เอกสารหย่าแผ่นบางๆ ในมือวันนั้น... มีน้ำหนักราวกับภูทั้งลูกที่กดทับลงมาบนหัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีของลัลน์ลลิตค่ะ
กลิ่นอายของความเย็นชาจากคฤหาสน์ตระกูลภาคินยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ทุกมุมห้องโถงหรูหราอลังการที่เธอเคยคิดว่ามันคือ "วิมาน" กลับกลายเป็น "กรงขัง" สีทองที่จองจำวิญญาณของเธอให้ค่อยๆ แหลกสลายไปทีละน้อย ในวันนั้น... วันที่ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าดินกำลังร้องไห้แทนความพังทลายในชีวิตสมรสสามปีเต็ม ลัลน์ลลิตในวัยที่อ่อนแอและเปราะบางที่สุด ก้าวเท้าออกจากประตูบานใหญ่เหล่านั้นด้วยตัวคนเดียว โดยมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็กและหัวใจที่อาบไปด้วยหยาดเลือด
"ถ้าเธอจะไป ก็ไสกหัวไปให้พ้นซะ... อย่าได้แม้แต่จะคิดกลับมาเหยียบที่นี่อีก ลัลน์ลลิต"
น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งของภาคินในวันนั้น ยังคงก้องกังวานบาดลึกอยู่ในโสตประสาท ทุกคำพูดของเขาคือคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมอย่างไร้ความปรานี ยิ่งภาพของพิมพ์พิศา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเขา ยืนคลอเคลียอยู่เคียงข้างด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในชัยชนะ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าตลอดเวลาสามปีที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อทำหน้าที่ "ภรรยา" มันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของอดีตสามีผู้สูงส่งคนนั้น
ลัลน์ลลิตจำได้แม่นถึงความรู้สึกในวินาทีที่เธอกลั้นใจจรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้น มือเรียวสั่นเทาจนแทบจับปากกาไม่อยู่ ทว่า... ในความเปราะบางสูงสุดนั้น ลึก
ลงไปในจิตวิญญาณ กลับมีเปลวเพลิงแห่งความแข็งแกร่งถูกจุดขึ้นจากเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวด เธอไม่ได้ร้องไฟฟูมฟาย ไม่ได้อ้อนวอนขอความเห็นใจจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกต่อไป ในเมื่อเขาเลือกที่จะผลักไสเธอลงนรก เธอก็จะเดินออกจากชีวิตของเขาด้วยศีรษะที่เชิดสูง แม้ว่าก้าวแรกที่ก้าวพ้นประตูรั้วคฤหาสน์ตระกูลภาคิน เธอจะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความมืดmิดของอนาคตที่ไร้จุดหมายก็ตาม
"จำไว้... ภาคิน สิ่งที่คุณทำกับฉันในวันนี้ วันหนึ่งคุณจะต้องคลานกลับมาขอร้องให้ฉันมองคุณ... ด้วยซ้ำ"
นั่นคือคำสัญญาที่ลัลน์ลลิตพزำบอกกับตัวเองท่ามกลางสายฝนที่ชะโลมกายในวันนั้น
ตัดภาพกลับมายังปัจจุบัน... ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ทำให้เธอกลัวเกรงอีกต่อไป หากแต่มันถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นเกราะเหล็กอันแข็งแกร่ง ลัลน์ลลิตในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกแล้ว การกลับมาของเธอในฐานะนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลและกุมชะตากำลังจะทำให้คนใจร้ายอย่างภาคินได้ลิ้มรสชาติของการ "ถูกทอดทิ้ง" และ "สูญเสีย" อย่างสาสมบ้าง
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับแผนการแก้แค้นที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงเคาะประตูก็กระชากเธอกลับสู่ความเป็นจริง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองไปยังบานประตูด้วยความแปลกใจ ใครกันที่กล้ามาเคาะห้องพักส่วนตัวของเธอยามวิกาลเช่นนี้ มือเรียวบางเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูและเปิดออกอย่างไร้ความลังเล
แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของลัลน์ลลิตสะดุดกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อร่างสูงสง่าคุ้นเคยของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า... ดวงตาคมกริบของภาคินแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำใส และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังซบหน้าอยู่กับอ้อมอกของเขา... เด็กชายที่มีใบหน้าราวกับถอดแบบมาจากตัวเธอและเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
"ลิต... ผมเจอ... ลูกของเราแล้ว..." ภาคินกล่าวเสียงสั่นพร่า ร่างกายสูงใหญ่สั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่เกินจะควบคุม ขณะที่เด็กน้อยในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นมองเธอพร้อมกับเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"คุณแม่... ทำไมคุณป๋าถึงร้องไห้ล่ะครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและร่วมลุ้นระทึกไปกับจุดพลิกผันในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจความสะใจที่กำลังจะระเบิดขึ้นในตอนหน้าค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 3
รอยแผลที่ถูกลืม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!