“วางมันลงเสีย รินรดา ก่อนที่กลิ่นคาวเลือดจะทำลายประสาทสัมผัสของเธอไปมากกว่านี้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธามันไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของรินรดา มือของเธอที่กำสมุดปกหนังเก่าคร่ำคร่าไว้สั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
ตัวอักษรสีชาดที่เคยแห้งกรังตามกาลเวลาบนหน้ากระดาษ บัดนี้กลับมีลักษณะคล้ายหยดน้ำที่กำลังปริแตก มันขยายตัวและเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต สีแดงสดใสราวกับเลือดที่เพิ่งถูกกรีดออกมาจากเส้นเลือดใหญ่ กลิ่นอายสนิมเหล็กเจือจางคละคลุ้งไปทั่วห้องสมุดลับที่ปกคลุมด้วยฝุ่นควันและกลิ่นกระดาษเก่า
“ฉันหยุดไม่ได้ ธามัน...” รินรดาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเธอหอบถี่ สายตาจับจ้องไปที่รอยหมึกที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นถ้อยคำใหม่ “มันไม่ได้กำลังเล่าเรื่องอดีต... แต่มันกำลัง ‘เขียน’ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้”
ธามันก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากโคมตะเกียงน้ำมันสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขาเอื้อมมือจะแตะขอบสมุด แต่ทันทีที่ปลายนิ้วเข้าใกล้เพียงคืบ กระแสความเย็นยะเยือกก็พุ่งเข้าปะทะราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางไว้
“นี่ไม่ใช่บันทึกของบรรพบุรุษธรรมดา” เขากล่าวพลางดึงมือกลับ แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังระแวดระวังเงาที่เคลื่อนไหวไปมา “ตระกูลของคุณถูกจารึกไว้ในรอยหมึกนี้มานานเกินไป และคุณหลวงพิพัฒน์... เขาไม่ใช่แค่คนตายที่ถูกลืมในประวัติศาสตร์ รินรดา เขายังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คุณคิด”
รินรดาไม่ตอบ เธอจดจ่ออยู่กับการถอดรหัส อักขระสีแดงเหล่านั้นเริ่มเรียงร้อยกันเป็นรูปร่างที่คุ้นตา มันไม่ใช่ตัวอักษรในภาษาใดที่เธอเคยพบเห็น แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาที่ครอบครัวของเธอพยายามปกปิดมาหลายชั่วอายุคน
*‘เลือดแลกเลือด รอยจารึกแลกวิญญาณ’*
ประโยคที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาทำเอาหญิงสาวต้องถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองมาจากความมืดมิดในมุมห้องมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รินรดาขยำปกสมุดแน่น สัมผัสพิเศษที่เธอมักมองข้ามไปบัดนี้มันแผดเผาอยู่ในกระแสเลือด เธอไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ตัวอักษร แต่เธอกำลังเห็น ‘ภาพจำ’ ที่ซ้อนทับเข้ามาในสมอง
ภาพชายวัยกลางคนในชุดราชปะแตนสีเข้ม นัยน์ตาคู่นั้นเยือกเย็นดุจก้นบึ้งของแม่น้ำสายเก่า เขากำลังถือพู่กันจุ่มหมึกที่กลายเป็นเลือด แล้วจรดลงบนแผ่นกระดาษด้วยแววตาของผู้ล่าที่มองเห็นเหยื่อติดกับดัก
“ธามัน... เขาไม่ได้ต้องการสมุดเล่มนี้เพื่ออำนาจมืด” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “เขาต้องการมันเพื่อ ‘แทนที่’ ตัวตนของเขาเอง เขาต้องการร่างที่ยังมีลมหายใจ เพื่อเดินกลับออกมาจากเงามืดของกาลเวลา”
ธามันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปคว้าดาบโบราณที่ประดับอยู่บนฝาผนังออกมาด้วยความรวดเร็วที่น่าเหลือเชื่อ สัญชาตญาณการต่อสู้ของทายาทตระกูลเก่าแก่ที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดถูกปลุกขึ้นทันที “ถ้าเช่นนั้น การเปิดสมุดเล่มนี้ก็คือการเปิดประตูคุกให้เขา”
“ไม่ทันแล้ว” รินรดาส่ายหน้า เสียงของเธอสั่นสะท้าน เธอชี้ไปยังหมึกสีเลือดที่บัดนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่มันกำลังไหลซึมลงสู่พื้นไม้ราวกับพยายามวาดอาคมล้อมรอบตัวเธอไว้
ทันใดนั้น บานหน้าต่างไม้ที่ปิดสนิทก็กระแทกเปิดออกพร้อมกับแรงลมที่กรรโชกแรงจนเปลวไฟจากตะเกียงดับลงฉับพลัน ความมืดมิดเข้ามาครอบงำห้องสมุดจนมืดสนิท เหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาเห็นเงาร่างของใครคนหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องสมุด ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดาษถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ
“เจ้าหนู... พู่กันของเจ้าช่างไร้น้ำหนักนัก”
น้ำเสียงที่คุ้นเคยจากภาพนิมิตดังขึ้นในความมืด รินรดารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แตะลงบนไหล่เบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น
“สมุดเล่มนี้... ข้าเป็นคนเขียนมันเองกับมือ และเจ้า... คือหมึกชั้นดีที่สุดที่ข้าตามหามาตลอดร้อยปี”
รินรดาหันขวับไปมองด้านหลังด้วยความหวาดหวั่น แต่สิ่งที่เธอเห็นในความมืดไม่ใช่ชายในชุดราชปะแตน ทว่าเป็นเงาสะท้อนของเธอเองในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง—ทว่าเงาสะท้อนนั้นกลับไม่ได้ขยับตามเธอ แต่กำลังยกพู่กันขึ้นจรดหน้ากระดาษในมือของมันเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งกาลเวลานี้ด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 2
รอยหมึกที่เลือนหาย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!