กลิ่นหอมกรุ่นของชาคาโมมายล์ลอยวนอยู่ในอากาศ แต่กลับไม่อาจเจือจางความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสองได้เลยแม้แต่น้อย
"คุณหูฝาดไปหรือเปล่าคะ... ภาคิน"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบจนน่าใจหาย ลัลน์ลลิตไม่ได้สะดุ้งสะเทือน ไม่ได้ตื่นตระหนก และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าเกินกว่าที่อดีสามีผู้เคยเหยียบย่ำเธอจะรับมือไหว
ภาคินยืนแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ร่างสูงใหญ่ที่เคยองอาจและเย่อหยิ่งบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบงันระหว่างพวกเขาหนาทึบเสียจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกของเขาเอง
"เมื่อครู่... คุณพูดว่าอะไรนะ ลิต" ภาคินเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอ ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสนระคนหวาดกลัว สิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินเมื่อครู่มันก้องกังวานอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ทันสมาน
"ดิฉันบอกว่า... ต่อให้คุณจะคุกเข่า ร้องไห้ หรือเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไถ่บาป มันก็ไม่มีค่าอะไรอีกแล้วค่ะ" ลัลน์ลลิตวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง "เพราะสิ่งที่พังทลายไปแล้ว ต่อให้เอาทองคำมาถม มันก็ประกอบกลับเป็นรูปเดิมไม่ได้หรอกค่ะ"
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของภาคินอย่างเลือดเย็น ร่างสูงก้าวเข้าไปหาเธอโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าจับเรียวแขนเล็กเพื่อเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์ที่กำลังจะขาดสะบั้น แต่ลัลน์ลลิตกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ปฏิกิริยาที่สะท้อนถึงความรังเกียจเดียดฉันท์นั้นทำเอาภาคินชะงักงัน ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว
"ลิต... คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในรอบหลายปี "ผมพยายามแล้ว... ผมทำทุกอย่างเพื่อลบล้างความผิดพลาดในอดีต ทำไมคุณถึงมองไม่เห็นความจริงใจของผมเลยล่ะ?"
"ความจริงใจเหรอคะ?" มุมปากของหญิงสาวหยُดรอยยิ้มเย้ยหยันไว้บางเบา "คำนี้มันช่างน่าขันในปากของคุณเสียจริงค่ะ ภาคิน ตอนที่คุณเลือกพิมพ์พิศา... ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของดิฉันอย่างไร้ความปรานี คุณเคยคิดถึงคำว่าความจริงใจบ้างไหม?"
ดวงตาคู่งามตวัดมองเขาอย่างเฉียบคม เต็มไปด้วยร่องรอยของมรสุมชีวิตที่เธอต้องผ่านมาด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่มีคราบน้ำตาของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงผู้หญิงคนใหม่ที่แข็งแกร่งดั่งหินผา และพร้อมจะเดินหน้าโดยไม่หันกลับมามองอดีตอันเน่าเฟะอีกต่อไป
ภาคินรู้สึกราวกับลมหายใจสะดุดกะทันหัน ภาพของลัลน์ลลิตในอดีตที่เอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาซ้อนทับขึ้นมา แต่มันกลับถูกลบเลือนด้วยภาพของผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่งดงาม เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนน่าค้นหา แต่กลับเย็นชาและไร้เยื่อใยเสียจนเขากลัว
กลัวว่าเธอจะไม่ต้องการเขาอีกต่อไป... กลัวว่าชาตินี้เขาจะต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาล
"ถ้าหากว่า... ถ้าหากว่าไม่มีอดีตบ้าๆ พวกนั้น" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอันร้อนรุ่มและดื้อรั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "ถ้าเราเริ่มต้นใหม่... โดยที่ไม่มีพันธะ ไม่มีอดีต และไม่มีใครหน้าไหนมาขวางทางเราได้ ความรักครั้งนี้ของคุณ... มันจะมั่นคงพอกับผมไหม ลัลน์ลลิต?"
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีโชยเข้าแตะจมูก บรรยากาศรอบตัวพลันร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหายและความเว้าวอนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่งมานานแสนนาน
ลัลน์ลลิตนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่ตั้งกำแพงไว้อย่างแน่นหนากลับกระตุกวูบไหวอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเรียวปากหยักลึกของอดีตสามีโน้มลงมาประชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้แค่คืบทำให้สติที่เคยตั้งมั่นเริ่มสั่นคลอน
"คุณกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรอีกคะ ภาคิน..." เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ขณะที่มือบางพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงเพียงน้อยนิดนั้นกลับไม่อาจต้านทานความกำยำและแรงปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในตัวชายหนุ่มได้เลย
"ผมไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยม..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่เรียวปากร้อนผ่าวจะฉวยโอกาสกดจູບลงมาอย่างเอาแต่ใจ!
สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและโหยหาทำให้ลัลน์ลลิตถึงกับผวาเฮือก ภาคินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดติดกายอย่างรวดเร็ว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยเรียวให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งขึ้น รสจูบที่ทั้งเจ็บปวด ทั้งหอมหวาน และเปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิดหลอมรวมกันจนสมองของเธอขาวโพลน
"อื้ม..." เสียงประท้วงในลำคอดังขึ้นเบาๆ แต่กลับยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม
ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ภาคินบดเบียดริมฝีปากลงมาหนักหน่วงขึ้น รสชาติของความคะนึงหาและหยาดน้ำตาที่ซึมอยู่มุมปากทำให้เขาชิมรสชาติของเธอด้วยความกระหายราวกับคนอดอยากมานานนับปี ความนุ่มละมุนของเรียวปากอิ่มทำให้สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่ง
ร่างสูงอุ้มร่างบางขึ้นจนขาทั้งสองข้างต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ ลัลน์ลลิตเผลอใช้มือโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้เพื่อพยุงตัว ความใกล้ชิดแนบแน่นอย่างไร้รอยต่อทำให้รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามไม่เป็นจังหวะของกันและกัน
ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเสียงกันในความเงียบ ภาคินพาเธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ความแตกต่างระหว่างความเย็นของผนังและความร้อนระอุจากร่างกายของเขายิ่งขับเน้นให้สัมผัสนี้ลึกซึ้งและวาบหวามจนยากจะต้านทาน มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างอุกอาจ ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาที่ซ่อนเร้นให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย
"ภาคิน... ปล่อย..." เธอยังคงพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แม้ว่าน้ำเสียงนั้นจะสั่นพร่าและขาดห้วงจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อมือซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มบริเวณเอวคอด สัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างทำให้ขาของเธออ่อนแรงลงจนต้องซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อซ่อนความสั่นสะท้าน
"ผมปล่อยคุณไปไม่ได้อีกแล้ว ลิต..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่พรมจูบไล้ลงมาตามซอกคอขาวผ่องอย่างหลงใหล "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน... ร่างกายของคุณก็ยังตอบสนองผมเหมือนเดิม"
คำพูดเย้าหยอกแต่แฝงด้วยความจริงจังนั้นทำให้ลัลน์ลลิตเจ็บแปลบในอก เธอเกลียดที่ตัวเองยังคงมีความรู้สึกหวั่นไหวให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ เกลียดที่หัวใจทรยศดวงนี้ยังคงจดจำสัมผัสของเขาได้ดีเสียยิ่งกว่าอะไร แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นร้อนลูบไล้แผ่นหลัง และรสจูบอันเร่าร้อนเริ่มลุกลามไปทั่วเรือนร่าง เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่ถูกกดทับไว้ก็โหมกระพือขึ้นจนยากจะดับลง...
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเกลียดชังและเสน่หาอันเร่าร้อนนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศวาบหวามลงในเสี้ยววินาที!
ภาคินชะงักกึก ลมหายใจหอบกระชั้นหยุดชะงักลงทันที ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ส่วนลัลน์ลลิตราวกับได้สติกลับคืนมา เธอรีบผลักอกแกร่งออกสุดแรงและกระโดดลงจากตักของเขา จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและหัวใจที่ยังคงเต้นระรัว
"ใคร..." ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินไปกระชากประตูเปิดออก เสียงเล็กๆ ที่แสนคุ้นเคยและสั่นเทากลับดังลอดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้ร่างของภาคินแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งในทันที!
"คุณแม่คะ... น้องรันคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ ทำไมคุณแม่ยังไม่ออกไปหาหนูอีกนล่ะคะ?"
ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ความตกใจพุ่งพล่านจนสมองขาวโพลน—เสียงนั้น... เสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่หน้าห้อง... และที่สำคัญที่สุด น้ำเสียงและใบหน้านั้น...
...มันช่างถอดแบบมาจาก "เขา" ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 23
บททดสอบสุดท้าย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!