กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 5

การปะทะคารมที่ไร้เสียง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมเย็นของกาแฟอาราบิก้าชั้นดีไม่อาจเจือจางความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้น 45 ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจได้เลยแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบโต๊ะกระจกนิรภัยยาวเหยียดไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนพื้นผิวโต๊ะของใครบางคน ที่ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมาเป็นระยะราวกับนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง ลัลน์ลลิตนั่งนิ่งสนิทอยู่ ณ ฝั่งตรงข้าม แผ่นหลังของเธอยืดตรงภายใต้สูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบราとไร้ความรู้สึก ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาดุจผิวน้ำในฤดูหนาว เธอกำลังเปิดแฟ้มเอกสารในมือพลิกดูรายละเอียดโปรเจกต์ร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านบาทอย่างไม่ใส่ใจผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเลยแม้แต่น้อย "ดูเหมือนว่าข้อเสนอในหน้าสี่... ทางคุณลัลน์ลลิตจะยังคำนวณงบประมาณส่วนต่างของซัพพลายเออร์ไม่รัดกุมพอสินะคะ" เสียงหวานเจี๊ยบแต่แฝงด้วยความจงใจหาเรื่องดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงของพิมพ์พิศา หญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่นั่งเคียงข้างกับประธานกรรมการบริหาร เธอจงใจโน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแสดงความเป็นเจ้าandเข้าเจ้าของ พร้อมส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางอดีตภรรยาที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน แต่ลัลน์ลลิตไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหล่อน เธอยังคงก้มมองตัวเลขบนกระดาษ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ ชนิดที่ใครได้ยินก็ต้องเสียวสันหลังวาบ "ถ้าคุณพิมพ์พิศาใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์งบประมาณสักนิด ไม่ใช่ใช้แค่เปลือกนอกในการแต่งตัวเข้าประชุม คุณก็จะเห็นว่าตัวเลขที่ฉันเสนอไปนั้น... มันประหยัดงบของบริษัทคุณไปได้มากกว่าสิบล้านบาทโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินใต้โต๊ะ" คำพูดเรียบเรื่อยแต่นคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพิมพ์พิศาแข็งค้างทันที หล่อนหน้าถอดสี รีบหันไปฟ้องชายหนุ่มด้านข้างด้วยการกะพริบตาปริบๆ "คินคะ... ดูเธอดิสiคะ พูดจาไร้มารยาทกับฉันแบบนี้ได้ยังไง" ภาคิน... ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจระดับประเทศ นั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอดีตภรรยาไม่แม้แต่จะกะพริบ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลัลน์ลลิตเดินเข้าห้องประชุมมา จนกระทั่งวินาทีนี้ สายตาของเขามีทั้งความเจ็บปวด ความโหยหา และความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย แต่เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อเธอออกมาเต็มปาก สี่ปีที่ผ่านมา... เขาเป็นคนผลักไสเธอลงไปในขุมนรกแห่งความโดดเดี่ยว เป็นคนเหยียบย่ำหัวใจที่รักเขาจนหมดดวงให้แหลกคามือ และเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาที่หลงเชื่อคำลวงของผู้หญิงข้างกาย จนกระทั่งวันที่เธอหายลับไปจากชีวิต พร้อมกับกองเลือดและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย เขาถึงได้ตระหนักว่า 'ปราสาทหิน' ที่เขาสร้างขึ้นมันไม่มีความหมายอะไรเลย หากไร้ซึ่งเงาของหญิงสาวผู้เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารทุกค่ำคืน "เงียบไปเถอะพิศา" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ไร้เยื่อใย จนพิมพ์พิศาถึงกับสะดุ้งโหยง ภาคินไม่แม้แต่จะชายตามองหล่อนด้วยซ้ำ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ลัลน์ลลิต ราวกับเกรงว่าหากเขาละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว เธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเหมือนควันบุหรี่ "ข้อเสนอของ... คุณลัลน์ลลิต" ภาคินเอמהชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ "สมบูรณ์แบบแล้วครับ ทางเรา... ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น" ลัลน์ลลิตเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของเขา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ไม่มีแววตาของความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความเกลียดชังหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่า... ซึ่งมันช่างน่ากลัวและทรมานหัวใจของภาคินยิ่งกว่าการถูกกรีดด้วยมีดเสียอีก "ขอบคุณค่ะท่านประธาน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ ไร้ซึ่งความสนิทสนม "ถ้าไม่มีอะไร aวต... ฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีฉันมีนัดสำคัญกับคนที่... มีค่าพอจะเสียเวลาด้วย" คำว่า 'มีค่าพอ' กระแทกเข้ากลางใจของภาคินอย่างจังจนเขาหายใจไม่ออก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ มือหนาสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก้าวเท้าสั่นๆ อ้อมโต๊ะประชุมยาวเพื่อจะไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ "ลิต... เรา... เราคุยกันหน่อยได้ไหม" เสียงของเขาแหบพร่าและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช ซึ่งหากใครมาเห็นประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งในวันวานตอนนี้ คงไม่อืดใจที่จะเชื่อสายตาตัวเอง ลัลน์ลลิตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างอย่างรังเกียจ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นมองเขาเหมือนมองสิ่งของไร้ค่าข้างทาง "อย่ามาแตะต้องตัวฉันค่ะคุณภาคิน มันน่าขยะแขยง... และโปรดจำไว้ด้วยว่า ระหว่างเรา มันจบลงไปตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว บนเตียงโรงพยาบาลที่มีแต่คราบน้ำตาของฉันแล้วค่ะ" พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาอีก ภาคินเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา เขากำลังจะวิ่งตามเธอออกไป แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน นิ้วหนาสั่นเทากดเปิดหน้าจออย่างไร้สติ ภาพที่ปรากฏคือไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าลิฟต์ส่วนตัวของคอนโดมิเนียมหรู ที่ส่งตรงมาจากนักสืบเอกชนที่เขาจ้างไว้ ในภาพนั้น... ลัลน์ลลิตกำลังก้มลงยิ้มแย้มและลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบคนหนึ่งอย่างอ่อนโยน เด็กชายคนนั้นมีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน... และที่สำคัญที่สุด ในมือเล็กๆ ของเด็กชายคนนั้นกำลังถือสร้อยข้อมือทองคำแท้สลักชื่อย่อ 'P.K.' ของเขาอยู่! ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าจะร้อยเรียงบทลงทัณฑ์แห่งหัวใจนี้ให้ตราตรึงใจไปจนหยดสุดท้ายค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%