กลิ่นอายความเย็นเยียบของโรงพยาบาลเอกชนหรูระดับวีไอพีไม่ได้ทำให้หัวใจของลัลน์ลลิตสงบลงเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียวสวยมองลอดผ่านกระจกบานใสเข้าไปภายในห้องพักผู้ป่วย ภายในนั้น ร่างสูงใหญ่ของภาคินอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดี กำลังนอนซมอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด สายน้ำเกลือระโยงระยางเข้าที่หลังมือหนาที่เคยใช้ผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย ลมหายใจของเขาติดขัดและผันผวนตามพิษไข้สูงที่รุมเร้าจากแผลติดเชื้อหลังการผ่าตัดเล็ก ๆ ที่เขาดื้อรั้นไม่ยอมพักฟื้นให้ดี
สามปีที่ผ่านมา... เธอคือหญิงสาวผู้ถูกตีค่าดั่งฝุ่นธุลี เป็นเพียงภาระในสายตาของเขา เป็นหยดน้ำตาที่ระเหิดแห้งหายไปอย่างไร้ร่องรอยบนเส้นทางชีวิตอันรุ่งโรจน์ของนักธุรกิจหมื่นล้าน
แต่วินาทีนี้ ผู้ชายคนที่เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดชังนักหนา กลับนอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องหน้า โดยมีเพียงเธอ... อジンภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ—ที่ยืนหยัดเฝ้าไข้อยู่ตรงนี้ตามลำพัง
"คุณคิน... ทำไมถึงโง่เง่าแบบนี้นะคะ"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยความเยชาชา ลัลน์ลลิตก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยช้า ๆ กลิ่นกายสะอาดคุ้นเคยผสมผสานกับยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งกาลเวลา
มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปสัมผัสหน้าผากกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของเธอโดยตรง ร่างกายของภาคินร้อนราวกับไฟ ขณะที่ลมหายใจของเขากลับติดขัดจนน่ากลัว
เธอควรจะสะใจไม่ใช่หรือคะ?
นี่คือการแก้แค้นที่สาสมที่สุดไม่ใช่หรือ?
เมื่อผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย ต้องมานอนไร้ทางสู้ และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความเมตตาจากปลายนิ้วของเธอในยามนี้
แต่ทำไม... ขอบตาของเธอถึงได้ร้อนผ่าวขึ้นมาดะดานเล่า
"อย่าตายนะคะ... ภาคิน" ลัลน์ลลิตกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความแค้นที่เคยสุมอกถูกความจริงอันเปราะบางกัดเซาะทีละน้อย ภาพในอดีตที่เขาเคยหมางเมิน ภาพที่เธอต้องอุ้มท้องร้องไห้ลำพังในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ วิ่งวนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ แต่ทับซ้อนด้วยภาพของชายหนุ่มผู้ทรนงตนคนนี้ที่ยอมคุกเข่า หลั่งน้ำตา และยอมสูญเสียทุกอย่างเพียงเพื่อขอโอกาสไถ่บาปจากเธอ
ลัลน์ลลิตหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาด ๆ ขึ้นมาอย่างเบามือ บรรจงเช็ดซับไปตามโครงหน้าคมคายที่เริ่มตอบผอมลง
นิ้วเรียวไล่ผ่านสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกที่เคยเอื้อnเอ่ยคำพูดใจร้ายทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามนี้มันกลับแห้งผากและซีดเซียว เธอใช้ความอ่อนโยนที่หลงเหลืออยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ปฏิบัติกับเขาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ ตัวตนของเขาจะแตกสลายคามือ
"อืม..."
เสียงครางต่ำในลำคอของคนบนเตียงดังขึ้น ภาคินขมวดคิ้วแน่นด้วยความทรมาน เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาพร่ามัว ไม่ใช่ความว่างเปล่าหรือพยาบาลฝึกหัด แต่เป็นใบหน้าอันคุ้นเคยที่เขาโหยหาทุกลมหายใจ
"ลิต...?" เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งแตกของเขา
"ตื่นแล้วเหรอคะ?" ลัลน์ลลิตชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ความเย็นชาถูกสวมทับลงบนใบหน้าอีกครั้งเพื่อปิด1บังกความสั่นไหวในแววตา "คุณไข้ไข้ขึ้นสูงมาก รู้ตัวบ้างไหมคะว่าทำตัวไร้ความรับผิดชอบขนาดไหน"
ภาคินไม่ได้สนใจคำตำหนิ สายตาคมกราบมองสำรวจใบหน้าของเธออย่างตะกละตะกลาม ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง มือหนาที่ยังมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่พยายามจะยกขึ้นคว้าชายเสื้อของเธอ แต่ลัลน์ลลิตกลับถอยหลังกรูดเว้นระยะห่าง
"อย่าขยับค่ะ แผลจะฉีกเอา" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ลิต... ขอบคุณนะ" ภาคินเค้นเสียงแหบแห้งออกมา ดวงตาคมคายคู่นั้นแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่เอ่อคลอ "ผมรู้... ว่าผมไม่สมควรได้รับความห่วงใยจากคุณเลย... แต่ขอบคุณ ที่คุณยังเลือกที่จะอยู่ตรงนี้... ไม่ทิ้งผมไปไหน"
"ฉันไม่ได้อยู่เพราะเห็นแก่คุณค่ะ" ลัลน์ลลิตเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "ฉันอยู่เพราะหน้าที่... และเพราะฉันไม่อยากให้ใครครหาว่าฉันใจร้ายใจดำกับคนที่กำลังจะตายคาเตียงโรงพยาบาล ต่างหากล่ะคะ"
"ต่อให้คุณจะเกลียดผม... ต่อให้คุณจะอยากให้ผมตายคามือคุณจริงๆ" ภาคินฝืนยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ แม้ความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดจะแล่นริ้วไปทั่วร่างจนใบหน้าของเขาเหเกต์ด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับไม่ยอมละสายตาจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว "ผมก็ยอมรับมัน... ขอแค่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ ให้ผมได้มองหน้าคุณ ได้ยินเสียงคุณ... ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"
คำพูดนั้น... ช่างบาดลึกและสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่ลัลน์ลลิตเพียรสร้างขึ้นมาตลอดสามปี
ความห่วงใยที่เธอพยายามปฏิเสธ เริ่มแทรกซึมเข้ามาทำลายล้างความเคียดแค้นทีละน้อย ความอบอุ่นจากไอร้อนของไข้และแววตาสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งของอดีตสามี กำลังหลอมละลายหัวใจที่ด้านชาของเธอให้กลับมาเจ็บปวดและรู้สึกได้อีกครั้ง
ลัลน์ลลิตเม้มปากแน่น หัวใจสองดวงกำลังตีรันฟันแทงกันอย่างรุนแรง ระหว่างความสะใจที่ได้เห็นเขากราบกราน กับความโหยหาลึก ๆ ที่ไม่เคยจางหายไปไหน
ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดCหวังหวangแห่งความเงียบงันภายในห้อง ก่อนที่บานประตูสีขาวจะถูกผลักเปิดออกอย่างช้า ๆ
ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ก้าวเข้ามาพร้อมกับถุงขนมในมือเล็ก ๆ ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาคมกริบ และโครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์นิยมมาจากกระจกเงาของภาคินอย่างไร้ที่ติ กำลังกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่ร่างของชายหนุ่มบนเตียง
"คุณแม่ครับ... น้าพยาบาลบอกว่าคุณป๋าคนนี้ป่วยเหรอครับ?"
เด็กชายเอียงคอถามด้วยความสงสัยใสซื่อ โดยไม่รู้เลยว่าการปรากฏตัวของเขาในวินาทีนี้... และสรรพนามที่หลุดออกมาจากปากเล็ก ๆ นั้น กำลังจะพังทลายความลับอันดำมืดทุกอย่าง ที่ลัลน์ลลิตพยายามปกปิดมาตลอดสามปีลงอย่างราบคาบ!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
— *ละอองดาวเดือนเก้า*
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 20
รอยแผลเพื่อเธอ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!