กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 11

พิมพ์พิศากลับมา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"กลับมาทำไมคะ... หรือคิดว่าที่นั่งตรงนี้มันยังว่างสำหรับผู้หญิงหน้าด้านอย่างคุณ" เสียงหวานใสที่เจือด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราของห้องรับรองแขกวีไอพีในโรงแรมระดับห้าดาว สายตาทุกคู่ในห้องต่างจับจ้องไปยังร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าของ ลัลน์ลลิต นางพญาผู้กุมบังเหียนบริษัทออกแบบชื่อดังในปัจจุบัน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ มือเรียวเรียวบางกำลังจรดถ้วยชาพอร์ซเลนจิบค่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ราวกับสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ "อดีตศัตรูหัวใจ" แต่เป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่เธอปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้มาใหม่คือ พิมพ์พิศา... หญิงสาวผู้เคยสร้างรอยร้าวฉาน แย่งชิง และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของลัลน์ลลิตในอดีต วันนี้ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความมั่นใจกลับซีดเผือด แววตาไหวระริกด้วยความหวาดหวั่นยามที่ต้องเผชิญหน้ากับลัลน์ลลิตเวอร์ชันที่ไร้ซึ่งความอ่อนแอ "ลิต... พี่... เอ๊ย ฉันแค่อยากมาคุยกับเธอในฐานะคนเคยรู้จัก" พิมพ์พิศากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูน่าสงสารเช่นเดิม ทว่ามันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้วกับผู้หญิงที่เคยตายทั้งกลมแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความแค้น "คนเคยรู้จักเหรอคะ?" ลัลน์ลลิตวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเสียงดังกรุ๊งกริ๊งบาดใจ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างงดงามแต่ทว่าอันตราย "คุณไม่มีค่าพอใช้คำนั้นหับฉันหรอกค่ะ พิมพ์พิศา จำไม่ได้เหรอคะว่าเมื่อสามปีก่อน คุณเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้าง หรือว่าความจำเสื่อมเพราะสามีเก่าของฉันเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง ถึงได้กล้าเดินกลับมาหาฉันในสภาพที่น่าสมเพชขนาดนี้" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้พิมพ์พิศากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอับอาย เธอกวาดสายตามองความหรูหราและอำนาจที่ลัลน์ลลิตถือครองในตอนนี้ ความอิจฉาริษยาแผดเผาจนแทบคลั่ง เพราะในขณะที่เธอตกอับเร่ร่อนไร้ที่พึ่ง ลัลน์ลลิตกลับกลายเป็นหงส์ฟ้าที่บินสูงเกินกว่าใครจะเอื้อมถึง แม้กระทั่ง... ภาคิน อดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง ทุกวันนี้ยังต้องคุกเข่าตามง้อขอความเมตตาจากผู้หญิงคนนี้อยู่ทุกค่ำคืน "เธออย่าลำพองใจให้มันมากนักนะลัลน์ลลิต! ถึงเธอจะรวยและเก่งแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงมีมลทินที่เคยถูกผัวตัวเองทิ้งขว้างอย่างไร้ค่า!" พิมพ์พิศาหลุดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เผยธาตุแท้ที่เสแสร้งมานานให้ออกมาประจานสายตาทุกคน ลัลน์ลลิตไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงภายใต้ชุดสูทหรูเดินเข้าไปใกล้พิมพ์พิศาช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับผสมผสานกับออร่าแห่งอำนาจกดดันจนอีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ "ใช่ค่ะ... ฉันเคยถูกทิ้ง" ลัลน์ลลิตเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบa ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบงันของห้อง "แต่รู้ไหมคะว่ามันต่างจากตอนนี้ยังไง... ตอนนี้ คนที่ถูกถีลงไปนอนคลุกฝุ่นร้องขอความรักจากเศษเดน ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพวกคุณสองคนต่างหากล่ะคะ" ยังไม่ทันที่พิมพ์พิศาจะได้โต้เถียง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ ภาคิน ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและดุดัน ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของอดีตภรรยาด้วยความร้อนรน หัวใจของภาคินกระตุกวูบเมื่อเห็นพิมพ์พิศายืนอยู่ใกล้ลัลน์ลลิต เขากลัวเหลือเกินว่าผู้หญิงสารเลวคนนี้จะทำลายความสงบสุขที่เขาพยายามใช้หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อเข้าแลกมาเพื่อไถ่บาป "ลิต..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อภรรยาด้วยความระมัดระวังราวกับเธอกำลังเหยียบบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ "คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ปล่อยให้คนไร้ค่าพวกนี้ทำให้คุณเปื้อนมือทำไม" พิมพ์พิศาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเจ็บปวดเมื่อได้ยินคำว่า 'คนไร้ค่า' หลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่เธอเคยร่วมมือทำลายล้างลัลน์ลลิตด้วยกันในอดีต ภาพความเย่อหยิ่งและเย็นชาของภาคินในวันวานหาย Sับไปกับตา เหลือเพียงชายหนุ่มผู้ยอมสยบแทบเท้าผู้หญิงคนนี้คนเดียว "คุณคิน..." พิมพ์พิศาร้องเรียกด้วยเสียงสั่นเครือ หวังจะใช้ความหลังครั้งเก่ามาเหนี่ยวรั้งความเห็นใจ "ช่วยฉันด้วยนะคะ คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ..." "หุบปากซะ" ภาคินตวาดลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์จนพิมพ์พิศาต้องสะดุ้งสุดตัว "ถ้าไม่อยากให้บริษัทครอบครัวของเธอพินาศจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินซุกหัวนอน ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าเธอมายุ่งเกี่ยวกับภรรยาของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว!" ลัลน์ลลิตยืนกอดอกมองภาพการดิ้นรนของคนทั้งคู่ด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ความสงสาร ไร้ความเยื่อใย และไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ความเจ็บปวดในอดีตได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะเหล็กที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่คำแก้ตัวใดๆ จะเจาะทะลุเข้ามาได้ ทว่า... ในวินาทีที่ภาคินหันกลับมาสบตาเธอเพื่อรอคอยการตัดสิน หรือแม้แต่คำสั่งใดๆ จากริมฝีปากคู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความบนโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของลัลน์ลลิตก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงมาจากคฤหาสน์ส่วนตัว ปรากฏภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน โดยมีใบหน้าด้านข้างที่ถอดแบบพิมพ์มาD่างกับภาคินราวกับแกะ... และข้อความสั้นๆ จากพี่เลี้ยงที่แนบมาด้วยว่า *"คุณลิตคะ... มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งแอบมาดักรอพบคุณชายตัวน้อยที่หน้าบ้านค่ะ เขาบอกว่า... เขาคือพ่อของเด็กค่ะ"* มือบางที่ถือโทรศัพท์ถึงกับชาดิก หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในวินาทีนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงจุดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%