กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 17

คลื่นใต้น้ำในวงการ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เอกสารข้อเสนอโครงการมูลค่าหลายร้อยล้านบาทถูกสะบัดทิ้งลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างไม่ไยดี เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสะท้อนก้องห้องประชุมที่เงียบงันจนน่าอึดอัด ลัลน์ลลิตไม่ได้ก้มลงมองเอกสารเหล่านั้นแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเยือกเย็นและนิ่งสงบ เธอประสานมือเข้าหากันบนตัก ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินความมั่นใจของบรรดาคณะกรรมการบริษัทคู่แข่งที่กำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยอยู่ฝั่งตรงข้าม “ดูท่าทางคุณลัลน์ลลิตจะมั่นใจในบริษัทเล็กๆ ของคุณมากเกินไปนะคะ ถึงได้กล้าปฏิเสธข้อเสนอควบรวมกิจการของเรา” สุυκรี เสียงแหลมสูงของตัวแทนจากกลุ่มทุนใหญ่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตอนนี้ไม่ได้ใจดีกับคนไม่มีเส้นสายหรอกนะคะ ถ้าไม่มีเราหนุนหลัง อีกไม่เกินสัปดาห์ บริษัทของคุณคงต้องประกาศล้มละลายคาโต๊ะทำงานแน่ๆ” ลัลน์ลลิตเพียงแค่แย้มยิ้ม มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ความเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกภาคินเหยียบย่ำจนจมดิน ได้หล่อหลอมให้หัวใจดวงนี้ด้านชาต่อคำขู่เข็ญเหล่านี้เสียแล้ว เถ้าถ่านแห่งความอ่อนแอถูกเผาลาญ เหลือเพียงหญิงสาวผู้ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเอง “ขอบคุณสำหรับความห่วงใยอันแสนปลอมเปลือกของคุณนะคะ” ลัลน์ลลิตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนคู่สนทนาชะงัก “แต่บริษัทของดิฉันสร้างมาจากหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรี ไม่ใช่การฮุบกิจการด้วยวิธีสกปรกแบบที่พวกคุณถนัด เชิญกลับไปเถอะค่ะ เสียเวลาเปล่า” สิ้นคำพูดนั้น เธอก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่หันกลับมามอง ทว่าเมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่ ความเข้มแข็งที่ฝืนประคับประคองไว้กลับสั่นคลอน เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระรัว ข้อความและอีเมลจากธนาคารรวมถึงคู่ค้าทางธุรกิจรายย่อยต่างพากันแจ้งยกเลิกสัญญาพร้อมกันราวกับนัดหมาย คลื่นใต้น้ำในวงการธุรกิจกำลังโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่เธออย่างไม่ปรานี ลัลน์ลลิตสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก เธอเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อกลับไปยังสำนักงานของตนเอง ทว่าในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง มือหนาของใครบางคนก็ยื่นเข้ามาขวางไว้ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เธอเคยซุกซบอยู่หลายปีลอยแตะนาสิกจนหัวใจกระตุกวูบ ภาคิน ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดระคนห่วงใยที่เขาพยายามปิดบังไม่มิด เขายืนประชิดเธอในพื้นที่แคบของลิฟต์จนแผ่นหลังของเธอเกือบชิดผนังกระจก “ถอยไปค่ะ คุณภาคิน” ลัลน์ลลิตเอ่ยเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ร้อนรุ่มรากับจะแผดเผา “ผมรู้เรื่องที่คุณกำลังเผชิญอยู่” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะไหล่บาง แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อเจอสายตาดุจคมมีดที่เธอตวัดกลับมามอง “ปล่อยให้ผมช่วยเถอะ ลิต... ผมจัดการกว้านซื้อหุ้นที่พวกมันพยายามใช้เล่นงานคุณไว้หมดแล้ว” “ใครขอให้คุณช่วย!” ลัลน์ลลิตหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเขาสอดมือเข้ามาบงการชีวิตอีกครั้ง “คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครคะภาคิน? พระเอกขี่ม้าขาวที่มาช่วยกอบกู้สถานการณ์งั้นเหรอ? เลิกทำตัวน่าสมเพชแบบนี้เสียที! ฉันจัดการเรื่องของฉันเองได้!” “ผมไม่ได้ทำเพราะอยากเป็นพระเอก!” ภาคินก้าวเข้ามาประชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แขนแกร่งยกขึ้นยันผนังกระจกไว้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน “แต่ผมทำเพราะผมทนเห็นคุณทรมานไม่ได้... ลิต ผมขอโทษ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายแค่ไหน แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ยืนเคียงข้างคุณในวันที่คุณกำลังจะล้ม” สัมผัสจากไอร้อนของร่างกายเขาและแววตาที่สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดทำให้หัวใจของลัลน์ลลิตกระตุกวูบ ความรู้สึกโหยหาและเกลียดชังตีรวนกันจนปั่นป่วน เธอเกลียดที่เขายังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมยังคงจดจำสัมผัสและอ้อมกอดนี้ได้อย่างแม่นยำ “คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดคำว่าชดใช้!” ลัลน์ลลิตเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ “ออกไปจากชีวิตฉันเสียที ภาคิน!” “ผมออกไปไม่ได้หรอก ลิต...” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและเว้าวอนอย่างถึงที่สุด “เพราะต่อให้คุณจะผลักไสผมสักกี่ครั้ง หัวใจของผมมันก็ตายไปตั้งแต่คุณก้าวเดินออกไปจากวันนั้นแล้ว... ยอมรับความช่วยเหลือจากผมเถอะนะ ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อตัวคุณเอง” ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายและความโหยหาที่ยากจะต้านทาน ประตูลิฟต์ก็พลันเปิดออกพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ชั้นล่าง แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างของพิมพ์พิศาที่ยืนรออยู่หน้าลิฟต์ด้วยสีหน้าตกตะลึงจนซีดเผือก เมื่อเห็นภาพอดีตสามีภรรยาคู่นี้อยู่ในท่าทางแนบชิดสนิทสนมเกินกว่าคนทั่วไป “พี่คิน...” พิมพ์พิศาอุทานออกมาเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความริษยาและไม่คาดคิด “พี่มาทำอะไรกับผู้หญิงคนนี้คะ? ไหนพี่บอกว่า...” ลัลน์ลลิตผลักอกแกร่งของภาคินออกอย่างแรง เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชาไร้ความรู้สึก ผิดกับภาคินที่ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา พิมพ์พิศาก็รีบก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารลับแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะรับแขกหน้าลิฟต์อย่างแรง เสียงกระแทกเรียกความสนใจจากพนักงานที่เดินผ่านไปมาให้หันมามองเป็นตาเดียว “ถ้าพี่คินยังดึงดันจะช่วยผู้หญิงสารเลวคนนี้...” พิมพ์พิศาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตาด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะชี้ไปยังกระดาษแผ่นนั้น “พี่ก็ควรจะรู้ความจริงข้อนี้เสียก่อน... ว่าลูกที่คุณกำลังปกป้องอยู่น่ะ แท้จริงแล้วไม่ใช่สายเลือดของคุณด้วยซ้ำ!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงจุดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%