รอยหมึกบนกระดาษหย่าร้างแผ่นนั้นแห้งสนิทไปนานแล้ว แต่กลิ่นอายของความอัปยศอดสูยังคงอบอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างที่ไร้ซึ่งเงาของความอบอุ่น ภาคินมองภาพเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความรู้สึกสมเพชระคนชิงชัง ผู้ชายที่เคยถือดีว่าตนเองอยู่เหนือทุกสิ่ง ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งจนแหลกสลายคามือ บัดนี้กลับเหลือเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า หัวใจของเขาถูกควักออกไปพร้อมกับการก้าวเดินออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ของลัลน์ลลิต
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างระหงของพิมพ์พิศาจะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งให้ดูอ่อนหวาน หล่อนถือถาดกาแฟเข้ามาวางบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเลย
"คุณคินคะ ดื่มอะอะไรร้อนๆ หน่อยเถอะค่ะ หมพักนี้คุณหักโหมงานเกินไปแล้วนะคะ ลัลน์... เอ่อ หมายถึงเรื่องอดีตภรรยาของคุณ ผ่านไปตั้งนานแล้ว เธอก็คงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วล่ะค่ะ ปล่อยเธอไปตามทางเถอะนะคะ" น้ำเสียงนั้นหวานเชื่อมแต่ซ่อนแววสะใจไว้อย่างมิดชิด พิมพ์พิศายังคงคิดว่านี่คือโอกาสทองที่ตนเองจะกลับมาทวงคืนตำแหน่งนายหญิง
ภาคินหันขวับกลับมา แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบยาพิษจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าจนพิมพ์พิศาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องนี้... และใครอนุญาตให้เธอกล่าวถึงชื่อของลัลน์ลลิตด้วยน้ำเสียงระคายหูแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน "ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับคนอย่างเธอ"
พิมพ์พิศาหน้าถอดสี ขอบตาคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "แต่พิศาหวังดีกับคุณนะคะ คุณคินทำไมถึงใจร้ายกับพิศาแบบนี้ล่ะคะ ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งคุณไป..."
"เธอไม่มีค่าพอที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับลัลน์ลลิตแม้แต่ปลายเล็บ!" ภาคินตวาดลั่น เสียงกระแทกโต๊ะหนักหน่วงจนถาดกาแฟสั่นสะเทือน "ออกไป!"
เมื่อร่างของพิมพ์พิศาถอยรอนแรมออกไปพร้อมกับแรงปิดประตูกระแทก ภาคินก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อนึกถึงแววตานิ่งสนิทไร้เยื่อใยในวันที่เธอยื่นคำขาดขอหย่า แววตาที่เคยมีแต่ความรักและความภักดี บัดนี้มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเฉยชาอย่างถึงที่สุด
ทางด้านลัลน์ลลิต หญิงสาวกำลังยืนทอดสายตามองทัศนียภาพอันเงียบสงบของขุนเขาและสายหมอกยามเช้าที่ปกคลุมไร่ชาปลายด้ามขวาน ที่นี่... อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดเชียงราย คือสถานที่ที่เธอเลือกใช้เป็นหลุมหลบภัยเพื่อเยียวยากลีบหัวใจที่บอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ลมหนาวพัดโชยกระทบผิวกาย ลัลน์ลลิตสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ความเงียบสงบของธรรมชาติช่วยขับไล่เสียงกรีดร้องในความทรงจำให้ออกไปได้ทีละน้อย สองมือเรียวประคองแก้วชาอุ่นๆ ไว้แน่น ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ผิวแก้วเบาๆ เพื่อซึมซับความอบอุ่น
การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่มันคือการทบทวนตัวเองอย่างถ่องแท้ว่า หลังจากผ่านมรสุมชีวิตที่แสนโหดร้ายและการสูญเสียที่แทบเอาชีวิตไม่รอด หัวใจดวงนี้พร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใดในวันข้างหน้าบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอยึดติดอยู่กับความเจ็บปวด ยึดติดอยู่กับการแก้แค้น และการรอคอยคำขอโทษจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น แต่เมื่อได้มายืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ลัลน์ลลิตก็ตระหนักได้ว่า ชีวิตของเธอยังมีค่ามากกว่าจะเอาไปผูกติดไว้กับอดีตที่เน่าเฟะ
"คุณลิตคะ ชาร้อนได้ที่แล้วค่ะ เติมอีกหน่อยไหมคะ" เสียงนุ่มนวลของป้าชื่น แม่บ้านใจดีผู้ดูแลโฮมสเตย์เอ่ยทัก พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้
"ขอบคุณค่ะป้าชื่น ลิตกำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะ" ลัลน์ลลิตส่งยิ้มจางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่ออกจากใจจริงครั้งแรกในรอบหลายเดือน
"อยู่ที่นี่นานๆ ก็ดีนะคะคุณลิต อากาศดี ผู้คนใจดี ไม่มีเรื่องวุ่นวายใจเหมือนในเมืองกรุงหรอกค่ะ ดูสิคะ หน้าตาสดใสขึ้นเยอะเลย" ป้าชื่นมองสำรวจใบพักงดงามที่แม้จะยังคงมีความเศร้าเจือจางอยู่บ้าง แต่ก็เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและสง่างามในแบบฉบับของหญิงสาวผู้ผ่านพ้นไฟนรกมาแล้ว
"ค่ะ ลิตเองก็รู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาหายใจอีกครั้ง... แต่ชีวิตข้างหน้า มันยังมีการเดินทางที่ลิตต้องตัดสินใจอีกครั้งในเร็วๆ นี้ค่ะป้าชื่น"
ดวงตากลมโตทอประกายแน่วแน่ แม้ในใจลึกๆ จะยังคงมีคลื่นใต้น้ำระลอกใหญ่คอยซัดส่ายอยู่บ้าง เมื่อนึกถึงข่าวคราวที่หลุดลอดมาว่า ภาคินกำลังคลุ้มคลั่งและตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ผู้ชายคนนั้นส่งคนออกตามหาเธอทุกซอกทุกมุม ส่งจดหมายเว้าวอนและข้อความนับร้อยฉบับที่เธอไม่เคยเปิดอ่าน ทว่า... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาในวันที่สายเกินไปของเขา มันไม่มีค่าพอที่จะดึงรั้งให้เธอกลับไปยืนจุดเดิมอีกแล้ว
ในขณะที่ลัลน์ลลิตกำลังดื่มด่ำกับความสงบเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายให้กับหัวใจ ที่กรุงเทพมหานคร ภาคินกลับไม่สามารถทนอยู่เฉยได้อีกต่อไป เมื่อเบาะแสล่าสุดระบุว่าอดีตภรรยาของเขาเดินทางขึ้นเหนือเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ร่างสูงสง่าก้าวขึ้นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวทันทีโดยไม่สนใจตารางประชุมสำคัญมูลค่าหลายพันล้านบาท ความเย่อหยิ่งทระงนตนถูกโยนทิ้งลงถังขยะ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายผู้ไม่ยอมสูญเสียสิ่งที่รักไปตลอดกาล
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าโฮมสเตย์ท่ามกลางสายหมอกจางยามบ่าย ภาคินก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ต่างไปจากนักธุรกิจหนุ่มผู้เนี๊ยบเฉียบขาดเช่นเคย เสื้อเชิ้ตยับย่นเล็กน้อย แววตาคมกราดมองไปรอบบริเวณด้วยความกระวนกระวายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในไร่ชาเขียวขจี ท่ามกลางแถวต้นชาเรียงราย สายตาก็กวาดหาแผ่นหลังระหงที่เขาเฝ้าฝันหามาแรมเดือน และแล้ว... หัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ก็แทบหยุดเต้น เมื่อร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวสีครีมกำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ไม่ไกล
ลัลน์ลลิตรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปทำให้เธอต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดิน หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับช้าๆ เพื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่เธอยังไม่พร้อมจะพบเจอในตอนนี้
ดวงตาคู่คมของภาคินสบประสานเข้ากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนเย็นชา ร่างสูงหยุดยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกมากมายอัดแน่นจนจุกอก คำพูดเป็นร้อยเป็นพันที่เตรียมมาพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงกระซิบพร่าเลือนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา
"ลัลน์..."
หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับยืนหยัดเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยท่าทีของหญิงสาวผู้ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้
"คุณมาที่นี่ทำไมคะ... คุณภาคิน"
เสียงหวานเอ่ยถามเรียบสนิท ไร้ซึ่งความสะทกสะทหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้หมายจะคว้ามือเรียวมากุมไว้ แต่ลัลน์ลลิตกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่ทำเอาหัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าถูกกรีดด้วยมีด
"ผมมา... เพื่อพาคุณกลับบ้านครับ ลัลน์... ผมสำนึกแล้ว ขอโอกาสให้ผมได้ไถ่บาป ได้โปรด..." เสียงทุ้มสั่นเครืออย่างน่าเวทนา ชายผู้เคยเย่อหยิ่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดิน ท่ามกลางไร่ชาอันกว้างใหญ่ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีไว้แทบเท้าอดีตภรรยา
ลัลน์ลลิตมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของชายหนุ่ม
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกชื่อฉัน... และการตัดสินใจของหัวใจฉันในตอนนี้ คือการเดินหน้าต่อ... โดยไม่มีผู้ชายสารเลวอย่างคุณอีกต่อไปค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและคอยเอาใจใส่นางเอกของเรามาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 24
การตัดสินใจของหัวใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!