กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 8

คืนพายุฝน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงคำรามก้องของฟ้าร้องราวกับจะฉีกกระชากผืนฟ้าให้ขาดเป็นวิ่น พร้อมๆ กับเม็ดฝนมหึมาที่โหมกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกรถยนต์คันหรูอย่างบ้าคลั่ง ภายในห้องโดยสารที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟวาบจากสายฟ้าที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าเรียบนิ่งและแววตาอันเด็ดเดี่ยวของลัลน์ลลิต สัญชาตญาณเตือนเธอว่าการฝืนขับรถลุยพายุลูกใหญ่ในยามวิกาลเช่นนี้คือความเสี่ยง แต่ความทรงจำอันเน่าเฟะจากคฤหาสน์หลังนั้นและความเย็นชาของอดีตสามีทำให้เธอยอมแม้กระทั่งแลกด้วยลมหายใจ ดีกว่าการต้องทนหายใจอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี *กึก... กลิ่นไหม้จางๆ โชยมาจากฝากระโปรงหน้ารถ* ลัลน์ลลิตกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเข็มความร้อนพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดแดงสูงสุด ก่อนที่เครื่องยนต์จะกระตุกอย่างรุนแรงสองสามครั้งแล้วดับสนิทลงท่ามกลางความมืดมิดและความเวิ้งว้างของถนนสายเปลี่ยวรอบนอกเมือง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดหลังคารถราวกับเสียงกลองแห่งความวิบัติ ลัลน์ลลิตหลับตาลงชั่วครู่เพื่อตั้งสติ มือเรียวบางกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกลายเป็นหญิงสาวผู้เข้มแข็งขึ้นจากเถ้าถ่านแล้ว จะไม่มีวันยอมให้หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอหยดลงมาให้ใครได้เห็นเป็นอันขาด แม้กระทั่งในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อบริษัทประกัน แสงไฟสว่างจ้าอันทรงพลังก็สาดส่องทะลุผ่านม่านฝนเข้ามาจากด้านหลัง รถยนต์ซีดานยุโรปสีดำสนิทรุ่นหายากจอดเทียบท่าอย่างนิ่งสนิท ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ประตูรถคันหรูฝั่งตรงข้ามเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษที่ก้าวลงมาโดยไม่แม้แต่จะกางร่ม ภาคิน... อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่ารังเกียจเธอนักหนา บัดนี้เขากลับยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดเปียกปอนเรือนร่างและเส้นผมหยักศกจนลู่แนบไปกับกรอบหน้าคมคาย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้มองความเปียกชื้นของตนเองเลยแม้แต่น้อย มันพุ่งตรงมาที่รถของเธอด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรนอย่างที่ลัลน์ลลิตไม่เคยได้เห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน *ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ภาคินกำลังยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเขาซีดเผือดริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความกังวล ลัลน์ลลิตนั่งนิ่งรา2กับรูปปั้น เธอมองผ่านกระจกที่เปียกชุ่มด้วยหยดน้ำ หยดแล้วหยดเล่าที่ไหลผ่านใบหน้าของชายผู้เคยเป็นเจ้าชีวิตของเธอ ภาพในอดีตที่เขาเคยยืนมองเธอด้วยสายตาสมเพชและเย็นชาผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพรีเพลย์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกฝั่งคนขับลงช้าๆ สายลมเย็นยะเยือกพร้อมละอองฝนพัดปะทะเข้าใส่ใบหน้าทันที กลิ่นอายเฉพาะตัวของภาคิน ทั้งกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นฝนและหยาดเหงื่อลอยกรุ่นเข้ามาแตะจมูก แต่มันไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้เธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านในอก "ลิต..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด "รถเสียใช่ไหม? ลงมา... มาขึ้นรถผม เดี๋ยวผมพาไปส่ง" ลัลน์ลลิตแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันเหยียดและสมเพชระคนกัน เธอมองหน้าเขาตรงๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ต่างจากอดีตที่เคยมีแต่ความออดอ้อนและรอคอยความเมตตาจากเขา "คุณภาคินคงว่างมากสินะคะ ถึงได้มีเวลามาเดินตรวจตราความซวยของชาวบ้านยามวิกาลแบบนี้" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด "กรุณาถอยไปค่ะ รถของฉัน เดี๋ยวทางบริษัทประกันคงส่งคนมาจัดการเอง ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกค่ะ" "ลิต อย่าดื้อ!" ภาคินขมวดคิ้วแน่น มือหนาเอื้อมมาจับขอบกระจกรถไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะกดปิดหนี "นี่มันดึกมากแล้ว ถนนสายนี้เปลี่ยว แถมรถคุณก็เครื่องพังกลางสายฝนแบบนี้ คุณคิดจะนั่งรอความช่วยเหลืออยู่คนเดียวหรือไง? ลงมาเถอะ... ผมขอร้อง" คำว่า "ขอร้อง" จากปากของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและถือดีในศักดิ์ศรีคนนี้ หากเป็นเมื่อก่อน ลัลน์ลลิตคงโผเข้ากอดและยอมยกโทษให้ทุกอย่างทันทีด้วยความโง่เขลา แต่วันนี้... มันไร้ค่าเสียยิ่งกว่าเศษดิน เธอปรายตามองมือหนาที่เกาะขอบกระจกอยู่ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "คำก็ดื้อ สองคำก็ขอร้อง... คุณเป็นอะไรกับฉันเหรอคะ คุณภาคิน? สามีเก่า? หรือว่าคนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมาเจอ? กรุณาจำใส่ใจไว้ด้วยนะคะว่าเราหย่ากันขาดแล้ว สถานะระหว่างเราตอนนี้คือ 'คนอื่น' ที่ไม่จำเป็นต้องมาใส่ใจกันด้วยซ้ำ!" "ลัลน์ลลิต!" ภาคินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ความอดทนที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่เห็นรถเธอจอดเสียอยู่ริมทางเริ่มสั่นคลอน ทว่าความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขาทุกค่ำคืนนับตั้งแต่เธอเดินจากไป กลับรุนแรงยิ่งกว่า เขารู้ดีว่าเขาสสมควรได้รับความเกลียดชังนี้ แต่วินาทีที่เห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวในรถที่มืดสนิท ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลมันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด "อย่าทำตัวเป็นเด็กน่ารำคาญได้ไหม! ผมแค่จะช่วย... คุณจะใจร้ายกับผมเกินไปแล้วนะ" "ใจร้าย?" ลัลน์ลลิตทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความโกรธเกลียดที่อัดแน่นจนล้นอก เธอกระชากเสียงตอบกลับทันทีโดยไม่ไว้หน้า "คนที่ใจร้ายและเหยียบย่ำหัวใจคนอื่นจนไม่เหลือชิ้นดี คือคุณต่างหากล่ะคะ! ตอนที่ฉันร้องขอความเห็นใจ ตอนที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณหันมามองฉันบ้าง... คุณเคยทำแบบนี้ไหม? คุณเคยวิ่งตากฝนมาสนใจฉันบ้างหรือเปล่า พิมพ์พิศาคนรักของคุณต่างหากที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงทำเป็นเดือดร้อนแทนฉันล่ะคะ หรือว่า... ของเล่นชิ้นเก่าที่เคยถูกทิ้งถังขยะ พอวันหนึ่งมันมีคนอื่นมองเห็นค่า คุณถึงเกิดอาการเสียดายขึ้นมาล่ะคะ!" คำพูดที่แทงใจดำและตรงไปตรงมาประดุจเข็มพิษ ทำให้ภาคินชะงักงัน ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นคมืดมนลงด้วยความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เขาอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือแก้ตัว แต่ลัลน์ลลิตไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรอีกต่อไป "ถอยไปค่ะ!" เธอกดเสียงต่ำอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมกับกดปุ่มปิดกระจกรถขึ้นอย่างรวดเร็ว "ลิต! เดี๋ยวสิ ลิต!" ภาคินพยายามจะยื้อมือเข้าไปห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว กระจกรถปิดสนิทลงอย่างสมบูรณ์ ตัดขาดโลกภายนอกและเสียงทุ้มที่พยายามเรียกชื่อเธอออกจากกันโดยสิ้นเชิง ภายในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดและหัวใจที่เต้นรัวแรงด้วยความโกรธขึงของหญิงสาว ลัลน์ลลิตหอบหายใจถี่ระรัว เธอยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาด้วยความคับแค้นใจ ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลืออยู่นั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบกระจกฝั่งข้างคนขับดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับแสงไฟจากรถของภาคินที่กะพริบถี่ๆ ลัลน์ลลิตขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เธอหันไปมองผ่านกระจกด้วยความไม่พอใจ ตั้งใจจะด่าทอเขาผ่านกระจกให้สาสม แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผ่านม่านฝนกลับทำให้หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาคินไม่ได้ยืนเคาะกระจกอยู่ข้างรถฝั่งเธอแล้ว... แต่เขากำลังยืนอยู่หน้ารถ ตรงฝากระโปรงรถที่มีควันพวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดร่างของเขาจนเปียกโชกไปทั้งตัว เสื้อสูทราคาแพงชุ่มไปด้วยน้ำจนแนบเนื้อ ชายหนุ่มใช้มือเปล่าทั้งสองข้างพยายามจะเปิดฝากระโปรงรถที่ร้อนจัดและค้างอยู่ ท่ามกลางกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ส่งประกายไฟแปล๊บปลาบออกมาจากห้องเครื่องยนต์อย่างน่ากลัว! "บ้าไปแล้วหรือไง!" ลัลน์ลลิตอุทานออกมาด้วยความตกใจลืมตัว สัญชาตญาณพุ่งพล่าน ร่างบางผลักประตูรถเปิดออกแล้วพุ่งฝ่าสายฝนออกไปทันทีโดยไม่ทันได้คิดชีวิต ความโกรธเกลียดที่มีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังจะเอื้อมมือเข้าไปดึงสายไฟที่กำลังช็อตอยู่! "ภาคิน! หยุดนะ! คุณกำลังทำบ้าอะไรของคุณ!" เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งแล้วกระชากสุดแรงเพื่อดึงเขาให้ออกห่างจากอันตราย แต่ด้วยแรงที่แตกต่างกันทำให้ร่างของเธอเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างที่เปียกชุ่มและเย็นเฉียบของเขาแทน ภาคินไม่รอช้า วงแขนแกร่งดั่งคีมเหล็กตวัดรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ร่างหนาของตนเองปกป้องเธอจากละอองฝนและประกายไฟที่กำลังปะทุขึ้น กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาปะปนกับกลิ่นฝนและไอความร้อนจากเครื่องยนต์ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ลัลน์ลลิตตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะเมื่อตระหนักว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอเพิ่งจะประกาศตัดขาดไปหมาดๆ "ปล่อยนะ..." เธอพยายามจะดันอกกว้างออก แต่ภาคินกลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ศศีระก้มลงซบลงบนลาดไหล่บางของเธออย่างอ่อนล้า ลมหายใจหอบสะท้อนแนบชิดผิวเนื้อ "ผมไม่ปล่อย..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูของเธอ ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำรอบกาย "ต่อให้คุณจะเกลียดผม จะไล่ผม หรือจะเหยียบย่ำผมแค่ไหน... ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือจากคุณอีกแล้ว ลิต... กลับบ้านของเราเถอะนะ" ดวงตากลมโตของลัลน์ลลิตเบิกกว้างขึ้นในความมืด ความเจ็บปวดในอดีตพรั่งพรูเข้ามาตอกย้ำ แต่ทว่าในวินาทีที่สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยของความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งที่สะท้อนอยู่ในแสงไฟหน้ารถ... เธอกลับรู้สึกว่ากำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองกำลังพังทลายลงทีละน้อยอย่างช้าๆ (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%