กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 15

ความเปราะบางที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานถูกเปิดสลับไปมาอย่างไร้จุดหมาย ปลายนิ้วเรียวที่เคยสั่นเทายามถือปากกาในอดีต บัดนี้มั่นคงและเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลัลน์ลลิตกวาดสายตามองตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ภายใต้ชุดสูทสีเทาเข้มที่สวมใส่เพื่อปกปิดความเปราะบาง เธอคือ "ท่านประธาน" ผู้เยือกเย็นในสายตาคนนอก คือเกราะเหล็กที่ไม่มีใครเจาะทะลุเข้ามาได้ง่ายๆ ทว่า... กำแพงเหล็กที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจ มักจะมีรอยร้าวลึกซึ้งในยามที่ราตรีโรยตัวลงมา ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางขับเน้นเสียงถอนหายใจยาวนาน ลัลน์ลลิตยกมือขึ้นกุมขมับยามที่อาการปวดหัวไมเกรนเล่นงาน แผลเป็นในใจจากอดีต—ภาพวันที่เธอต้องกราบกรานขอความเห็นใจจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น ภาพของความไร้ค่าที่ถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า—ยังคงกัดกินความรู้สึกในยามที่เธออ่อนล้า ความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้จางหายไปไหน มันเพียงแต่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความสำเร็จอย่างแนบเนียนเท่านั้น "ไหวไหมครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ ลัลน์..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ภาคินก้าวออกมาจากเงาสลัวของระเบียงกระจก ชายหนุ่มผู้เคยถือดีและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี บัดนี้ไม่มีมาดของประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิด และร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเฝ้ามองเธออยู่เงียบๆ มาตลอดหลายชั่วโมง ลัลน์ลลิตสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยชาชา และตั้งกำแพงขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ "คุณเข้ามาในห้องฉันได้อย่างไร ภาคิน? แล้วกรุณาออกไปซะ นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณควรจะมาอยู่ที่นี่" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้อารมณ์ และเต็มไปด้วยความหมางเมินอย่างชัดเจน ภาคินไม่ยอมถอยหลัง เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าที่ซีดเซียวของอดีตภรรยาด้วยความปวดร้าวลึกซึ้ง เขารู้ดีว่าความเข้มแข็งที่เธอแสดงออกมาทั้งหมดเป็นเพียงเกราะกำบัง เขารู้... เพราะเขาคือคนชั่วช้าที่เคยทุบทำลายความอ่อนโยนในตัวเธอจนแหลقสลายด้วยมือของตัวเอง "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนคุณ... แต่ผมเห็นไฟในห้องนี้ยังเปิดอยู่ตั้งแต่มืด" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ยามที่ก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย ความรู้สึกผิดก็ยิ่งโหมกระหน่ำในอก "ผมแค่วางยาแก้ปวดกับน้ำอุ่นไว้ให้คุณ... ทานเสียหน่อยเถอะ หน้าคุณซีดมาก ลิต" ลัลน์ลลิตปรายตามองแก้วน้ำและแผงยาบนโต๊ะ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าเวทนา "ความห่วงใยจากคุณ มันราคาถูกเกินกว่าที่ฉันจะรับไว้ค่ะ ภาคิน... เก็บมันกลับไปเถอะ หรือไม่ก็เอาไปให้คนที่สมควรได้รับอย่างพิมพ์พิศาเสียดีกว่า" คำพูดเชือดเฉือนนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของภาคิน ชายหนุ่มเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ตัว เขารู้ว่าความผิดบาปที่เขาทำไว้มันหนักหนาเกินกว่าคำขอโทษจะลบล้างได้ "ผมรู้ว่าผมมันเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันไม่มีวันให้อภัย" ภาคินทรรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาคมเข้มคลหน่วยด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ "แต่ได้โปรด... อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย ลิต คุณไม่ต้องฝืนเข้มแข็งตลอดเวลาต่อหน้าผมก็ได้ ถ้าคุณเหนื่อย ถ้าคุณเจ็บ ร้องไห้ออกมาเถอะ... ให้ผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ดูแลคุณในฐานะคนรับใช้ที่ไร้ค่าคนหนึ่งก็ยังดี" ภาพของอดีตสามีผู้สูงส่งที่ยอมคุกเข่าลงแทบเท้า ยอมทิ้งสิ้นซึ่งความอีโก้และศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่ออดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไส คือภาพสะท้อนอันสมบูรณ์แบบของกฎแห่งกรรม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ลัลน์ลลิตรู้สึกใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย หัวใจของเธอชาด้านเกินกว่าจะกลับไปเจ็บปวดกับผู้ชายคนเดิม เธอโน้มตัวลงไปมองเขา สายตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง "ลุกขึ้นเถอะค่ะ ภาคิน... การคุกเข่าของคุณมันไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับมันหายไปได้หรอก และที่สำคัญ..." ลัลน์ลลิตเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังครั้งสุดท้ายของเขา "ฉันไม่เคยต้องการการดูแลจากคุณ เพราะผู้ชายที่ชื่อภาคิน ตายไปจากชีวิตฉันตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วค่ะ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของลัลน์ลลิตก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงข้อความจากพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน พร้อมกับภาพถ่ายแนบไฟล์วิดีโอสั้นๆ ภาคินเผลอเหลือบสายตาไปมองหน้าจอที่วางหงายอยู่โดยบังเอิญ... ภาพในวิดีโอคือเด็กชายวัยราวๆ สามขวบ กำลังวิ่งเล่นหัวเราะร่าเริงในสวนหน้าบ้าน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับผู้ชายที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างไร้ที่ติ! หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เมื่อความจริงอันน่าตกใจถูกเปิดเผยขึ้นต่อหน้าต่อตาโดยที่ลัลน์ลลิตยังไม่ทันได้ตั้งตัว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงจุดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%