กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ปลายจมูกของภาคิน ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับความจริงที่ว่า รอยแผลลึกบนฝ่ามือของเขานั้นเกิดจากการใช้มือเปล่าคว้าเศษกระจกที่แตกกระจาย เพื่อปกป้องเอกสารสำคัญชุดสุดท้ายไม่ให้เปื้อนคราบหยดเลือดของเธอ—ของลัลน์ลลิต
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงภาคิน"
เสียงหวานเย็นเยียบที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ไม่ได้สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความเรียเฉยดုจน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เธอยืนกอดอกมองชายหนุ่มผู้เคยเป็นฟ้าผืนใหญ่ของชีวิตด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังยืนอยู่หลังกระจกใสที่ไม่มีวันเอื้อมถึง
บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี เอกสารสัญญาร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านบาทเปื้อนหยดเลือดสีแดงฉานเป็นทางยาว ภาคินในสภาพที่เสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากจนยับยู่ยี่ ใบหน้าคมคายมีรอยฟกช้ำจากการตะลุมบอนกับกลุ่มนักลงทุนไร้จรรยาบรรณที่พยายามลอบทำลายชื่อเสียงของบริษัทเธอในค่ำคืนนี้ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน
เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายหายไปหากเขาขยับตัวแรงเกินไป
"ผมไม่ได้บ้า... ลิต" เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผากของเขา "ผมแค่อดทนมองคนที่ผมเคยผลักไส... ยืนรับกระสุนแทนผมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
ลัลน์ลลิตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีเพียงความเย้ยหยันที่กรีดแทงหัวใจคนฟังจนพรุน
"เพิ่งสำนึกได้ตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยหรือคะ คุณภาคิน?" เธอเอียงคอมองเขาเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแวววับด้วยประกายแห่งความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "วันที่ฉันอุท้องลูกของเราแล้วกราบกรานขอร้องให้คุณหันมามอง... วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมาเพราะคำเป่าหูของพิมพ์พิศา... วันนั้น... คุณอยู่ที่ไหน?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของภาคิน ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงอันโหดร้าย เขายกมือขึ้นกุมขมับ หยาดเหงื่อผสมกับคราบเลือดไหลยศลงมาตามโครงหน้าคมสัน เขาไม่อาจหาคำแก้ตัวใดๆ มาลบล้างความชั่วช้าในอดีตได้เลย
"ผมผิด... ผมมันเลวเองลิต" ภาคินทรรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นห้องทำงานดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงัน ชายหนุ่มผู้เคยยิ่งใหญ่เหนือใครในวงการธุรกิจ บัดนี้กลับยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้าหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ต่อให้คุณจะเอาชีวิตผมไปแลก... หรือจะให้ผมคลานตามหลังคุณไปตลอดชีวิต ผมก็ยอม... ขอแค่โอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง... ได้โปรด"
ลัลน์ลลิตก้มมองชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนหยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดร่วงหล่นลงบนพรมราคาแพง ภาพของภาคินผู้เย่อหยิ่งในอดีตซ้อนทับกับภาพของชายหนุ่มสภาพสะביსოรในยามนี้ หัวใจที่เธอพยายามสร้างเกราะกำบังไว้อย่างหนาแน่นเพื่อไม่ให้ใครเจาะเข้าไปได้อีก กลับเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อนึกถึงภาพที่เขายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องบริษัทของเธอจากวิกฤตในสัปดาห์นี้ หยาดเหงื่อ รอยแผล และหยดเลือดของเขา... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขายอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ เพื่อไถ่ถอนความผิดบาป
มือบางที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ คลายออกช้าๆ ความเย็นชาในแววตาเริ่มสั่นไหวด้วยความลังเล
"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..." น้ำเสียงของเธออ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะพยายามซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้ความนิ่ง "การทำตัวน่าสมเพชแบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคะ ภาคิน"
ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาคมคายคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวังริบหรี่ เขายื่นมือที่อาบด้วยเลือดออกไปแตะชายผ้าสูทของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับเด็กน้อยที่กลัวถูกทอดทิ้ง
"ถ้าความน่าสมเพชของผม... มันทำให้คุณใจอ่อนลงได้แม้แต่นิดเดียว..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ผมก็ยอมเป็นคนน่าสมเพชในสายตาคุณไปตลอดชีวิต... ลิต"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งคู่ ลัลน์ลลิตหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มเนียน รับรู้ได้ถึงความเปราะบางในหัวใจของตนเองที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย เกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก กำลังถูกพังทลายลงด้วยความจริงใจที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของอดีตสามีผู้นี้
ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่กำลังจะข้ามผ่านเส้นแบ่งแห่งความชิงชัง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่เปิดพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก
"คุณลิตคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขานุการสาวหอบหายใจถี่กระชั้น ยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงข่าวร้อนแรงในโลกออนไลน์ให้เธอทันที "มีคนปล่อยภาพลับของคุณกับ... กับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่สนามบินเมื่อเช้า พร้อมกับข่าวลือเรื่องทายาทลับ... ตอนนี้สื่อกำลังตามล่าตัวเด็กคนนั้นแล้วค่ะ!"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของลัลน์ลลิตเปลี่ยนเป็นซีดเผือกในพริบตา ขณะที่ภาคินที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ชะงักงันไปเมื่อได้ยินคำว่า "ทายาทลับ" ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะตวัดมองหน้าอดีตภรรยาด้วยความตกตะลึงระคนสงสัยอย่างถึงที่สุด
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงตอนนี้นะคะ
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 18
เกราะป้องกันที่เริ่มร้าว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!