"ถ้าคิดจะใช้แค่ 'พลังเวท' ตัดสินคุณค่าของอัศวินจากตระกูลตกอับอย่างพวกเจ้า เกรงว่าสภาแห่งเซนต์ลูเมียคงต้องทบทวนนิยามคำว่า 'ผู้กล้า' ใหม่เสียแล้วล่ะครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางโถงทดสอบหินแกรนิตสีเทาเข้ม เสียงฝีเท้าของเรย์ วาลคีรี ไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แม้รอบตัวเขาจะเต็มไปด้วยสายตากว่าร้อยคู่จากบรรดาลูกขุนและเหล่าทายาทขุนนางชั้นสูงที่มองมาด้วยแววตาสمเพชเวทนา
ในฐานะเด็กหนุ่มจากตระกูลอัศวินชายแดนที่แทบจะล้มละลาย เรย์รู้ดีว่าการก้าวเข้ามาสู่โรงเรียนเวทมนตร์เซนต์ลูเมีย สถาบันผลิตยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักร ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่สนามประลองที่ไร้ซึ่งความปรานี ระบบประเมินพลังเวทขั้นพื้นฐานตรงหน้าเขากำลังสั่นกระพือด้วยแสงสีแดงก่ำ—สัญญาณเตือนว่า "ไร้พรสวรรค์ด้านมานา"
แต่เรย์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อพึ่งพามานาที่เขามีอยู่น้อยนิดครับ
"น่าขันสิ้นดี เจ้าเด็กนี่ ไม่มีแม้แต่หยดอากรมานาในกระแสเลือด ยังกล้าอาจหาญมาเหยียบ1ในสถาบันเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจาก เลออน เบลดฟอร์ด บุตรชายแม่ทัพใหญ่ผู้ยืนกอดอกพิงเสาหินด้วยท่าทางหยي่นย่อ เลออนสวมชุดคลุมปักลวดลายตระกูลชั้นสูง ดาบยาวเหน็บข้างเอวส่องประกายเวทมนตร์ระยิบระยับ เขามองเรย์ด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง
เรย์เหลือบมองเลออนเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่มีความโกรธเคืองปรากฏในแววตาสีรัตติกาลนั้น มีเพียงความนิ่งสงบแบบนักวางกลยุทธ์
"พลังเวทอาจเป็นสิ่งที่คุณเลออนภาคภูมิใจนักหนา... แต่ถ้าสนามทดสอบนี้คือ 'เขาวงกตกลไกโบราณ' ที่มานาทั้งหมดถูกผนึกไว้ล่ะครับ? พลังเวทมหาศาลของคุณจะช่วยให้รอดพ้นจากกับดักหินบดขยี้ได้หรือไม่?"
สิ้นคำพูดของเรย์ ประตูหินยักษ์เบื้องหน้าก็เลื่อนเปิดออกด้วยกลไกเสียงดังสนั่น กลิ่นอายความอับชื้นและไอหมอกโบราณพวยพุ่งออกมาจากอุโมงค์มืดมิด—การทดสอบที่แท้จริงหาใช่การปล่อยพลังเวทใส่หุ่นเชิด แต่เป็นการทดสอบ 'ปัญญาและสัญชาตญาณเอาตัวรอด' ภายใต้กฎของระบบโรงเรียนที่ซ่อนเร้น
กรรมการคุมสอบผู้หนึ่งขมวดคิ้ว ก่อนจะประกาศกร้าว "ผู้เข้าทดสอบเรย์ วาลคีรี ได้รับสิทธิ์เข้าสู่บททดสอบด่านที่สอง 'เขาวงกตอัสนีบาต' ณ บัดนี้! เวลาจำกัดสามสิบนาที หากออกจากเขาวงกตไม่ได้ จะถือว่าสละสิทธิ์ถาวร!"
เรย์ก้าวเท้าเดินเข้าไปในความมืดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เบื้องหลังเขา เลออนสบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกเด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียงขโมยซีน ก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเดินตามเข้าไปในเขตทดสอบด้วยความถือดี
ภายในเขาวงกต ความมืดมิดปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน ผนังหินเต็มไปด้วยอักษรโบราณที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ ระบบสนับสนุนในห้วงความคิดของเรย์พลันส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบสภาพแวดล้อมพิเศษ: เขาวงกตอัสนีบาต (ระดับความยาก: B)]
[ระบบได้ทำการวิเคราะห์โครงสร้างเขาวงกต...]
[คำเตือน: กับดักมานาสะท้อนกลับทำงานทุกๆ 120 วินาที ห้ามใช้เวทมนตร์เด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงโจมตี]
เรย์หยุดยืนนิ่งอยู่ที่ทางแยกสามแพร่ง เสียงกระแสไฟฟ้าสถิตเริ่มดัง "เปรี๊ยะๆ" มาจากผนังฝั่งซ้าย เลออนที่เดินตามมาติดๆ กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปทางนั้นด้วยความมั่นใจตามสัญชาตญาณของนักดาบผู้ใช้มานาเสริมกำลัง
"หยุดซะ, เลออน" เรย์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ คว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้ทันท่วงที
สะบัดออก! เลออนปัดมือเรย์ทิ้งอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายฉายแววไม่พอใจ "อย่ามาสั่งฉัน เจ้าเด็กยากจน! ทางซ้ายมีร่องรอยมานาเข้มข้นที่สุด มันต้องเป็นทางออกแน่ๆ แกกลัวจนสติหลุดไปแล้วรึไง?"
"ถ้าคุณก้าวไปอีกสามก้าวและใช้มานาเสริมพลังดาบตามความคุ้นชิน... คุณจะกลายเป็นเกรียมเป็นตอตะโกก่อนจะได้เจอทางออกครับ" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมีเหตุผลรองรับชัดเจน "สังเกตที่ร่องรอยบนพื้นสิครับ มีคราบเขม่าสีดำจางๆ และเศษซากหุ่นเชิดรุ่นก่อนถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ นั่นไม่ใช่ร่องรอยของทางออก แต่เป็นจุดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงที่ตั้งเวลาไว้ทุกๆ สองนาทีต่างหาก"
เลออนชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองพื้นตามที่เรย์ชี้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อคำนวณดูแล้ว หากเขาเข้าไปจริงๆ คงไม่รอดแน่
"แล้ว... แกจะให้ไปทางไหน?" เลออนถามเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่า
เรย์ไม่ตอบทันที เขาดึงเข็มกลัดประจำตระกูลอัศวินออกมา วางลงบนพื้นตรงทางเดินตรงกลาง แล้วโยนเศษหินก้อนเล็กๆ ไปกระแทกกับผนังฝั่งขวา ทันใดนั้น กลไกเฟืองเหล็กโบราณก็ส่งเสียงดังครืน พร้อมกับทางลับที่เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินที่สะอาดสะอ้านไร้กับดัก
"ปัญญา... คืออาวุธที่คมกอดที่สุดของอัศวินที่ไร้มานาครับ" เรย์กล่าวรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะก้าวเดินนำหน้าเข้าไปในทางลับนั้นอย่างมั่นใจ ทิ้งให้เลออนยืนอึ้งงันกับความฉลาดเป็นกรดและการแก้ eสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายของเด็กหนุ่มตระกูลตกอับ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินลึกเข้าไปในเขตปลอดภัยของหอคอยทมิฬ บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บอย่างกะทันหัน เปลวไฟจากคบเพลิงข้างทางพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเขียว
เงาสะท้อนบนผนังหินไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของพวกเขา... แต่มันกำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าขนลุก
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเข้าใกล้!]
[คำเตือน: ผู้บุกรุกปริมาณมหาศาล... หรือบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปี... กำลังตื่นขึ้นเพื่อรอต้อนรับ 'ทายาทแห่งวาลคีรี']
เบื้องหน้าของทางเดินที่ควรจะว่างเปล่า ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิท เส้นผมสีเงินยวงทิ้งตัวยาวคลอเคลียกับไหล่บอบบาง ดวงตาสีฟ้าครามราวกับห้วงสมุทรลึกคู่นั้นจ้องมองมาที่เรย์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ไอรีน ฟอน ซิลเวอร์เวิลด์ อาจารย์สาวประจำหอคอยทมิฬ ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบ
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนแรก... เรย์ วาลคีรี เจ้าเด็กผู้ซ่อนคมดาบไว้ใต้รอยยิ้ม" ไอรีนเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในโถงหินทมิฬราวกับประกาศิตจากสวรรค์ ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสที่หน้าอกด้านซ้ายของเรย์—จุดที่หัวใจของเขากำลังเต้นระรัว และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... สร้อยคอผนึกมารโบราณที่เรย์ซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้า กำลังเปล่งแสงตอบสนองต่อตัวเธออย่างรุนแรง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรในบทนี้นะครับ
--- วาเลนเทียอัศวินมืด ---
อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ•ตอนที่ 1
รุ่งอรุณแห่งอัศวินฝึกหัด
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!