"ถ้วยชานี้... ใส่อะไรลงไปงั้นหรือ จูเอ๋อร์"
น้ำเสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผ่นน้ำแข็ง นางไม่ได้เงยหน้ามองสาวใช้คนสนิทที่กำลังยืนตัวสั่นระริกอยู่เบื้องหน้า สายตาของนางจ้องมองเพียงไอร้อนที่กรุ่นขึ้นจากถ้วยน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายคราม ในจวนตระกูลหลินที่ดูสงบเงียบ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทรยศหักหลัง การขยับนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟังยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอ
จูเอ๋อร์ก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก มือที่ถือถาดสั่นสะท้าน "คุณหนู... บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่ท่านพูดเจ้าค่ะ มันก็เป็นชาอู่หลงปกติ..."
"ปกติงั้นหรือ" เฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์คู่สวยที่เคยอ่อนต่อโลกในชาติก่อน บัดนี้กลับฉายแววคมกริบดุจพญาเหยี่ยว "กลิ่นดอกมะลิที่ข้าเกลียดเข้าไส้ แต่มันกลับอบอวลอยู่ในน้ำชานี้ ใครเป็นคนสั่งให้เจ้าใส่ลงไป? ฮูหยินรอง หรือว่า... พี่สาวผู้อ่อนหวานของข้ากันแน่?"
สาวใช้คุกเข่าลงทันที น้ำตาไหลอาบแก้ม "คุณหนูไว้ชีวิตบ่าวด้วย! นายหญิงสั่งให้บ่าวทำ หากบ่าวไม่ทำ... ครอบครัวของบ่าวจะไม่มีที่ยืนในจวนนี้!"
เฟยหรงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดผ้าไหมสีเพลิงของนางพริ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ ก่อนจะย่อตัวลงใช้มือเชยคางอีกฝ่ายให้เงยขึ้น สายตาที่ประสานกันนั้นไม่มีความปรานีเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาของผู้ที่เคยผ่านความตายมาแล้ว
"จูเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนของข้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เจ้ากลับเลือกยืนฝั่งศัตรู" นางกระซิบเบาๆ ราวกับถ้อยคำที่ส่งผ่านความตาย "จงจำไว้... ในเกมที่ข้าเป็นผู้คุม คนที่เลือกข้างผิดมักไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเป็นครั้งที่สอง แต่เจ้า... ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นหมากตัวสำคัญตัวแรกของข้า"
"ทะ...ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าค่ะ?"
"ไปบอกฮูหยินรองว่าข้าดื่มมันหมดแล้ว และข้า... ดูท่าจะหลงใหลในรสชาของนางเสียเหลือเกิน" เฟยหรงแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกชัน "อ้อ... อย่าลืมทำหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดด้วยล่ะ หากเจ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ข้าเกรงว่าชีวิตของครอบครัวเจ้าอาจจะจบสิ้นก่อนที่ข้าจะได้ครอบครองบัลลังก์นี้"
จูเอ๋อร์รีบพยักหน้าจนหัวแทบติดพื้น นางรีบลุกขึ้นถอยหลังออกไปอย่างลนลาน ทิ้งให้เฟยหรงยืนอยู่ลำพังในห้องกว้างที่เงียบงัด หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนหินที่จัดวางอย่างประณีตเบื้องล่าง ที่นั่น... แม่ทัพอวิ๋นเซียว กำลังควบม้าอาชาสีนิลก้าวเข้ามาในจวนด้วยท่าทางองอาจดุดัน พลังอำนาจที่แผ่ออกมานั้นข่มขวัญผู้คนได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ
ในอดีต อวิ๋นเซียวคือบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ แต่เขากลับเป็นผู้ลงดาบปลิดชีพนางด้วยมือของเขาเองเพียงเพราะคำสั่งของฮ่องเต้!
"กลับมาเจอกันเร็วไปหน่อยนะ ท่านแม่ทัพ..." เฟยหรงพึมพำ ดวงตาหรี่ลงด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก "แต่ครั้งนี้ หมากบนกระดานนี้จะเป็นข้าที่เดิน... ไม่ใช่ท่าน"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินใกล้เข้ามาถึงโถงรับรอง เฟยหรงจัดชุดของนางให้เรียบร้อย ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ดุจรูปปั้นหยก เมื่อประตูไม้ถูกผลักออก ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก็ก้าวเข้ามา แววตาของเขาดุดันและทรงอำนาจ กวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่ร่างของสตรีเพียงหนึ่งเดียวในห้องนั้น
"หลินเฟยหรง" เสียงของเขาห้าวลึก ทรงพลังจนทำให้อากาศในห้องดูหนักอึ้ง "ข้าได้ข่าวว่าเจ้าเพิ่งฟื้นไข้ แต่ดูท่าทางของเจ้าตอนนี้... ไม่เหมือนคนที่ป่วยหนักเลยสักนิด"
เฟยหรงหันไปมองเขา แววตาของนางนิ่งสนิทไร้ซึ่งความเกรงกลัว "ท่านแม่ทัพอวิ๋นเซียว ผิดนัดมาเยี่ยมเยียนถึงเรือนเช่นนี้ มีธุระอันใดกับสตรีที่ไร้ค่าในสายตาผู้อื่นอย่างข้าหรือคะ?"
อวิ๋นเซียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉงนใจปรากฏขึ้นชั่ววูบ ปกติแล้วเมื่อเจอเขา สตรีผู้นี้มักจะก้มหน้าด้วยความขลาดกลัว แต่ในวันนี้... แววตาของนางกลับมีความมั่นคงและเย่อหยิ่งอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบประชิด ระยะห่างที่ทำให้นางได้กลิ่นอายความคาวเลือดและกลิ่นดินปืนจางๆ จากตัวเขา "ข้าไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมไข้ ข้ามาเพื่อเตือน... ในวังหลวงกำลังจะมีพายุใหญ่ หากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่จนถึงวันแต่งงาน ก็จงทำตัวให้สมกับที่เป็นคู่หมั้นของข้า... อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวให้มากนัก"
เฟยหรงแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าจากกายนางทำให้อวิ๋นเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง
"คู่หมั้นงั้นหรือ..." เฟยหรงกระซิบข้างหูเขา เสียงของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของเขา "ท่านแม่ทัพ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่า... ข้าจะเป็นฝ่ายรอให้ท่านมาคุมเกมเพียงฝ่ายเดียว?"
อวิ๋นเซียวเบิกตากว้าง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาพยายามจะคว้าข้อมือนางไว้ แต่กลับพบว่าตนเองเพิ่งโดนยาพิษอ่อนๆ ที่ซึมผ่านผ้าเช็ดหน้าของนางที่แตะลงบนแขนเสื้อเขาเมื่อครู่นี้ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่เฟยหรงถอยห่างออกมาด้วยท่าทางงดงาม
"อย่าลืมที่ข้าบอกนะ ท่านแม่ทัพ... หมากกระดานนี้ ใครคุมเกม... ไม่ได้วัดกันที่อำนาจในมือ"
ในจังหวะที่อวิ๋นเซียวทรุดลงกับพื้นด้วยอาการไร้เรี่ยวแรง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าต่างด้านหลัง... นั่นคือสายลับของฮ่องเต้ที่แฝงตัวอยู่ในจวน พร้อมกับดาบที่เงาวับจ่อเข้าที่คอของเฟยหรงจากด้านหลัง โดยที่นางยังคงหันหลังให้และยิ้มอย่างเยือกเย็น!
รี้ดทุกท่านคะ กุหลาบหนามเงินปั่นตอนนี้สุดฝีมือเพื่อความสะใจ หวังว่าจะถูกใจทุกคนนะคะ!
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 4
หมากกระดานแรก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!