กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 7

กำแพงน้ำแข็ง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟพันธุ์เกอิชาที่ลอยอวลอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย "ดิฉันคิดว่าข้อเสนอควบรวมกิจการมูลค่าพันล้านนี้ ได้ถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่จดหมายฉบับแรกแล้วนะคะ คุณภาคิน... หรือว่าฝ่ายกฎหมายของคุณมีปัญหาเรื่องการอ่านภาษาไทยเชิงธุรกิจ ถึงต้องให้ดิฉันต้องมานั่งย้ำด้วยตัวเองแบบนี้" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบ ลัลน์ลลิตในชุดสูทผ้าทวีตเข้ารูปสีงาช้าง นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานกระจกใส ดวงตาคู่คมกริบภายใต้ขนตางอนงามไม่ได้เงยขึ้นมองผู้ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังจรดปลายปากกาเซ็นเอกสารสำคัญอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับว่าร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน ภาคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบสีสนิมเหล็กมองร่างเพรียวบางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเขา—เคยอยู่ในอ้อมกอด เคยร้องไห้ซบไหล่ และเคยยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่วันนี้... เธอกลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่หนาทึบและเย็นชาจนแม้แต่เปลวไฟแห่งความสำนึกผิด ก็ไม่อาจละลายมันลงได้ในชั่วข้ามคืน "ลิต... ผมไม่ได้มาคุยเรื่องธุรกิจ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและสั่งการคนนับหมื่น บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นระริกอย่างน่าสมเพช "เอกสารพวกนั้น... ของขวัญมูลค่ามหาศาลที่ผมส่งไปให้คุณที่เพนท์เฮาส์ หรือแม้แต่หุ้นร้อยละสี่สิบของบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคมที่ผมโอนเข้าชื่อคุณ มันยังน้อยเกินไปเหรอ? น้อยเกินกว่าที่คุณจะยอมชายตามองผมสักนิด" ลัลน์ลลิตหยุดมือที่กำลังถือปากกา เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความดูแคลนและสมเพชเวทนา เธอกวาดสายตาขึ้นมองเขา ช้าๆ อย่างจงใจให้ความกดดันกัดกินหัวใจของคนตรงหน้าทีละน้อย รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นช่างงดงามแต่น่ากลัวในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกนี้สามารถตีราคาเป็นตัวเลขได้หมดสินะคะ... ภาคิน" ลัลน์ลลิตวางปากกาลงกระทบกับโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือเรียวเข้าหากัน ดวงตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ตอนที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นดินเพื่อผู้หญิงคนนั้น... ตอนนั้น เงินพันล้านของคุณอยู่ที่ไหนคะ? หุ้นที่คุณเอามาประเคนให้ฉันวันนี้ มันซื้อลมหายใจที่แทบจะหมดสิ้นไปในคืนที่ฉันแท้งลูกไม่ได้หรอกค่ะ!" คำพูดนั้นพุ่งปักเข้ากลางใจของภาคินราวกับคมหอกอาบยาพิษ ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บจนแทบหยุดเต้น ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร The memory of her tear-stained face, her desperate cries as she begged him to believe her innocence... มันย้อนกลับมาทุบทำลายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกค่ำคืน "ผมผิดไปแล้ว..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างกุมขอบกระจกแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความอัดอั้นตันใจ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวทรามเกินกว่าจะให้อภัย แต่ลิต... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหม? ให้ผมได้ดูแลคุณในแบบที่สามีควรจะทำ..." "สามีงั้นเหรอคะ?" ลัลน์ลลิตแค่น2เสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเธอลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันมากแต่รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวของเธอกลับกดขี่เขาจนแทบหายใจไม่ออก "คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าเราหย่ากันแล้ว ใบหย่าใบนั้นคุณเป็นคนยัดเยียดให้ฉันเซ็นเองกับมือ! คำว่าสามีภรรงามันขาดสะบั้นลงตั้งแต่วินาทีที่คุณเซ็นชื่อลงไปแล้วค่ะ ภาคิน!" บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของเขาถูกบีบอัดจนเจ็บร้าวไปหมด เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ง่ายคนนั้น จะเติบโตขึ้นเป็นปีศาจสาวผู้สง่างามและไร้หัวใจต่อหน้าเขาได้ถึงเพียงนี้ แต่วิธีการทางธุรกิจและเงินทองไม่ได้ผล... เขาจึงต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย "ถ้าเงินพวกนั้นมันมีความหมายแค่เศษกระดาษสำหรับคุณ..." ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในน้ำเสียง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "แล้วถ้าแลกด้วยชีวิตของผมล่ะ... ลิต ถ้าผมยอมคุกเข่าลงตรงนี้ ยอมสละทุกอย่างที่ผมมี แม้กระทั่งลมหายใจ เพื่อให้คุณได้เหยียบย่ำจนหนำใจ... คุณจะยอมใจอ่อนให้ผมสักนิดไหม?" พูดจบ ภาคินก็ทิ้งศักดิ์ศรีของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย เขากำลังจะย่อตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอตามคำพูดที่เอ่ยออกไปจริงๆ ทว่า— *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความดราม่าเบื้องหน้าอย่างไม่รู้กาลเทศะ ก่อนที่ประตูห้องทำงานบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของลัลน์ลลิต สีหน้าของหญิงสาวผู้ช่วยดูตื่นตระหนกและลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เธอถือแฟ้มเอกสารด่วนเข้ามา พร้อมกับเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "คุณลิตคะ... ขอประทานโทษที่ต้องขัดจังหวะค่ะ แต่ว่ามี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขกส่วนตัวด้านล่างค่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ... เกี่ยวกับทายาทตัวน้อยที่คุณปกปิดไว้มาแจ้งให้ทราบค่ะ" ร่างเพรียวบางของลัลน์ลลิตที่กำลังยืนจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาเย็นชา ถึงกับชะงักกึก สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ส่วนภาคินที่กำลังจะคุกเข่า ชะงักค้างกลางคัน หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำว่า *ทายาทตัวน้อย* ที่ถูกปกปิดไว้ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนความสงสัยสุดขีด ก่อนจะหันขวับกลับมามองอดีตภรรยาที่ตอนนี้ใบหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด "ทายาท... อะไร?" ภาคินเค้นเสียงถามออกมาด้วยความสั่นเทา ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ เมื่อสมองอันชาญฉลาดเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดในอดีตที่เขาเคยโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและคราบน้ำตามาด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนนี้นะคะ จะทำให้ทุกท่านใจเต้นระทึกและพร้อมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้าค่ะ "ละอองดาวเดือนเก้า"
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%