กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 12

เกมซ้อนเกม

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของชาอู่หลงราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของลัลน์ลลิตผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัด ชวนหายใจไม่ออก ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เมื่อร่างสูงสง่าของอดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอกำลังยืนอยู่เบื้องหน้า โดยมีโต๊ะทำงานกระจกใสเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างความผิดบาปในอดีตกับความเย็นชาในปัจจุบัน "ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้เจือความเหนื่อยล้าและสั่นเครือเล็กน้อย ภาคินถอดสูทราคาแพงพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อระบายความอึดอัด ทว่าสิ่งที่พันธนาการหัวใจเขาไว้หาใช่เสื้อผ้า... หากแต่เป็นสายตาคู่นั้นของอดีตภรรยา ลัลน์ลลิตยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุหนังสีเทาเข้ม ร่างกายของเธอบอบบางลงกว่าเดิมเล็กน้อยหลังผ่านมรสุมชีวิต แต่นัยน์ตากลับคมกริบและว่างเปล่า ราวกับมองผ่านธาตุอากาศ ไม่ใช่สามีเก่าที่กำลังยืนคุกเข่าทางจิตวิญญาณอยู่ตรงหน้า "คุณหมายถึงเรื่องของพิมพ์พิศา... หรือเรื่องความพยายามอันน่าสมเพชที่จะลบอดีตคะ, คุณภาคิน" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน เขาไม่โกรธ... เขาไม่มีสิทธิ์โกรธ ทว่าภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงติดตา เมื่อเขาประกาศตัดขาดจากพิมพ์พิศาอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงแค่ถอนหุ้นในโปรเจกต์ร่วมทุนทั้งหมด แต่ยังยื่นคำขาดให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตของเขาและตระกูลอัครเดชโภคินตลอดกาล ไม่มีเงินเยียวยา ไม่มีเยื่อใย มีเพียงประกาศิตเด็ดขาดที่ทำลายอนาคตทางสังคมของพิมพ์พิศาจนย่อยยับ เพื่อชดใช้ให้กับสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับลัลน์ลลิตในอดีต "ผมไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ... และไม่ได้ทำเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากคุณ" ภาคินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ดวงตาคมเข้มทอดมองหญิงสาวด้วยความเจ็บปวดร้าวราน "ผมตัดเธอขาดจากชีวิต เพราะเพิ่งตระหนักได้ว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมันตาบอดและโง่เง่าแค่ไหนที่มองไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงที่รักผมด้วยใจจริง" ลัลน์ลลิตแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่พ่นออกมาทางลมหายใจ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังด้วยน้ำแข็งหนาทึบ "สายไปแล้วค่ะ..." เธอกล่าวเน้นทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ "คำว่า 'เพิ่งตระหนักได้' ของคุณ มันแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและเลือดเนื้อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องตายไปโดยที่พ่อของเขาไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล... คุณคิดจริงๆ เหรอคะภาคิน ว่าการสะบัดมือไล่ผู้หญิงอีกคนออกไป จะล้างรอยเลือดบนมือของคุณได้?" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของภาคินราวกับลูกศรอาบยาพิษ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมคายซีดเผือดลง ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาหลายเดือนโหมกระหน่ำขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะคุกเข่าลงแทบเท้าเธออย่างที่ปากเคยลั่นวาจาไว้ แต่ลัลน์ลลิตในวันนี้... ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่รอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว "ผมรู้ว่าการกระทำแค่นี้มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่คุณเจอ" ภาคินพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เสียงของเขาแหบพร่า "แต่โปรดให้โอกาสผม... ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม" "เสียเวลาเปล่าค่ะ" ลัลน์ลลิตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเขา กลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยเคยปลุกเร้าความเร่าร้อนในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความตายและความเด็ดเดี่ยว เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ ปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างใจเย็น ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็น "เกมที่คุณกับผู้หญิงคนนั้นเคยเริ่มต้นไว้... ตอนนี้ฉันเป็นคนถือไพ่ทั้งหมดแล้วนะคะ คุณภาคิน... และบอกไว้ก่อนเลยว่า ฉันไม่มีวันยอมให้เกมนี้จบลงง่ายๆ แค่การสำนึกผิดของคุณหรอก" ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ภาคินขนลุกชัน ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าคือสัมผัสจากเรียวเล็บของเธอที่จิกเบาๆ ลงบนอกเสื้อตรงตำแหน่งหัวใจของเขา เขารวบรวมความกล้า เอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวนั้นไว้หมายจะเหนี่ยวรั้ง ทว่าลัลน์ลลิตกลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอบาดลึกจนเขาเจ็บแปลบ "ออกไปจากห้องของฉันได้แล้วค่ะ... และอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้าคุณยังไม่อยากเห็นฉันทำลายทุกอย่างที่คุณรักให้พินาศคามือ" ภาคินยืนนิ่งงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันร้ายกาจเสียยิ่งกว่าความเกลียดชัง เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ต่อรอง จึงทำได้เพียงก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ ยอมถอยหลังเดินออกจากห้องไปอย่างคนหมดสภาพ ทิ้งให้ลัลน์ลลิตยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความมืดมนที่เธอสร้างขึ้นเอง หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อประตูกระจกปิดลง ความเข้มแข็งที่ฝืนแสดงออกเมื่อครู่เกือบจะพังทลายลง หากไม่ใช่เพราะเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน ก๊อก ก๊อก! "เข้ามาค่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้อ—" ลัลน์ลลิตยังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง "คุณลิตคะ... ขอประทานโทษด้วยค่ะ พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาข้างใน เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญยิ่งชีพที่จะต้องคุยกับคุณให้ได้ค่ะ" ยังไม่ทันที่ลัลน์ลลิตจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาคมคาย ดวงตาคมปลาบเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและมุ่งมั่น พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ผมขอโทษที่ต้องเสียมารยาทครับคุณลัลน์ลลิต..." ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของเธอ เสียงของเขาดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ "แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณภาคิน... และเกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่โรงพยาบาลกำลังตรวจพบว่า... มี ดีเอ็นเอ ตรงกับคุณภาคินถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ!" ดวงตาของลัลน์ลลิตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เมื่อภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตคืนวันที่เธอเคยสูญเสียลูกน้อยไป... กลับถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้งด้วยเอกสารในมือของคนแปลกหน้า! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงจุดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%