กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 4

หมากตานี้ใครเดิน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของ "ภักดีภัทรโภคิน" บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ค้ำจุนความมั่งคั่งของตระกูลภาคินมาหลายทศวรรษ แต่วันนี้... บรรยากาศรอบกายของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจับจ้องตัวเลขในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดด้วยความรู้สึกที่แทบไม่เชื่อสายตา หุ้นของบริษัทในเครือสามแห่งร่วงลงอย่างฮวบฮาบ โครงการประมูลที่ควรจะเป็นของพวกเขาอย่างไร้คู่แข่ง กลับถูกบริษัทน้องใหม่สัญชาติเดียวกันปาดหน้าเค้กไปอย่างหน้าตาเฉย และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ นามของผู้ถือหุ้นใหญ่เบื้องหลังบริษัทหน้าเลือดแห่งนั้น... คือชื่อที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอีกชั่วชีวิต "ลัลน์ลลิต..." ภาคินพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับลิ้นสัมผัสเข้ากับรสชาติของยาพิษที่เคลือบน้ำผึ้ง ริมฝีปากหยักหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือหนาที่กำแฟ้มเอกสารแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นระริกด้วยความโกรธระคนตกตะลึง ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่ยอมก้มหน้าให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ทางสู้เมื่อหลายปีก่อน ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตด้วยความรังเกียจ... บัดนี้ กลับกลายร่างเป็นผีเสื้อกลางคืนติดพิษ ที่กางปีกบินขึ้นมาโฉบเฉี่ยวท้าทายอำนาจของเขาถึงถิ่น ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองซึ่งมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับอัญมณีพราวระยับ ลัลน์ลลิตในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ กำลังยืนจิบไวน์แดงรสเลิศอยู่ริมกระจกใสบานยักษ์ แววตาคู่คมที่เคยเปี่ยมไปด้วยหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับเรียบนิ่ง เย็นชา และฉาบไว้ด้วยประกายแห่งชัยชนะที่ยากจะคาดเดา เธอมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก... ร่างกายที่เคยบอบช้ำ หัวใจที่เคยถูกฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีจากความใจร้ายของอดีตสามี ได้รับการหลอมรวมขึ้นใหม่จากเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวด ทุกหยาดหยดของน้ำตาที่เคยรินไหล ถูกแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดที่พร้อมจะกรีดแทงหัวใจของคนที่เคยเหยียบย่ามเธอให้เจ็บปวดเจียนตายบ้าง "เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ คุณภาคิน..." เสียงหวานใสเอ่ยพึมพำกับความว่างเปล่า รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่น่ากลัว กริ๊งงง! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานขัดจังหวะความคิด ลัลน์ลลิตวางแก้วไวน์ลงช้าๆ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก "รายงานมาสิคะ" "เรียนคุณลิตครับ ทางเราได้กว้านซื้อที่ดินแปลงติดกับโปรเจกต์ใหญ่ของภาคินเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ราคาประเมินพุ่งสูงขึ้นสามเท่า และถ้าเราไม่อนุญาตให้พวกเขาใช้ทางเข้าออก แปลงนั้นก็จะกลายเป็นที่ดินตาบอดทันทีครับ" เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทรายงานด้วยความตื่นเต้น "ดีมาก..." ลัลน์ลลิตยมุมปากยิ้ม "ทำให้พวกเขารู้สึกว่า การไม่มีฉันอยู่ข้างกาย มันทำให้ความมั่นคงที่พวกเขากอดไว้เนิ่นนาน... กำลังจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุอย่างไร้ความหมาย" วันรุ่งขึ้น ณ ล็อบบี้ชั้นล่างสุดของตึกสำนักงานใหญ่ภาคินกรุ๊ป ความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อสื่อมวลชนสายธุรกิจหลายสำนักแห่แหนกันมาทำข่าวการยื่นฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์การถือครองที่ดินแปลงสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการพันล้านของภาคิน ในวินาทีที่ประธานหนุ่มก้าวออกจากลิฟท์ส่วนตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับมืดมนราวกับพายุฝนกำลังจะเข้า ดวงตาดุจเหยี่ยวหวาดหวั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างระหงในชุดสูททำงานสีดำสนิทกำลังเดินลงมาจากลิฟท์อีกตัว เคียงคู่กับนักกฎหมายมือฉกาจของเมืองไทย ลัลน์ลลิตไม่ได้หลบสายตา เธอหยุดเดินเมื่อเผชิญหน้ากับอดีตสามี ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในเวลานี้ ไม่ใช่ฐานะสามีภรรยาที่ต้องก้มหัวให้อีกฝ่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็น "คู่แข่งทางธุรกิจ" ที่พร้อมจะห้ำหั่นกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ภาคินสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยแรงอารมณ์ที่คุกกรุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคย กลิ่นอายของผู้หญิงที่เขาเคยละเลย แต่วันนี้เธอกลับทรงพลังจนทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และ... โหยหาอย่างน่าประหลาด "เธอเล่นสกปรกเกินไปแล้วนะ ลัลน์ลลิต" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความเคียดแค้นระคนตัดพ้อ "คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ฉันสนใจเธอหรือไง!" ลัลน์ลลิตหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายหอมกรุ่นลอยแตะจมูกชายหนุ่มจนเขาสะท้อนเฮือก เธอยกมือขึ้นจัดเนคไทให้เขาอย่างใจเย็น ท่าทีที่ดูสนิทสนมแต่ทว่าเย็นชาถึงกระดูกดำ ทำให้ภาคินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาบ "สนใจคุณเหรอคะ?" ลัลน์ลลิตเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนเรียวปากสีแดงระเรื่อ "คุณหลงตัวเองเกินไปแล้วค่ะ คุณภาคิน... สำหรับฉัน คุณก็เป็นแค่ 'หมากตากระจอก' ที่ฉันวางไว้บนกระดาน เพื่อรอดูว่าคุณจะดิ้นรนได้สัก,กี่น้ำ ก่อนที่อาณาจักรที่คุณภาคภูมิใจนักหนา จะพังทลายคามือฉันก็เท่านั้นเองค่ะ" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนกรีดลงกลางใจของชายหนุ่มจนชาดิก ภาคินรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวบางของเธอด้วยความลืมตัว แรงบีบที่สื่อถึงความเจ็บปวดและอัดอั้นตันใจสะท้อนผ่านปลายนิ้ว "ปล่อยฉันนะคะ!" ลัลน์ลลิตสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "อย่าเอาเน่าๆ ของคุณมาแตะต้องตัวฉันอีก เพราะมัน... น่าสะอิดสะเอียนค่ะ!" ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด และแสงแฟลชจากกล้องนักข่าวเริ่มสาดส่องเข้ามาทางพวกเขานั้นเอง ประตูลิฟท์ VIP อีกตัวก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กในชุดเอี๊ยดยีนส์น่ารัก ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาควชายกางเกงสูทของภาคินด้วยความคุ้นเคย พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอמהเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างสนิทสนม "คุณป๋าขา! น้องคิวท์หิวน้ำจังเลยค่ะ ทำไมคุณป๋านานจัง..." ร่างของภาคินแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เมื่อก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันเป๊ะ! และยิ่งกว่านั้น... ใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้ กลับมีความละม้ายคล้ายคลึงกับรูปถ่ายในวัยเด็กของ "ลัลน์ลลิต" อย่างไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าจะร้อยเรียงบทลงทัณฑ์แห่งหัวใจนี้ให้ตราตรึงใจไปจนหยดสุดท้ายค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%