เศษกระดาษสีขาวที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงระยับ ไม่ได้มีน้ำหนักเบาเหมือนเนื้อเยื่อของมันเลยแม้แต่น้อย ในมุมมองของภาคิน เอกสารเหล่านั้นหนักอึ้งราวนำภูเขามาทับถมลงบนอกข้างซ้าย ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กลับเซถอยหลังไปสองก้าวราวกับถูกทุบด้วยค้อนเหล็กเข้าที่กลางแสกหน้า
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างจนแทบปริ แดงก่ำด้วยระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อสายตา ตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นเด่นชัดบาดลึกเข้าไปในม่านตา... *เปอร์เซ็นต์ความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม 99.99%* และภาพถ่ายใบเล็กที่แนบมาด้วย ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบ ดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากหยักลึกที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกเงาเห็นตัวเองในวัยเด็ก
"นี่มัน... อะไรกัน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงพลังและราบเรียบ บัดนี้แหบพร่าสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ภาคินทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปคว้าแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้งราวกับคนใกล้จะจมน้ำ ความจริงที่ถูกปิดตาย ความลับที่ลلัลน์ลลิตอดทนแบกรับไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นชาและสายตาที่ว่างเปล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้ระเบิดออกตรงหน้าเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เด็กคนนั้น... คือลูกของเขา
เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่เกิดจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง เหยียบย่ำ และทำลายหัวใจจนไม่เหลือชิ้นดี!
ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแท่นพุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ภาคินรู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกมาขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพวันเก่าๆ ที่เขามองลัลน์ลลิตเป็นเพียงภาระ ไร้ค่า และจงใจเมินเฉยต่อความเปราะบางของเธอย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม เขาเคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่า เคยคิดว่าเธอไม่มีวันไปไหนได้พ้น แต่ในวันนี้... เธอกลับเดินจากไปพร้อมกับพยานรักที่เธอเลี้ยงดูและปกป้องด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาเพียงลำพัง โดยที่เขาไม่เคยรับรู้เลยแม้แต่น้อย
มือหนากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจบีบรัดจนเจ็บแปลบไปหมด เขาลุกขึ้นยืนด้วยความทุกล้ำลึก ภาพของลัลน์ลลิตในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกในห้องประชุมเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา ผู้หญิงที่เคยยอมคุกเข่าให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี บัดนี้กลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่แข็งแกร่งและสูงชันเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง
และเขาก็จำคำสัญญาที่ให้ไว้แก่ตัวเองได้... คำสัญญาที่จะยอมคลานเข่าเข้ามาในเส้นทางไถ่บาป เพื่อขอเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แม้ว่าหนทางนั้นจะโรยด้วยเศษแก้วและเปลวไฟแห่งความแค้นของเธอก็ตาม
ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ลัลน์ลลิตยืนมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานใหญ่ มือเรียวบางยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนบาดล้ำลงคอ แต่ไม่เท่ากับความขื่นขมในใจที่เธอใช้เวลาแรมปีในการรักษาจนตกสะเก็ด แม้แผลเป็นจะยังคงอยู่ แต่มันก็เตือนใจให้เธอเข้มแข็งพอที่จะไม่หันกลับไปมองอดีตอันเน่าเฟะอีก
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน
ลัลน์ลลิตขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยามวิกาลเช่นนี้ จะมีใครกล้ามาเคาะประตูห้องของเธอ นอกจาก... คนที่เธอไม่อยากพบหน้ามากที่สุด
เธอวางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์ครัวอย่างมั่น 2 เท้าก้าวเดินไปที่ประตูด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือเรียวปลดล็อกกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกกว้าง
ร่างสูงใหญ่ของภาคินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ในสภาพที่ต่างจากนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและเนี้ยบกริบโดยสิ้นเชิง เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยและอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิดมหาศาล
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ภาคินก็ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เขามีค้ำคอมาตลอดชีวิตลงกับพื้น เขาก้าวถอยหลังครึ่งก้าวแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ท่ามกลางความตกตะลึงที่ฉายวาบขึ้นในดวงตานิ่งสงบของลัลน์ลลิต
ตึง! เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นพรมอย่างแรง สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงเงียบงัน
"คุณ..." ลัลน์ลลิตหลุดปากอุทานออกมาด้วยความคาดไม่ถึง ร่างบางเผลอถอยหลังหนีไปก้าวหนึ่ง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจปนความรู้สึกซับซ้อนที่ตีรันพัวพันอยู่ในอก
"ลิต..." เสียงของภาคินแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เขาก้มหน้าลงต่ำ หน้าผากเกือบจะแนบลงกับปลายรองเท้าคัทชูของเธอ มือหนาทั้งสองข้างวางแนบข้างลำตัวในท่าทางที่ยอมจำนนต่อทุกสิ่งอย่างแท้จริง "ผม... ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว"
ลัลน์ลลิตชะงักกึก สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและเย็นชาเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นในทันที ดวงตากลมโตหรี่ลงมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องแทบเท้า เธอกวาดสายตามองท่าทีที่สิ้นฟอร์มและแตกสลายของเขา หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกไหวด้วยความเจ็บปวดแปลบปลาบ แต่รอยยิ้มหยันก็ผุดขึ้นที่มุมปากบางอย่างรวดเร็ว
"คุณรู้เรื่องอะไร... ภาคิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบ และบาดลึกเสียยิ่งกว่าใบมีด
ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไร้ความอายในความเป็นชาย เขาไม่สนศักดิ์ศรี ไม่สนหน้าตาทางสังคมอีกต่อไปแล้ว เมื่อสิ่งที่เขาทำลายมันประเมินค่าไม่ได้
"ลูก... ลูกของเรา" เสียงของเขาขาดห้วงราวกับคนใกล้จะขาดใจตาย "ทำไม... ทำไมเธอถึงใจร้ายกับผมนักลิต ทำไมถึงเก็บเรื่องสำคัญขนาดนี้ไว้คนเดียว ปล่อยให้ผมโง่เขลา... ปล่อยให้ผมเหยียบย่ำทั้งเธอและลูกมาตลอด"
ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ ระเบิดออกมาผ่านแววตาคมกริบของลัลน์ลลิตทันที เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก้มมองชายหนุ่มผู้เคยสูงส่งที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากอารมณ์ที่เธอเคยทิ้งไว้เบื้องหลัง
"ใจร้ายเหรอ?" ลัลน์ลลิตแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานแรมปี "คำนี้มันไม่สมควรหลุดออกมาจากปากคนอย่างคุณเลยนะ ภาคิน! ตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกอย่างไร้ที่พึ่ง ตอนที่ฉันนอนร้องไห้แทบขาดใจเพราะถูกคุณไล่ตะเพิดออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา ตอนที่คุณเอาผู้หญิงอีกคนเข้ามาเยาะเย้ยถึงในเรือนหอ... ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน!"
หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลอหน่วยดวงตากลมโตของลัลน์ลลิต แต่เธอกลับกะพริบตามันให้กลับเข้าไป ไม่ยอมให้มันไหลร่วงลงมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด
"คุณบอกว่าฉันใจร้าย... แต่คุณไม่เคยถามตัวเองเลยสักนิด ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักไสฉันลงไปในนรกเหล่านั้น!" ลัลน์ลลิตจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา ถ้อยคำทุกคำพ่นออกมาด้วยความเจ็บปวดที่กรีดลึก "คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี คุณทำลายหัวใจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันด้านชา... และตอนนี้ พอคุณรู้ว่าฉันมีสายเลือดของคุณอยู่ คุณถึงกล้าคลานเข่ามาขอร้องให้ฉันยกโทษให้งั้นเหรอ?"
ภาคินส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบพื้น เขย่าหัวใจของเขาให้แหลกละเอียดเป็นจุล มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่ข้อเท้าของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อลัลน์ลลิตถอยเท้าหนีทันทีด้วยความรังเกียจ
"ผมยอมแล้วลิต..." ภาคินเสียงสั่นเครือ วอนขอด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย "ผมยอมทำทุกอย่าง ยอมชดใช้ทุกความผิด ยอมกราบกรานขอร้องให้เธอกลับมา... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ขอแค่ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ขอแค่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้ง"
ลัลน์ลลิตมองภาพผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดหัวใจ กำลังคุกเข่าอ้อนวอนแทบเท้าเธอ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสะใจ สมเพช และเจ็บปวดระคนกัน
"โอกาสเหรอ?" ลัลน์ลลิตยิ้มเยาะ หยัดกายยืนตรงอย่างสง่างาม สายตาที่ทอดมองลงมาเต็มไปด้วยความเหินห่างและเยพัน "น่าเสียดายนะภาคิน... คนอย่างลัลน์ลลิตในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำหัวใจเล่นอีกต่อไปแล้ว"
เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเชยคางของเขาขึ้นบังคับให้สบตากันตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนภาคินรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงไขกระดูก
"เส้นทางไถ่บาปที่คุณเลือกเดิน... มันไม่มีวันพาคุณกลับมาจุดเดิมได้หรอกค่ะ" ลัลน์ลลิตกระซิบเสียงแผ่วข้างริมหูเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี "เพราะต่อให้คุณคลานเข่าจนเลือดออก หรือตายไปต่อหน้าฉัน... ฉันก็ไม่มีวันยกโทษให้คุณ"
ภาคินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อได้ยินคำประกาศิตนั้น
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินลมหายใจของเขา เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กชายตัวน้อยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านในห้องนอน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอמהเรียกชื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด
"คุณแม่ครับ... คุณป้าพิมพ์มาหาเราที่ห้องหรือเปล่าครับ ทำไมข้างนอกเสียงดังจัง?"
ภาคินแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ร่างสูงหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันทีด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงตอนนี้นะคะ
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 22
วันที่รอคอย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!