในอดีต หรือจะให้หญิงสาวคนนี้จบชีวิตลงตรงหน้าเจ้าภายในสามวินาที?"
รินรดาเห็นธามันกระชับสมุดบันทึกในมือแน่นจนปกหนังแทบฉีกขาด เธอรู้ดีว่าหากเขาส่งบันทึกนี้ไป ความจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ครอบครัวของเธอจะถูกฝังกลบตลอดกาล และเขาเองก็จะถูกหมายหัวในฐานะคนทรยศ แต่หากเขาไม่ส่ง... ชีวิตของเธอก็จะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ต้องตายในหน้าถัดไป
ธามันค่อยๆ ยกมือขึ้น เขาไม่ได้ส่งสมุดให้คุณหลวงพิพัฒน์ แต่เขากลับค่อยๆ ฉีกกระดาษหน้าที่มีชื่อของรินรดาออกมาต่อหน้าทุกคน สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับได้
"คุณหลวงครับ..." ธามันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาหนักแน่นราวกับผืนดิน "บันทึกเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครครอบครอง และมันก็ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินชีวิตใคร แต่หากความจริงมันเป็นพิษนัก... ก็ปล่อยให้มันสลายไปพร้อมกับผมเถอะ"
เขากระชากสายกระเป๋าที่คาดไว้ข้างเอวออก เผยให้เห็นขวดบรรจุของเหลวสีเข้มที่เขารวบรวมมาจากสารเคมีในห้องทดลองลับของตระกูล ก่อนจะราดลงบนสมุดบันทึกเล่มนั้นแล้วจุดไฟแช็กในมือขวาขึ้นมา รินรดาร้องกรีดออกมาด้วยความตกใจเมื่อเปลวไฟสีน้ำเงินลุกโชนขึ้นทันทีที่ธามันหย่อนไฟลงบนกองกระดาษที่อาบด้วยสารไวไฟ
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ คุณหลวงพิพัฒน์พุ่งตัวเข้าใส่ธามันด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประตูด้านหลังที่รินรดาควรจะหนีออกไปกลับถูกเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิด... หญิงชราในชุดไทยโบราณที่รินรดาจำได้แม่นยำจากภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัวเธอก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถืออาวุธที่เงาวับอยู่ในมือ
"ปล่อยมือจากสมุดเล่มนั้นเสีย ธามัน" หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาทุกคนในห้องหยุดชะงัก "เพราะคนที่เธอควรจะช่วย... ไม่ได้มีแค่รินรดาเพียงคนเดียว แต่รวมถึงความลับที่ถูกฝังอยู่ในตัวฉันด้วย"
ธามันชะงักงัน รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหญิงชราที่เดินผ่านกองเพลิงเข้ามาโดยไม่สะทกสะท้าน... ใบหน้าที่เหมือนกับคนในบันทึกที่ตายไปแล้วเมื่อห้าสิบปีก่อน!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของธามันและปริศนาที่กำลังจะถูกเฉลยในตอนถัดไปนะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 31
รอยแยกในมิตรภาพ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!