เสียงก้องของกระดาษสมุดบันทึกที่ร่วงหล่นกระทบพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ ยังไม่น่าสะเทือนใจเท่าเสียงหัวใจของรินรดาที่กำลังแหลกสลายเป็นผุยผง รอยหมึกสีชาบนหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้สะท้อนภาพอดีตอันเน่าเฟะ ขณะที่ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างไร้สติ จ้องมองรอยสักรูปมังกรเลื้อยพันรอบข้อมือหนาของชายผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่า... คือที่พึ่งสุดท้ายในโลกอันโหดร้ายนี้
"เธอฉลาดเกินไปแล้วนะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยอบอุ่นและกระซิบปลอบประโลมเธอในยามวิกาล บัดนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ธามันไม่ได้หลบสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและคำถามนับร้อยของเธอ เขากลับระบายยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนว่ามันเต็มไปด้วยความอำมหิตและเลือดเย็นเพียงใด
รินรดาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท มือบางสั่นเทาจนแทบไม่เหลือแรงจะยกขึ้นตั้งรับ "คุณ... คุณเป็นใครกันแน่ ธามัน? หรือว่า... เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรก เป็นแค่เกมที่คุณกับคุณหลวงพิพัฒน์ร่วมมือกันเล่นตลกกับฉัน?"
"เกมงั้นหรือ?" ธามันแค่น่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า รา่องรอยของความอ่อนโยนอันจอมปลอมถูกลบเลือนจนหมดสิ้น เหลือเพียงทายาทแห่งตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทาง "เธอคิดจริงๆ หรือริน ว่าคนธรรมดาอย่างเธอ จะบังเอิญก้าวเข้ามาพัวพันกับบันทึกตระกูลอัครโยธินได้โดยไม่มีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง? ตื่นจากฝันเสียทีเถอะ... สายเลือดที่เธอภาคภูมิใจนักหนาน่ะ มันคือฟันเฟืองตัวเดียวกันกับคนที่ฆ่าล้างครอบครัวเธอ"
ประโยคราวดาบคมกริบกรีดลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ภาพความทรงจำวัยเด็กที่เลือนราง เสียงกรีดร้องในคืนเพลิงผลาญ และกลิ่นคาวเลือดที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดชีวิต กลับพรั่งพรูขึ้นมาในหัวจนสมองแทบระเบิด มือบางยกขึ้นกุมขมับ เซถลาไปชนกับชั้นหนังสือเก่าจนฝุ่นคละคลุ้ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่เธอมอบความไว้วางใจให้หมดหัวใจ มันกัดกินวิญญาณเธอยิ่งกว่าสิ่งใด
"โกหก... คุณโกหกฉัน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้วลวกผิวหน้า "ครอบครัวฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น! พ่อแม่ฉันตายเพราะขัดขวางพวกคุณ ไม่ใช่เพราะเป็นพวกเดียวกับพวกคุณ!"
"อยากรู้ความจริงนักไม่ใช่หรือ?" ธามันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงคืบทำให้เธอได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคย แต่บัดนี้มันกลับน่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน นิ้วเรียวยาวเอื้อมมือออกไปราวกับจะเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจาก,แก้มให้เธอ แต่รินรดากลับปัดมันออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
ดวงตาคมกริบของธามันวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "ตระกูลของเราสร้างประวัติศาสตร์ด้วยคราบเลือดและความลับมารุ่นต่อรุ่น รินรดา เธอคิดว่าเธอหนีพ้นเงาของบรรพบุรุษตัวเองพ้นหรือไง? บันทึกเล่มนั้น... ไม่ได้มีไว้เพื่อเปิดโปงความชั่วช้า แต่มันมีไว้เพื่อยืนยันว่าใครคือนายผู้แท้จริงของสมบัติที่ซ่อนอยู่ และเวลานี้... เธอก็เดินเข้ามาในกรงที่ตระกูลเตรียมไว้ให้เองโดยสมบูรณ์"
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องสมุดโบราณก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก้าวเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ รินรดากวาดสายตามองผ่านม่านน้ำตา หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างสูงวัยอันคุ้นตาของ 'คุณหลวงพิพัฒน์' ปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาสลัว พร้อมด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ส่งมาให้เธอ ราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
"ทำได้ดีมาก หลานรัก" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจของคุณหลวงพิพัฒน์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมด รินรดาราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมากลางกระหม่อม
คำว่า 'หลานรัก' จากปากของศัตรูตัวฉกาจ... พุ่งตรงเข้ากระแทกความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ธามันไม่ใช่แค่คนสนิทของเธอ ไม่ใช่ผู้ช่วยเหลือ และไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เขาคือสายเลือดเดียวกันกับผู้ชายที่ฆ่าล้างครอบครัวเธอ!
ธามันหันไปโค้งคำนับให้ชายชราเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ อีกต่อไป ราวกับว่าผู้หญิงที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในสายตาเขาเลย
รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติความเจ็บปวดผสมผสานกับความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก มือบางที่สั่นเทาก้มลงเอื้อมไปหยิบเศษแก้วแหลมคมจากแจกันที่แตกอยู่บนพื้นขึ้นมาซ่อนไว้ข้างลำตัวอย่างแนบเนียน ในเมื่อไม่มีทางหนี และไม่มีใครให้พึ่งพาอีกต่อไป เธอก็พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อลากพวกมันลงนรกไปพร้อมกับเธอ
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้พุ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงหน้า เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากทางหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียด พร้อมกับกระสุนปริศนาที่พุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกระจกตกลงแทบเท้าของคุณหลวงพิพัฒน์เสียงดังสนั่น!
ไฟในคฤหาสน์ดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงตะโกนสั่งการของบอดี้การ์ด มือปริศนาคู่หนึ่งก็คว้าเอวเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่แนบชิดริมหูในความมืดสนิท—เสียงที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ: *"ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่อย่างไร้ค่า... ก็เงียบแล้วตามฉันมา, คุณหนูตระกูลอัครโยธิน"*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนของความจริงในบทนี้นะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 42
คำสัญญาที่ล่มสลาย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!