กลิ่นอายของไวน์วินเทจราคาแพงระยับผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ภายในห้องจัดเลี้ยงระดับลักชูรีของโรงแรมหรูใจกลางมหานคร ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดรอบตัวของ "ภาคิน" เบาบางลงได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกวาดตามองไปรอบงานด้วยความเบื่อหน่าย มือหนาถือแก้วทรงสูงแกว่งของเหลวสีอำพันไปมาอย่างเสียมารยาทเล็กน้อย เขากำลังถูกรายล้อมด้วยเหล่าไฮโซและนักข่าวสังคมที่พยายามเข้ามาประจบประแจง แต่ความสนใจทั้งหมดของภาคินกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ความว่างเปล่าในอก... ความว่างเปล่าที่กัดกินเขามานานนับปี ตั้งแต่วันที่เขาเป็นคนผลักไส "ลัลน์ลลิต" อดีตภรรยาผู้แสนจืดจืดและอ่อนแอให้หลุดลอยออกไปจากชีวิตอย่างไม่ใยดี
"คุณคินคะ... เหม่ออะไรอยู่หรือเปล่าคะ พิมพ์พูดด้วยตั้งนานแล้วนะ"
เสียงหวานแหลมที่เจือความเอาแต่ใจเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวของ "พิมพ์พิศา" ที่เอื้อมมาเกาะแขนแกร่ง เธออยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงที่ตั้งใจแต่งมาเพื่อดึงดูดทุกสายตา แต่สำหรับภาคินแล้ว ภาพของพิมพ์พิศาในเวลานี้กลับเป็นเพียงความน่ารำคาญที่เขาต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนคบหาด้วย เพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมตามคำบัญชาของผู้เป็นมารดา
ภาคินปรายตามองหญิงสาวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะดึงแขนออกอย่างแนบเนียนโดยไม่เอ่ยคำหวานใดๆ ตอบกลับ เขากระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวจนหมด ลำคอแกร่งขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืน ในหัวใจมีความรู้สึกกระวนกระวายอย่างไร้สาเหตุ ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือนว่า... มีบางสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ทันใดนั้น ไฟภายในห้องจัดเลี้ยงโถงใหญ่ก็หรี่แสงลงเหลือเพียงความสว่างนวลตาจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงแจ๊สแผ่วเบาถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ เมื่อบานประตูไม้สักทองบานยักษ์ทางด้านหน้าถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ทุกสายตาภายในงานนับร้อยคู่หันขวับไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงภาคินที่ปรายตามองตามสัญชาตญาณ
ทว่า... ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกลับสะดุดกึก ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอเอาไว้แน่น แก้วไวน์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น หากเขาสติหลุดไปมากกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว
ณ เบื้องธรณีประตูนั้น... สตรีผู้ก้าวเข้ามาใหม่สะกดทุกอณูอากาศในห้องให้หยุดนิ่ง
ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมอิตาลีสีดำสนิทเข้ารูป ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนราวกับรูปสลักชั้นยอด ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งไข่มุกอันล้ำค่า เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ด้านหลังอย่างประณีต ปล่อยปอยผมคลอเคลียกรอบหน้าคมคายที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่กลับทรงพลังและเย้ายวนใจจนละสายตาไม่ได้
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววหวาดกลัวและเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาเมื่อครั้งอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจดั่งราชสีห์ผู้ครองพงไพร เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาใครเหมือนเก่า หากแต่กวาดมองฝูงชนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันเงียบงัน
"น... นั่นมัน... ยัยลิตนี่!" พิมพ์พิศาอุทานออกมาเสียงดังลั่นด้วยความตกใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เล็บคมจิกเข้าหากันจนฝังลงไปในเนื้อ "เป็นไปได้ยังไง! นึกว่านังนี่มันตายไปตั้งแต่ตอนถูกไล่ออกจากบ้านแล้วนี่นา!"
ไม่ใช่แค่พิมพ์พิศาที่ตกตะลึง แต่ทั่วทั้งห้องโถงเริ่มมีเสียงซุบซิบดังระงม บรรดาไฮโซผู้ดีเก่าต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าสตรีผู้เฉิดฉายและทรงเสน่ห์เย้ายวนปานนางพญาผู้นี้คือใครกันแน่—ไม่มีใครจำภาพ "ลัลน์ลลิต" ภรรยาเก่าผู้แสนจืดจืดและเงียบขรึมคนเดิมได้อีกต่อไปแล้ว
มีเพียงภาคินคนเดียว... ที่ยืนนิ่งค้างดั่งถูกสาปให้กลายเป็นหิน
หัวใจที่เคยด้านชาและตายด้านกลับกระชากวูบอย่างรุนแรง เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านจนหูอื้ออึง เขารู้จักดวงตานั้นดี... ดวงตาที่เคยมีแต่เงาของเขา สะท้อนภาพความภักดีและความเจ็บปวด แต่ในเวลานี้ ดวงตาสูส่งคู่นั้นกลับมองผ่านเขาไป ราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ลัลน์ลลิตก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดทางเพศอย่างน่าประหลาด ทุกย่างก้าวที่เธอเคลื่อนไหว สร้างแรงกระเพื่อมในหัวใจของบุรุษเพศนับสิบที่จ้องมองด้วยความหลงใหล แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะชายหางตาแลใคร
หญิงสาวเดินผ่านหน้าภาคินไปในระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายหอมหวานเย้ายวนที่ผสมผสานระหว่างดอกไม้ป่าและกลิ่นอายความเย็นชา ลอยแตะจมูกของชายหนุ่มจนต่อมรับความรู้สึกของเขาสั่นสะท้าน
นั่นไม่ใช่ลัลน์ลลิตคนเดิม... คนเดิมที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจได้ตามอำเภอใจไม่มีอีกแล้ว
นี่คือหญิงสาวผู้ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่าน ลุกขึ้นมาพร้อมกับเพลิงแค้น และพร้อมจะแผดเผาให้ทุกคนที่เคยทำลายเธอต้องคลานเข่าเข้ามาร้องขอชีวิต
ภาคินขยับตัวตามสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของอดีตภรรยาเอาไว้เพื่อถามไถ่ความจริงทุกอย่าง แต่ทว่า... ลัลน์ลลิตกลับปรายหางตาคมกริบมามองเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเย็นเยียบ ก่อนที่เธอจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจของเขา
"ยินดีต้อนรับกลับสู่นรก... อดีตสามีผู้สูงส่ง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรในบทแรกนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจความสะใจที่กำลังจะตามมาค่ะ
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 1
เถ้าถ่านที่ฟื้นคืน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!