กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 9

บาดแผลที่ยังสด

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักตกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียด ลัลน์ลลิตไม่ได้สะดุ้งตกใจกับกิริยาเกรี้ยวกราดนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับนิ่งสนิท เยียบเย็น และสะท้อนประกายความแข็งกร้าวราวน้ำแข็งพันปี เธอเพียงแค่ก้มมองเอกสารใบหย่าที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้ยืนค้ำหัวเธอด้วยความสูงส่งที่ลดทอนลงไปจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "คุณจะบีบบังคับฉันไปถึงไหนกันคะ ภาคิน" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย "เอกสารนั่น... มันควรจะจบลงตั้งแต่สามปีก่อน ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นมันด้วยความเต็มใจ และเขวี้ยงใส่หน้าฉันเหมือนขยะชิ้นหนึ่งไม่ใช่หรือไงคะ ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเป็นหมาหวงก้าง คอยตามราวี ตามรังควานชีวิตฉันไม่เลิกรา" ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นและแรงอารมณ์ที่สุมอก เขาพยายามควบคุมลมหายใจเข้าออก ทว่าความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมานานนับปีกลับทำให้เขาแทบคลั่ง ยิ่งเห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของอดีตภรรยา หัวใจของเขาก็ยิ่งเจ็บแปลบราวนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "เพราะผมเพิ่งรู้ตัว... ว่าผมทำลายอะไรลงไป" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างค้ำยันพื้นโต๊ะโน้มตัวลงไปหาเธอ "วันนั้น... ผมมันตาบอด ผมมันโง่เง่าที่ปล่อยให้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นเข้ามาเป่าหู จนมองไม่เห็นค่าของผู้หญิงที่รักและซื่อสัตย์กับผมที่สุด ลิต... กลับมาหาผมเถอะนะ ให้โอกาสผมได้ชดใช้..." "ชดใช้?" ลัลน์ลลิตหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนภาคินรู้สึกชาไปทั้งร่าง "คุณเอาอะไรมาพูดว่าชดใช้คะ ภาคิน! หยาดน้ำตา ความโดดเดี่ยว และความตายทั้งเป็นที่ฉันต้องเผชิญตอนที่อุ้มท้องลูกอย่างไร้ที่พึ่ง คุณเอาอะไรมาแลกคืนได้คะ?" เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและรอยร้าวในอดีตพุ่งเข้าปะทะร่างสูงจนเขาต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณจำได้ไหม... วันที่ฉันแท้งลูกเพราะความเครียดและความเย็นชาไร้หัวใจของคุณ คุณอยู่ที่ไหน? คุณกำลังดินเนอร์ฉลองวันเกิดกับพิมพ์พิศา ผู้หญิงที่คุณปกป้องนักหนาไม่ใช่เหรอคะ! คุณบอกว่าลูกในท้องฉันเป็นแค่เครื่องมือมารยา คุณบอกว่าฉันมันน่าขยะแขยง!" น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมานานนับปี มันถูกระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่รินไหลอาบแก้ม ทว่าแววตากลับยังคงแข็งกร้าวและดุดัน "วันนั้นฉันคลานอยู่แทบเท้าคุณ ขอร้องให้คุณเชื่อใจฉันสักนิดเดียว... แต่คุณทำยังไงคะ? คุณผลักฉันล้มลงอย่างไร้เยื่อใย ประโยคสุดท้ายที่คุณพูดก่อนจะเดินออกจากห้องไปคืออะไร คุณจำได้ไหม!" ภาคินหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาอย่างรุนแรง คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นออกไปด้วยความเย่อหยิ่งและอคติ บัดนี้มันกลายเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนลำคอของเขาเองจนหายใจไม่ออก "ลิต... ผม..." "ไม่ต้องมาพูดชื่อฉันด้วยปากสกปรกของคุณ!" ลัลน์ลลิตตวาดลั่น ดวงตาวาวโรจน์ "ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับมันมากกว่าที่คุณกำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้เป็นร้อยเท่าพันทวี! คุณคิดว่าการที่คุณตามตื๊อ ตามขอโทษ และทำท่าทางสำนึกผิดในตอนนี้ มันจะลบภาพความโหดร้ายที่คุณทำกับฉันได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!" เธอหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะปาใส่หน้าอกเขาอย่างแรง จนกระดาษข้างในปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้นห้อง "ออกไปจากชีวิตของฉันซะ! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้น... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนทำลายคุณให้พินาศยิ่งกว่าที่คุณเคยทำกับฉัน!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ภาคินยืนนิ่งค้างท่ามกลางกระดาษเอกสารที่เกลื่อนกลาด หัวใจของเขาร้าวรานจนแทบแตกสลาย เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อไว้นั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะได้รับการอภัยโดยง่าย แต่การได้ยินคำพูดตัดเยื่อใยและแววตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจในยามนี้ มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย เขาก้มลงเก็บกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา สายตาคมกวาดมองข้อความในนั้น ก่อนที่ความตกตะลึงจะฉายชัดขึ้นในแววตา เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยร่างเล็กของเด็กชายวัยสามขวบในชุดยูนิฟอร์มอนุบาลที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยเสียงใสแจ๋ว "คุณแม่ครับ... น้องรันหิวน้ำจังเลย" ภาคินหันขวับไปมองเด็กน้อยคนนั้น ทันทีที่สบเข้ากับดวงตากลมโตและใบหน้าที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เขียวของเขาเองอย่างไร้ที่ติ ลมหายใจของอดีตสามีผู้สูงส่งก็พลันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%