กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 2

เงาอดีตในแววตา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยกรุ่นอยู่กลางห้องรับรองวีไอพีของแกลเลอรีศิลปะชื่อดัง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ลัลน์ลลิตในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีเทาเข้ม ตัดเย็บอย่างประณีตจนขับเน้นทรวดทรงระหงและท่าทีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ปลายเรียวเล็บเคลือบสีนู้ดเรียบหรูวางนิ่งอยู่บนแก้วกระเบื้องเคลือบ ลมหายใจของเธอเข้าออกสม่ำเสมอ ราวกับไม่ได้ตระหนักเลยว่าร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากำลังแผ่ไอความกดดันออกมามากเพียงใด ภาคินกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและเหยียดหยามในอดีต บัดนี้กลับฉายแววความกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิด เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่า "ลิต... เราต้องคุยกันเรื่องเอกสารหย่าและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คุณไม่มีสิทธิ์มาบล็อกการติดต่อของผมแบบนี้" ลัลน์ลลิตยังคงนิ่งเงียบ เธอยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยซ้ำ ราวกับเสียงของอดีตสามีเป็นเพียงลมผ่านที่ไร้ซึ่งความหมาย เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะวางลงกระทบจานรองเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบงัน "ความเป็นจริงเหรอคะ..." เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างกลางฤดูหนาวดังลอดริมฝีปากสีพีชอิ่มเอิบ ลัลน์ลลิตค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยนั้นว่างเปล่า ไร้ประกายความรัก ความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "น่าขันนะคะที่คุณภาคินเพิ่งมานึกถึงคำว่า 'ความเป็นจริง' เอาในวันที่ทุกอย่างมันพังทลายลงด้วยมือของคุณเอง" "ลิต ผมสำนึกผิดแล้ว..." ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอโดยไม่รู้ตัว มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กที่วางอยู่บนตัก แต่ลัลน์ลลิตกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา สายตาที่เธอมองมาในวินาทีนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอประกาศกร้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวจนภาคินต้องชะงักงัน "จำไม่ได้แล้วเหรอคะว่าคุณเคยพูดอะไรไว้บ้างเมื่อสามเดือนก่อน... วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไม่ลังเล วันที่คุณผลักไสฉันออกจากชีวิตเพื่อต้อนรับผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนนั้นคุณเคยคิดถึงสิทธิ์ของฉันบ้างไหมคะ?" คำถามย้อนศรนั้นกระแทกเข้ากลางหน้าอกของภาคินอย่างจัง ภาพของพิมพ์พิศาที่เคยเข้ามาปั่นป่วนและสร้างรอยร้าวในอดีตผุดขึ้นมาในหัว แต่มันกลับไม่หลงเหลือความเย้ายวนใดๆ อีกต่อไป มีเพียงความสำนึกผิดและเกลียดชังตัวเองที่โง่เขลาปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไป "พิมพ์พิศากับผม... มันจบลงไปนานแล้ว ลิต ผมไล่เธอออกไปจากชีวิตตั้งแต่รู้ว่าคุณจากไป..." ภาคินพยายามอธิบาย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน "แต่มันไม่จบสำหรับฉันค่ะ!" ลัลน์ลลิตสวนกลับทันควัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดสายตามองเขาลงมาด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "ความเจ็บปวดที่ฉันต้องแบกรับไว้ในวันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มันหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเศษ ˈความเมตตาˈ จากอดีตสามีอย่างคุณอีกต่อไป เอกสารหย่านั่นก็เซ็นเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องอื่น... ไม่มีอะไรที่เราต้องเคลียร์กันอีก เชิญค่ะคุณภาคิน แกลเลอรีของฉันคงไม่ต้อนรับแขกที่ไร้มารยาทในการคุกคามความเป็นส่วนตัวของเจ้าของสถานที่" ความเย่อหยิ่งและท่าทีปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนั้นทำให้ภาคินแทบคลั่ง เขากัดฟันกรอด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วอกราวกับถูกไฟแผดเผา เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะภรรยาที่เคยยอมจำนอมแทบเท้าเขามาตลอด "คุณคิดว่าจะตัดขาดจากผมได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ ลัลน์ลลิต!" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างหมดความอดทน ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างพนักโซฟาและแผงอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่เขาเคยโหยหาและลุ่มหลงตีรวนขึ้นมาในความทรงจำ ทำให้สติที่เคยควบคุมได้เริ่มขาดผึ่ง ลัลน์ลลิตไม่แม้แต่จะถอยหนี ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างท้าทาย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ "ทำไมคะ? หรือคุณคิดจะใช้วิธีสกปรกบีบบังคับฉันเหมือนในอดีตอีก? เชิญเลยค่ะ... แต่อย่าหวังว่าผู้หญิงที่ชื่อลัลน์ลลิตคนนี้จะยอมก้มหัวให้คุณเป็นครั้งที่สอง!" คำพูดท้าทายนั้นกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวภาคินให้ตื่นขึ้น ความโกรธ ความโหยหา และความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมาพร้อมกัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยของเธอ รั้งเข้ามาประชิดเพื่อจะมอบจูบลงทัณฑ์ให้หลาบจำ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงบนกลีบปากอิ่มที่เผยอยิ้มเยาะ ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาเรียวของลัลน์ลลิตไว้แน่น "คุณแม่ครับ! น้องปาล์มวาดรูปเสร็จแล้วนะฮะ... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมหน้าตาบึ้งจังเลย?" โลกทั้งใบของภาคินคล้ายหยุดหมุนทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน... ทุกลมหายใจของเขาเหมือนถูกกระชากหายไปในพริบตา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจความสะใจที่กำลังจะระเบิดขึ้นในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%