“อย่าเปิดมัน... รินรดา อย่าทำในสิ่งที่ย่าเตือนไว้ตลอดชีวิต”
เสียงแหบพร่าของมารดาที่ฝังอยู่ในความทรงจำก้องสะท้อนขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับพื้นผิวของกล่องไม้สักฉลุลายที่ถูกฝังอยู่ใต้กองนิตยสารเก่าเก็บในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน บ้านพักตากอากาศหลังนี้ไม่ได้ถูกแตะต้องมานานนับทศวรรษ กลิ่นอับชื้นของกระดาษและกลิ่นดินจางๆ ของป่ารอบนอกอบอวลจนน่าอึดอัด รินรดากลั้นหายใจ เธอไม่ใช่คนงมงาย แต่ความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังในวินาทีนี้ บอกให้รู้ว่าบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ข้างในกำลังตื่นขึ้น
เธอตัดสินใจออกแรงดึงกล่องออกมาจากซอกมุมมืดสนิท เสียงไม้เสียดสีกับพื้นปูนดังกึกก้องประหนึ่งเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขัง รินรดาปัดฝุ่นที่เกาะหนาเตอะออกจนเห็นลายสลักรูปดอกโบตั๋นที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับช่างแกะสลักพยายามสื่อสารความเจ็บปวดบางอย่างผ่านไม้เนื้อแข็ง
กุญแจทองเหลืองดอกเล็กที่เธอได้รับมาจากพินัยกรรมของคุณย่าถูกหยิบขึ้นมา มันสั่นอยู่ในมือเธอเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างเดียว แต่เป็นความตื่นเต้นที่เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังกระซิบข้างหูว่า ‘ความลับที่สูญหายกำลังจะได้รับการเปิดเผย’
*คลิก*
เสียงกลไกภายในกล่องทำงานอย่างแผ่วเบา รินรดาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เพชรพลอยหรือของมีค่าทางวัตถุ แต่มันคือสมุดบันทึกปกหนังวัวสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าแก่จนแทบจะเปื่อยยุ่ย ตรงกลางปกมีตราประทับรูปพู่กันไขว้กับดาบ ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลที่หายสาบสูญไปพร้อมกับปู่ของเธอ
เธอหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสหน้ากระดาษแผ่นแรก ภาพเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็แล่นผ่านเข้ามาในสมองดั่งภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำ มันคือภาพของชายคนหนึ่งในชุดราชปะแตนกำลังสะบัดพู่กันลงบนกระดาษสา ทว่าน้ำหมึกที่รินรดาเห็นในนิมิตนั้น... มันกลับมีสีแดงฉานประหนึ่งเลือดสดๆ!
“คุณย่า... นี่มันอะไรกันคะ” รินรดาพึมพำกับความว่างเปล่า
ในขณะที่เธอเตรียมจะเปิดอ่านหน้าถัดไป ความรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาจากมุมมืดของห้องเก็บของก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก รินรดาค่อยๆ หันไปมองที่ประตูห้องที่แง้มอยู่เล็กน้อย ความมืดมิดภายนอกดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็นก็ทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“คนตระกูลนี้มักจะมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นมรดกตกทอดเสมอ... คุณว่าจริงไหม คุณรินรดา?”
น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอำนาจและร่องรอยของความโหดเหี้ยมทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาจากเงามืด แววตาของเขาคมกริบประหนึ่งใบมีดที่ผ่านการลับมาเป็นอย่างดี เขาคือ ‘คุณหลวงพิพัฒน์’ ชายผู้ซึ่งมีข่าวลือว่าตายไปแล้วตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน แต่ในวินาทีนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกถึงขีดสุด
“คุณ... คุณควรจะตายไปแล้ว” รินรดาเค้นเสียงตอบ มือที่ถือสมุดสั่นระริก
“ความตายเป็นเพียงฉากกั้นของกาลเวลา แต่สมุดในมือคุณต่างหากที่เป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่อดีตที่ผมรอคอย” เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว ในขณะที่มือหนาของเขายื่นออกมากลางอากาศด้วยท่าทางคุกคาม
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะหลุดออกจากอก ประตูห้องเก็บของอีกด้านหนึ่งก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเธอกับคุณหลวง
“ผมว่าคุณคงลืมไปว่า... ทรัพย์สินชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของคุณอีกต่อไป” ธามันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่น สายตาของเขาสบกับคุณหลวงพิพัฒน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว รินรดาจำได้แม่นว่าคนคนนี้คือคนที่ส่งข้อความลึกลับมาเตือนเธอเมื่อเช้า
ธามันขยับเข้ามาใกล้รินรดา พลางกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนจนผิดสังเกต “อย่าให้เขาได้กลิ่นน้ำหมึกนั่น... ถ้ามันเปิดเผยออกมา เราจะไม่มีวันได้กลับออกไปจากที่นี่ทั้งคู่!”
ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้ากระดาษของสมุดบันทึกที่รินรดาถืออยู่ก็เกิดปฏิกิริยาประหลาด ตัวอักษรสีดำค่อยๆ เลือนหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยลายเส้นสีแดงสดที่เริ่มไหลวนราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ สมุดเริ่มสั่นสะเทือนในมือเธอ และกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงก็ตลบอบอวลไปทั่วห้อง จนแม้แต่คุณหลวงพิพัฒน์ที่เคยนิ่งสงบยังต้องถอยกรูดไปด้านหลังด้วยความหวาดวิตก
รินรดาตกใจจนเกือบจะปล่อยสมุดหลุดมือ แต่ทว่า... พลังงานบางอย่างกลับตรึงมือเธอไว้แน่น ไม่ใช่เธอที่ถือสมุดอยู่ แต่สมุดเล่มนี้กำลัง ‘ดูดกลืน’ บางอย่างไปจากตัวเธอ!
แสงสว่างวาบสีเลือดพุ่งขึ้นจากหน้ากระดาษสาดส่องไปทั่วห้องมืดมิด ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ที่นั่น รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำรูปร่างประหลาดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยจารึกในหน้าบันทึกนั้น มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือคำสาปที่ถูกจารึกไว้ด้วยวิญญาณ และตอนนี้... มันกำลังหลุดออกมาสู่โลกปัจจุบันพร้อมกับเธอที่เป็นพาหะ
“สายไปแล้ว...” ธามันสบถออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “เราไม่ได้แค่ขุดหาอดีต แต่เราเพิ่งปลุก ‘ผู้เฝ้าประตู’ ให้ตื่นขึ้นมาแล้ว!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งกาลเวลานี้ด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 1
มรดกในห้องเก็บของ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!