"ถ้าคุณคิดว่าการคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบตรงนี้ จะลบล้างรอยแผลเป็นบนตัวดิฉันได้... ภาคิน คุณคงประเมินความเจ็บปวดต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ"
ซุ่มเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ดังลอดริมฝีปากบางเฉียบของลัลน์ลลิต เธอไม่ได้ก้มลงมองชายหนุ่มที่กำลังทรุดกายลงแนบกับพื้นห้องชุดหรูหราเบื้องหน้าแม้แต่น้อย นัยน์ตาสนิมเหล็กคู่นั้นทอดมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ราวกับตัวตนของอดีตสามีเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน
ภาคินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นสะท้อนอย่างควบคุมได้ยาก เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยับยู่ยี่และหลุดลุ่ย เนกไทถูกกระชากทิ้งอย่างไร้ความปรานีตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ เขายอมทิ้งสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี ยอมเหยียบย่ำความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีไว้ใต้ฝ่าเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับโอกาสครั้งที่สอง—โอกาสที่จะได้ซ่อมแซมสิ่งที่เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
"ผมไม่ได้หวังให้คุณลืมมัน... ลิต" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าเวทนา ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเยชาและดูแคลนเธอมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันเหี้ยมโหดเกินกว่าจะยกโทษให้... แต่ขอร้องล่ะ ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหม?"
ชดใช้เหรอคะ? คำพูดนี้ช่างน่าขันสิ้นดีในความรู้สึกของลัลน์ลลิต รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวอย่างเยือกเย็น เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทะหัวใจของคนทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่ง ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์ลำพัง ถูกเขาและพิมพ์พิศาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนกระทั่งสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปอย่างไร้เยื่อใย ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้จางหายไปไหน มันเพียงแค่เปลี่ยนรูปร่างจาก 'น้ำตา' ให้กลายเป็น 'คมมีด' ที่พร้อมจะกรีดเฉือนหัวใจของคนที่สมควรได้รับมันคืนเป็นร้อยเท่า
"คุณไม่มีสิทธิ์มาขอร้องอะไรทั้งนั้น ภาคิน" ลัลน์ลลิตก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่คุกเข่าอยู่ช้าๆ ส้นสูงทรงเข็มกระทบพื้นเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวของเธอดุจดั่งพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ที่เดินเหยียบย่ำซากปรักหักพังของราชาผู้ตกอับ เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางสากระคายของเขาให้เงยขึ้น บังคับให้เขาต้องสบตาเธอบังคับให้เขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าเธออย่างไร้ข้อแก้ตัว "จำวันที่ฉันต้องอ้อนวอนคุณทั้งน้ำตาได้ไหม? วันที่คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่ง... วันนี้ รสชาติของการเป็นฝ่าย 'อ้อนวอน' มันเป็นยังไงบ้างล่ะคะ? หอมหวานพอไหม?"
ภาคินหลับตาลงรับสัมผัสเย็นชาจากปลายนิ้วของเธอ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปัดป้อง เขายอมรับทุกคำดูถูกเหยียดหยาม ยอมรับทุกหยาดหยดของความเคียดแค้นที่เธอระบายใส่ เพราะเขาตระหนักดีแล้วว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคือปีศาจที่ทำลายสวรรค์ของตัวเองด้วยมือคู่นี้
"ผมยอมรับทุกอย่าง... ลิต" ภาคินลืมตาขึ้น ประสานสายตากับเธอด้วยความเว้าวอนอย่างที่สุด มือหนาร้อนผ่าวเอื้อมขึ้นหมายจะกุมมือเธอ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนข้อมือบาง ลัลน์ลลิตกลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับรังเกียจเดียดฉันท์
"อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวาดระแวงและเด็ดเดี่ยวตวาดกร้าวขึ้นทันท่วงที ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "เงื่อนไขที่คุณรับปากไว้จำได้ใช่ไหม? เซ็นใบหย่าขาดทุกทรัพย์สิน มอบหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเครือภาคินโฮลดิ้งให้ฉัน และที่สำคัญที่สุด... ไސްหัวไปจากชีวิตของฉันซะ!"
ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงทันที แม้เขาจะรู้ดีว่าเงื่อนไขเหล่านี้คือการดึงเขาลงสู่ความล่มสลายทางธุรกิจ แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การสูญเสียอำนาจหรือเงินทอง... แต่มันคือคำว่า 'ไสหัวไปจากชีวิตของเธอ' ต่างหากที่บีบเค้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
"ถ้าผมทำตามทุกอย่าง... ทุกข้อ..." ภาคินเค้นเสียงถาม รlมอปากหยักลึกสั่นระริก "เราจะ... เริ่มต้นใหม่ไม่ได้เลยจริงๆ หรือลิต? ไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้กันเลยเหรอ? แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว... ก็ไม่มีเลยหรือ?"
ลัลน์ลลิตนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสนิมเหล็กไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกดังเดิม เธอโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากมัจจุราช แต่กลับทรงพลังและเฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธใดๆ
"ความรู้สึกที่มีให้คุณน่ะเหรอคะ... มันตายไปพร้อมกับลูกของเราในคืนนั้นนานแล้วค่ะ ภาคิน"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของชายหนุ่ม ภาคินทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายแข็งแกร่งสั่นเทาด้วยความสะท้านสะเทือน ความสำนึกผิดและความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบกระอักเลือดออกมาเป็นAสายเลือด เขารู้แล้ว... เขารู้ซึ้งแล้วว่าการสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาลมันทรมานเพียงใด
ลัลน์ลลิตมองดูสภาพอันน่าสมเพชของอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอหยิบเอกสารสัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน โยนลงตรงหน้าเขาอย่างไร้ความปรานี "เซ็นซะ แล้วไสหัวออกไปจากห้องของฉัน"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตาเลื่อนลอย เขารู้ดีว่าหากเซ็นชื่อลงไป ชีวิตของเขาในฐานะประธานผู้ทรงอิทธิพลจะจบสิ้นลงทันที แต่ถ้าเขาไม่เซ็น... เขาก็จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันหวนคืน มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา จรดปลายปากกาลงบนกระดาษด้วยความลังเลชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจจรดลายมือชื่อของตนเองลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อแลกกับการได้มีสิทธิ์ 'ไถ่บาป' ในก้าวต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะวางปากกาลงนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ลัลน์ลลิตขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูห้องเธอในยามวิกาลเช่นนี้ ในขณะที่ภาคินยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยสภาพยับเยิน หญิงสาวหันไปมองประตูด้วยความระแวง ก่อนจะเดินไปบิดลูกบิดประตูเพื่อเปิดออกดูว่าผู้มาเยือนยามวิกาลคือใคร
ประตูกลิดเปิดออกเผยให้เห็นร่างป้อมของเด็กชายวัยราวสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าห้อง แก้มยุ้ยอมชมพูและเส้นผมหยักศกสีดำสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับพิมพ์เดียวกัน และประโยคถัดมาที่หลุดออกจากริมฝีปากเล็กๆ นั้น ก็ทำเอาวิญญาณของทั้งลัลน์ลลิตและภาคินแทบหลุดออกจากร่าง
"คุณแม่ครับ... น้องตื่นแล้วครับ อยากให้คุณพ่อพาเข้านอน..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้ามาจนถึงจุดนี้นะคะ
กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก•ตอนที่ 14
ค่ำคืนแห่งการไถ่บาป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบเท้าอดีตสามีผู้สูงส่ง หน้าบัลลังก์สำนึกรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!