อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ•ตอนที่ 3

ห้องเรียนคาถาอาคมบทแรก

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
กลิ่นไอมันวาวของแผ่นโลหะเวทมนตร์และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเหล่าอัศวินฝึกหัดดังก้องไปทั่วลานประลองใต้ดินชั้นที่สามของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดีย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากของเรย์ วาลคีรี ขณะที่ปลายดาบฝึกซ้อมในมือของเขาถูกกดดันด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากกระบี่เวทธาตุลมของเลออน เบลดฟอร์ด "นายเหม่ออะไรอยู่ เรย์? ถ้าคิดจะรอดผ่านคาคาบแรกของอาจารย์ไอรีนไปให้ได้ด้วยสายตานิ่งๆ แบบนั้นละก็ นายคงนอนกองกับพื้นก่อนจะทันได้ร่ายคาถาบทแรกเสียอีกนะ" เลออนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดปนเป็นห่วงพลางสะบัดข้อมือเก็บกระบี่ กลับกลายเป็นรอยยิ้มมุมปากแบบฉบับลูกชายแม่ทัพผู้มั่นใจในตนเอง แม้บรรยากาศรอบข้างจะเต็มไปด้วยสายตาริษยาและเหยียดหยามจากกลุ่มขุนนางชั้นสูงที่จับกลุ่มซุบซิบอยู่ริมเสาหินอัคนี แต่เรย์ไม่ได้ใส่ใจคำถากถางเหล่านั้น ดวงตาคมกริบของเด็กหนุ่มตระกูลอัศวินตกอับยังคงจดจ้องไปยังตำราเวทโบราณปกหนังสีดำที่วางอยู่บนแท่นหินอ่อนเบื้องหน้า—ตำราเล่มเดียวกับที่ไอรีน ฟอน ซิลเวอร์เวิลด์ อาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬมอบหมายให้เขาศึกษาด้วยตนเองเมื่อคืนวาน นี่คือ "ห้องเรียนคาถาอาคมบทแรก" ของจริง ไม่ใช่แค่การท่องจำทฤษฎีในห้องเรียนกว้างๆ แต่เป็นการทดสอบการผสานพลังมานาสายเลือดอัศวินเข้ากับโครงสร้างเวทมนตร์โบราณที่อันตรายถึงชีวิต เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูเหล็กกล้า เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานจนทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันทันที ไอรีนก้าวเข้ามาในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายอักษรรูนโบราณ เรือนผมสีเงินยวดยวงสะท้อนกับแสงคริสตัลเวทบนเพดาน ดวงตาสีฟ้าครามราวกับน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองเหล่านักเรียนด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ทว่ากลับกดดันให้ทุกคนต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ดูเหมือนพวกคุณจะใช้เวลาว่างในการซ้อมดาบอย่างไร้ประโยชน์กันเสียจริงนะ" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ไอรีนปรายตามองเรย์เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก่อนจะหันไปหยิบแท่งช็อกเวทขึ้นมาเขียนอักขระซับซ้อนกลางอากาศ อักษรเรืองแสงสีม่วงเข้มสว่างวาบขึ้นทีละตัว สร้างความตื่นตะลึงให้กับเด็กนักเรียนทุกคน "ในคาบนี้ ฉันไม่ได้ต้องการพวกที่ใช้กำลังเข้าหักหาญอย่างไร้สมอง และไม่ใช่พวกที่เอาแต่ท่องจำตำราจนกะโหลกหนาเตอะ สิ่งที่หอคอยทมิฬต้องการคือ 'ผู้ควบคุม' ที่เข้าใจแก่นแท้ของเวทมนตร์และสามารถพลิกแพลงสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ภายในเสี้ยววินาที" ไอรีนหยุดยืนตรงหน้าเรย์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้เสียจนเรย์ได้กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายกลิ่นฝนแรกบนยอดหอคอยโบราณ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยสายตาที่ซ่อนความหมายลึกซึ้งบางอย่างไว้ "เรย์ วาลคีรี ออกมาข้างหน้า" เสียงฮือฮาจากกลุ่มนักเรียนตระกูลขุนนางดังขึ้นทันที หลายคนส่งเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ เพราะรู้ดีว่าการทดสอบแรกของอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในสถาบันไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะเด็กทุนจากตระกูลตกอับ เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขาก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างมั่นคง แผ่นหลังตั้งตรงตามวิถีแห่งอัศวินที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด ดวงตาสบประสานกับอาจารย์สาวอย่างไม่หวั่นเกรง "ครับ อาจารย์ไอรีน" เขารับคำด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ "ดี... ไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาให้เสียชื่อคนตระกูลวาลคีรีสินะ" ไอรีนยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย ชนิดที่แทบมองไม่เห็น ก่อนจะดีดนิ้วเบื้องหน้า อากาศรอบตัวพลأنเกิดการบิดเบี้ยว วงแหวนเวทสีแดงฉานขนาดใหญ่สามวงซ้อนทับกันปรากฏขึ้นกลางลานประลอง ความร้อนระอุแผ่ซ่านจนเหงื่อไหลย้อย "วงแหวนเวทนี้ถูกผูกไว้ด้วยกลไก 'เพลิงอัคคีทมิฬ' มันจะแผดเผามานาในตัวนายให้หมดสิ้นภายในสามนาที ถ้านายเลือกที่จะใช้กำลังเข้าปะทะ นายจะถูกเผาไหม้จนวิญญาณสลาย แต่ถ้านายเลือกที่จะถอย นายจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาดและถูกขับไล่ออกจากหอคอยทมิฬแห่งนี้... บอกฉันซิ เด็กน้อย วาลคีรี นายจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?" คำถามนั้นไม่ใช่แค่การทดสอบคาถา แต่เป็นการทดสอบสติปัญญาและจิตวิญญาณ เลออนที่ยืนอยู่ด้านหลังขยับตัวด้วยความร้อนใจ มือหนากำด้ามดาบแน่นราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อนทุกเมื่อหากสถานการณ์เกินควบคุม ทว่าเรย์กลับยกมือขึ้นห้ามเพื่อนสนิทด้วยหางตา พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่แสดงถึงไหวพริบอันเฉียบ ในระบบประเมินพลังที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเรย์ ตัวเลขมานาและค่าความต้านทานเวทกำลังผันผวนอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้องเอาชนะด้วยกำลัง แต่เป็นปริศนาที่ต้องถอดรหัสจากอักษรรูนที่อาจารย์ไอรีนเพิ่งเขียนบนกระดานเมื่อครู่! เรย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปิดเปลือกตาลงชั่วพริบตาเพื่อสัมผัสถึงกระแสมานาที่ไหลวนอยู่ในวงแหวนเวททมิฬ เขาพบจุดอ่อน... จุดเชื่อมต่อระหว่างอักษรรูนตัวที่สี่และห้ามีความหนาแน่นน้อยกว่าจุดอื่นอยู่เสี้ยวเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่จงใจทิ้งไว้สำหรับคนช่างสังเกตเท่านั้น! ชายหนุ่มชักดาบสั้นประจำตัวออกมา ไม่ใช่เพื่อฟันทำลายวงแหวน แต่เพื่อใช้ปลายแหลมของคมดาบกรีดลงบนพื้นหินตามแนวเส้นทางเดินของกระแสมานาอย่างแม่นยำ ราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ *เคร้ง! ฟึ่บ!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับแสงสีแดงเพลิง วงแหวนเวททมิฬที่กำลังจะแผดเผาหยุดชะงักลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงหอบหายใจของเหล่าคนดูเงียบกริบ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มฝึกหัดสามารถหยุดยั้งเวทมนตร์ระดับสูงด้วยการใช้ปลายดาบตัดกระแสมานาเพียงจุดเดียว! ไอรีนหรี่ตาสีฟ้าครามลงเล็กน้อย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏชัดเจนขึ้นในแววตาของเธอ เธอเอ่ยกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคนขณะที่เดินผ่านไหล่ของเขา "ทำได้ไม่เลวเลยนี่... นายเรียนรู้เร็วกว่าที่ฉันคิดนะ เรย์" ทว่า ในวินาทีที่เรย์กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงเตือนอันคุ้นเคยและหนทอน่ากลัวก็ดังขึ้นในจิตสำนึกของเขา—เสียงแจ้งเตือนจากระบบลับที่ไม่ได้มาจากสถาบัน แต่มาจากหอคอยทมิฬที่เขาเพิ่งก้าวเข้าไปพัวพัน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานปริศนาในหอคอยทมิฬชั้นใต้ดินระดับที่เจ็ด... เป้าหมายพลังงาน: 'เงาแห่งราชันย์โบราณ' กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล คำเตือน: ความลับที่คุณกำลังค้นหา... กำลังเดินเข้ามาหาคุณด้วยตัวเองแล้ว ณ วินาทีนี้] เรย์สะดุ้งสุดตัว เขารีบหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าลานประลองซึ่งควรจะปิดตาย ทว่าบานประตูเหล็กหนากลับค่อยๆ ถูกดันเปิดออกด้วยมือปริศนาของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้! โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และผองเพื่อนในโลกแฟนตาซีอันเข้มข้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับศาสตร์จารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%