รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 39

วันที่ฝนพรำ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“รินรดา! ตั้งสติหน่อย... หันมามองหน้าฉัน!” เสียงทุ้มต่ำของธามันไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอที่จะดึงรินรดาให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความหวาดกลัว มือหนาของเขาคว้าไหล่เธอไว้แน่น เขย่าเบาๆ จนร่างบางที่สั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลมเริ่มกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง สมุดบันทึกเล่มนั้นร่วงหล่นจากมือ รอยจารึกลายมือพ่อที่เธอจดจำได้แม่นยำยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงนึก “เขา... เขาควรจะตายไปแล้วธามัน” เสียงของเธอแหบพร่า “เพลิงไหม้นั่น... ฉันเห็นกับตาว่าเขาหายไปในกองเพลิง ทำไมลายมือนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ทำไม!” พายุฝนด้านนอกเริ่มแผ่ขยายอาณาเขต เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นกึกก้องไปทั่วราวกับสวรรค์กำลังโกรธเกรี้ยว ทั้งสองคนวิ่งฝ่าสายฝนมาจนถึงกระท่อมร้างหลังเก่ากลางป่า กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและดินโคลนผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามาผ่านรอยรั่วของหลังคา ธามันถอนหายใจยาว แววตาของเขาที่มักจะเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลใจ เขาไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำฝนบนใบหน้าของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสั่นเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากลับมั่นคง “เชื่อฉันนะริน... ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร หรือเขายังมีชีวิตอยู่ด้วยวิธีไหน แต่ตอนนี้เราอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว” ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าเพื่อนคู่คิด “เลิกโทษตัวเองว่าเหตุการณ์ในอดีตคือความผิดของเธอเสียที เธอไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่ไร้ทางสู้อีกต่อไปแล้ว” รินรดาสบตากับเขา แสงไฟจากตะเกียงดวงเดียวที่ธามันจุดไว้กะพริบไหวตามแรงลม สะท้อนเงาของความเจ็บปวดในดวงตาของเธอดังกระจก “แล้วถ้าเขายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ล่ะธามัน? ถ้าพ่อกลายเป็นหมากตัวหนึ่งในมือของคุณหลวงพิพัฒน์... ฉันจะแบกรับความจริงข้อนั้นไว้ได้อย่างไร” “ถ้ามันเป็นแบบนั้น...” ธามันเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน “ฉันจะเป็นคนถือพู่กันร่วมกับเธอเอง เราจะจารึกความจริงใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าศัตรูของเราจะเป็นใครหรือมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง” คำพูดของเขาไม่ใช่คำหวานที่พร่ำบอกรัก แต่เป็นคำมั่นสัญญาหนักแน่นที่กรีดลึกลงไปในใจของรินรดา ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังของธามันดูเหมือนจะละลายหายไปเหลือเพียงชายหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นและพร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิต บรรยากาศในกระท่อมเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะไม่ขาดสาย รินรดาหลบสายตาไปมองกองไฟที่เริ่มมอดลง “คุณดีกับฉันเกินไป... ทั้งที่เรื่องนี้มันนำพาอันตรายมาให้ตระกูลของคุณด้วย” “อย่าเอาตระกูลมาเกี่ยวเลยริน” ธามันเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น “สำหรับฉัน... เหตุผลที่ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะหน้าที่หรือตระกูล แต่เพราะรินรดาต่างหาก” หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านจากมือของเขาที่กุมมือเธออยู่ มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดและอันตราย แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขกลับถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งด้านนอกกระท่อม ดังชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน ธามันชะงักกึกทันที เขาส่งสัญญาณให้รินรดาเงียบและขยับตัวไปหลบหลังเสาไม้เก่าๆ พร้อมกับคว้าปืนพกออกมาเตรียมพร้อม “มีคนตามมา” ธามันกระซิบเสียงต่ำ แววตาคมกริบจดจ้องไปที่ประตูไม้ที่พังแหว่ง ประตูค่อยๆ ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับร่างในชุดสีดำสนิทที่เปียกปอนไปทั้งตัว กลิ่นกำยานจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่รินรดาจะทันได้มองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู ก่อนจะวางม้วนกระดาษเก่าคร่ำครึลงบนพื้น แล้วถอยหลังหายไปในม่านฝนอย่างรวดเร็ว รินรดารีบพุ่งตัวไปคว้าม้วนกระดาษนั้นขึ้นมาเปิดดูทันที หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน มันไม่ใช่บันทึก... แต่เป็นภาพวาดเหมือนของเธอในชุดไทยโบราณที่เธอไม่เคยสวมใส่มาก่อน พร้อมข้อความท้ายภาพที่เขียนด้วยลายมือเดียวกันเป๊ะกับสมุดบันทึกเล่มนั้นว่า... *'รินรดา... ลูกรัก พ่อไม่ได้หายไปไหน พ่อถูกกักขังอยู่ในรอยแยกแห่งกาลเวลา และคนที่จะช่วยพ่อได้... คือคนที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้ายที่อยู่ใต้เงาพู่กันของตระกูลธามันเท่านั้น'* ทันใดนั้นเอง ธามันที่กำลังจะเดินออกไปตามหาผู้บุกรุกก็ชะงักกึกพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อมองดูสร้อยข้อมือที่เขาสวมติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งจู่ๆ ก็เปล่งแสงสีน้ำเงินจางๆ ออกมาท่ามกลางความมืดมิดของกระท่อม “ริน... ถอยออกมา!” ธามันร้องเตือน แต่ทว่า... พื้นไม้ใต้เท้าของเขากลับเกิดรอยแยกเป็นประกายแสงสว่างวาบขึ้นมาทันทีราวกับกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่นับร้อยปีที่แล้ว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งกาลเวลาในบทนี้ด้วยกันนะคะ เหมยฮวาแรกแย้มจะพาทุกคนไปพบกับความลับที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%