อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ•ตอนที่ 2

การพบกันที่หอคอยทมิฬ

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษกระดาษปא์รชม์ที่ถูกเผาไหม้อย่างช้าๆ ลอยอบอวลอยู่ในความมืดมิดของทางเดินชั้นใต้ดิน รอยเท้าของเรย์ วาลคีรี เหยียบย่างลงบนพื้นหินแกรนิตเก่าแก่ที่เย็นเฉียบจนแทบชาไปถึงขั้วกระดูก ทุกย่างก้าวของเด็กหนุ่มผู้สวมเครื่องแบบอัศวินฝึกหัดเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบกายเพื่อสำรวจความผิดปกติของหอคอยทมิฬ—สถานที่ซึ่งถูกลบชื่อออกจากแผนผังของโรงเรียนเวทมนตร์หลวงมานานหลายศตวรรษ "ให้ตายสิ เลออนบอกว่าทางนี้เป็นทางลัดไปสนามประลองเวทไม่ใช่หรือไง ทำไมมันถึงกลายเป็นเขาวงกตใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณแบบนี้ล่ะเนี่ย" เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางกระชับด้ามดาบฝึกหัดที่เหน็บอยู่ข้างเอว เสียงลมหายใจของเขาดังสะท้อนก้องไปตามผนังหินที่ชื้นแฉะ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่าย เลออน เบลดฟอร์ด เพื่อนสนิทและคู่แข่งคนสำคัญ ได้ท้าทายเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า หากเรย์กล้าเดินสำรวจหอคอยทมิฬจนครบรอบก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เลออนจะเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำที่โรงอาหารใหญ่ตลอดสัปดาห์ สำหรับเรย์ผู้มาจากตระกูลอัศวินตกอับ ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องของการพนันขันต่อ แต่เป็นโอกาสอันดีในการพิสูจน์ความกล้าหาญและลับคมสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของตนเอง ทว่า ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งกดดันมากขึ้นเท่านั้น แสงสว่างจากคบเพลิงด้านนอกถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมืดมิดที่หนาแน่นราวกับมีชีวิต เรย์ต้องอาศัยการสัมผัสกำแพงหินเพื่อนำทาง จนกระทั่งปลายนิ้วของเขาไปสัมผัสถูกร่องสลักประหลาดบนแผ่นหินบานใหญ่ *คลิก...* เสียงกลไกโบราณทำงานเบาๆ ก่อนที่กำแพงหินจะเคลื่อนตัวแยกออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสีฟ้าเรืองรองที่ลอดออกมาจากห้องโถงลับเบื้องหลัง เรย์ชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและระแวงในเวลาเดียวกัน เขาค่อยๆ ก้าวผ่านช่องว่างนั้นเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุด ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เรย์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน ห้องโถงกว้างใหญ่ทรงโดมแห่งนี้เต็มไปด้วยตำราโบราณที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ วงแหวนเวทมนตร์ซับซ้อนนับร้อยวงกำลังหมุนวนเปล่งแสงระยิบระยับ และ ณ ใจกลางห้องนั้น มีร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ เส้นผมสีเงินยวดยาวสลวยสะท้อนกับแสงเวทมนตร์ ชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายดาราจักรโบราณพลิ้วไหวตามกระแสมานาที่หมุนวนรอบตัวเธอ อาจารย์ไอรีน ฟอน ซิลเวอร์เวิลด์—จอมเวทอัจฉริยะผู้เก็บตัวเงียบเชียบและมักจะปรากฏกายด้วยท่าทีเย็นชาเสมอในคาบเรียนประวัติศาสตร์เวทมนตร์ กำลังร่ายคาถาบางอย่างด้วยมือเปล่าอย่างรวดเร็วและงดงาม "ใครกัน..." น้ำเสียงเย็นเยียบและทรงพลังดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดท่ามกลางความเงียบ โดยที่อาจารย์ไอรีนยังไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ เรย์รู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ แรงกดดันมหาศาลจากมานาของจอมเวทระดับสูงแผ่ซ่านกดทับบ่าของเขาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับ ความคิดที่จะถอยหนีผุดขึ้นมาในหัว แต่ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายและตระกูลวาลคีรีไม่อนุญาตให้เขาวิ่งหนีความจริง "กระผม เรย์ วาลคีรี อัศวินฝึกหัดชั้นปีที่สองครับ... ขออภัยที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต กระผมเพียงแต่หลงทางเข้ามาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ ทั้งสิ้นครับ" เรย์กัดฟันฝืนแรงกดดัน เอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด พร้อมกับโค้งคำนับแสดงความเคารพอย่างเป็นทางการ อาจารย์ไอรีนค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาสีอัมพันคู่สวยคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ ราวกับต้องการจะทะลวงผ่านเข้าไปอ่านความนึกคิดทั้งหมดภายในจิตใจ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่มุมปากของหญิงสาวจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "หลงทางงั้นหรือ... เด็กน้อย เจ้าคิดว่าหอคอยทมิฬแห่งนี้เป็นสนามเด็กเล่นที่ใครจะเดินเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้หรือไง" ไอรีนก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรย์ช้าๆ ทุกย่างก้าวของเธอนำพามาซึ่งระลอกคลื่นแห่งพลังเวทที่บริสุทธิ์ "แต่ก็น่าแปลก... คนธรรมดาที่ก้าวเข้ามาในเขตอาคมระดับนี้ ป่านนี้จิตใจคงแหลกสลายไปเพราะแรงกดดันของมานาโบราณแล้ว แต่เจ้า... กลับยืนหยัดอยู่ได้แถมยังรักษาท่าทีของอัศวินเอาไว้ได้จนวินาทีสุดท้าย" เรย์รู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะปฏิกิริยาประหลาดบางอย่างจากร่างกาย ร่างกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นทีละน้อย ราวกับมีกระแสพลังงานสายหนึ่งกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงใสราวกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเรย์—ไม่ใช่เสียงของอาจารย์ไอรีน แต่เป็นเสียงจักรกลลึกลับที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน *[ ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ผู้ใช้สัมผัสกับ "เขตพลังเวทบรรพกาล" และได้รับการยอมรับจาก "ผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ" ]* *[ ระบบสนับสนุนเวทมนตร์อัศวิน (Knight Magic Support System) ทำการปลุกเสร็จสิ้น 100% ]* *[ ปลดล็อกทักษะติดตัว: "สายตาแห่งเนตรเวท" (Level 1) และ "พลังใจแห่งวาลคีรี" ]* หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าเรย์โดยมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น ตัวเลขสถานะและข้อมูลพลังเวทไหลทะลักเข้ามาในสมองอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เรย์มองเห็นรัศมีมานารอบตัวของอาจารย์ไอรีนได้อย่างชัดเจน รวมถึงจุดอ่อนและเส้นทางไหลเวียนพลังงานภายในห้องโถงนี้ทั้งหมด เรย์เบิกPตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แววตาของไอรีนในตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความสนใจและความคาดหวังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ "ดูเหมือนว่า... เจ้าจะมีความลับบางอย่างที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากกว่าที่ข้าคิดนะ เรย์ วาลคีรี" อาจารย์ไอรีนเอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับยื่นมือเรียวบางออกมาแตะที่กลางหน้าอกของเด็กหนุ่มเบาๆ "และตอนนี้... การเดินทางที่แท้จริงของเจ้า... ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วล่ะนะ" ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนเสื้อเครื่องแบบ เรย์ก็รู้สึกเสมือนว่าประตูบานใหญ่ในจิตวิญญาณของเขาถูกกระชากให้เปิดออกอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายจนเกิดเป็นประกายแสงสีทองและสีฟ้าสว่างวาบทั่วทั้งห้องโถงทมิฬ ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ ออกไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาก็ดังขึ้นซ้ำเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนพุ่งทะยานผ่านประตูหินเข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมเสียงตะโกนด้วยความตกใจของเลออนที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%