บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 3

เผชิญหน้าแม่ทัพน้ำแข็ง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ท่านคิดว่าการหันคมดาบใส่สตรีที่ไร้อาวุธ คือเกียรติยศสูงสุดของแม่ทัพแห่งแคว้นฉินอย่างนั้นหรือ เจ้าค่ะ?" น้ำเสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อลึก ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบโถงรับรองเย็นเยียบลงฉับพลัน นางยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางวงล้อมของทหารองครักษ์นับสิบชีวิตที่ถืออาวุธครบมือ ดวงตาหงส์คู่สวยคู่นี้ไม่ได้หลบเลี่ยงคมดาบที่จ่ออยู่ใกล้ลำคอแม้แต่น้อย แต่มันกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของบุรุษเบื้องหน้า... บุรุษผู้เคยเป็นเพชฌฆาตที่ตัดศีรษะนางในชาติภพก่อน แม่ทัพอวิ๋นเซียวลดดาบลงช้าๆ พลางผ่อนลมหายใจออกมาเป็นไอเย็นจางๆ ในอากาศ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีนิลแผ่รังสีคุกคามที่ไม่ต่างจากปีศาจสงคราม เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเหยียดหยาม "สตรีไร้อาวุธงั้นหรือ? หึ... ข้าจำได้ว่าคุณหนูรองตระกูลหลินไม่เคยมีคำว่า 'ไร้อาวุธ' อยู่ในพจนานุกรม พิษร้ายที่ฝังอยู่ในถ้วยชาของพระชายาเมื่อปีก่อน ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนเล่าขานถึงความอำมหิตของเจ้าอยู่เลยไม่ใช่หรือ" คำพูดของเขากรีดแทงลงมายังใจกลางความรู้สึก แต่นั่นคืออดีตที่หลินเฟยหรงในชาตินี้ได้ก้าวข้ามไปนานแล้ว นางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้คมดาบที่ยังไม่ลดลงต่ำเสียทีเดียว เพียงเพื่อที่จะมองเห็นใบหน้าของอวิ๋นเซียวให้ชัดเจนขึ้น นางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง... แววตาของเขาในวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันมีความ 'กังขา' และ 'สับสน' ซ่อนอยู่ลึกๆ ราวกับว่ามีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้า "ท่านแม่ทัพจำได้แม่นเสียจริงนะเจ้าคะ" หลินเฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า นางขยับตัวเข้าใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกับแผงอกแกร่งใต้ชุดเกราะ กลิ่นอายเหล็กเย็นและกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขากระทบเข้ากับจมูกนาง "แต่คนเราเปลี่ยนไปได้ทุกวัน ท่านเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่าความทรงจำที่ท่านยึดถืออยู่นั้น บางทีอาจเป็นเพียงเรื่องโกหกที่คนอื่นป้อนให้ท่านเชื่อ..." อวิ๋นเซียวชะงักไป ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตานาง ร่างสูงขยับดาบในมือเล็กน้อยจนเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน เขาไม่เคยพบสตรีใดที่กล้าเผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้ โดยเฉพาะสตรีที่เขาเคยหมายหัวว่าต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซากในอนาคตอันใกล้ "เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ หลินเฟยหรง" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโมโหที่ถูกจี้จุด "ความตายที่เจ้าเคยได้รับ... อ้อ ไม่สิ ข้าหมายถึงความตายที่คนอย่างเจ้าสมควรได้รับ มันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว อย่าได้คิดว่าการเปลี่ยนมาทำตัวเป็นสตรีผู้สูงส่งจะช่วยล้างมลทินในใจที่ดำมืดของเจ้าได้" "มลทินหรือเจ้าคะ?" นางขยับรอยยิ้มหวานหยด ทว่าในดวงตามีเพียงความเย็นชา "ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ท่านตัดสินคนจากคำล่ำลือ แต่เคยถามใจตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ที่ท่านทำตัวเป็นศัตรูกับข้ามาตลอด... แท้จริงแล้วท่านกำลังหวาดกลัวอะไรกันแน่?" มือเรียวบางของหลินเฟยหรงค่อยๆ ยกขึ้น แตะลงบนแผ่นอกแกร่งของแม่ทัพหนุ่มอย่างแผ่วเบา อวิ๋นเซียวเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อใต้ชุดเกราะของเขาสั่นไหวภายใต้สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้น ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทั่วร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังปั่นป่วนอยู่ในอก เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างในตัวเขากำลังถูก 'ผู้หญิงคนนี้' กระชากออกมาดู "เจ้า..." อวิ๋นเซียวพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่เท้าของเขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์คนสนิทก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ขัดจังหวะการประจันหน้าอันดุเดือดนี้ "ท่านแม่ทัพขอรับ! มีราชโองการด่วนจากวังหลวงมาถึง... ท่านต้องรีบกลับไปรับราชโองการเดี๋ยวนี้ขอรับ!" อวิ๋นเซียวสะดุ้งสุดตัว เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิดพลางเก็บดาบเข้าฝักเสียงดังเคร้ง ก่อนจะหันมามองหลินเฟยหรงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของนาง เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบชวนขนลุก "ข้าจะกลับมาจัดการเรื่องของเจ้าแน่... แต่จงจำไว้ หลินเฟยหรง ต่อให้เจ้าจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่กลิ่นอายความตายที่ล้อมรอบตัวเจ้าน่ะ... ข้าได้กลิ่นมันชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย" เขาสะบัดตัวเดินจากไปทิ้งให้นางยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวเพียงลำพัง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะลับสายตา หลินเฟยหรงกลับเห็นเขาสะดุดเท้าตัวเองเล็กน้อยเหมือนคนเสียหลัก ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหนีจากบางสิ่งที่อยู่ในใจ นางยกยิ้มมุมปาก ความเงียบสงบกลับคืนมาสู่พื้นที่นี้อีกครั้ง แต่แล้วความรู้สึกเยือกเย็นที่แล่นผ่านสันหลังกลับทำให้นางต้องชะงัก สายลมวูบหนึ่งพัดเอาแผ่นกระดาษปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในแขนเสื้อของนางร่วงลงสู่พื้น เมื่อนางก้มลงเก็บ แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีเลือดที่นางจำได้แม่นว่าเป็นลายมือของใคร *'อวิ๋นเซียวไม่ได้กลับมาเพราะราชโองการ... แต่เขามาที่นี่เพราะได้รับคำสั่งให้มาสังหารเจ้า ในคืนจันทร์ดับนี้'* หัวใจของหลินเฟยหรงกระตุกวาบ นางเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างของอวิ๋นเซียวที่หายลับไปในเงามืดอีกครั้ง ทันใดนั้น เงาร่างสีดำอีกนับสิบก็ปรากฏขึ้นที่ขอบระเบียงสูงเหนือศีรษะของนาง พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยที่เล็งตรงมายังจุดที่นางยืนอยู่... ทั้งหมดนี้ไม่ใช่คนของแม่ทัพ แต่เป็นมือสังหารจาก 'วังหลวง' ที่ไม่ต้องการให้ตัวหมากอย่างนางมีลมหายใจอีกต่อไป! หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจรี้ดทุกท่านนะคะ และกุหลาบหนามเงินสัญญาว่าจะเร่งปั่นตอนถัดไปมาเสิร์ฟให้ถึงที่แน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%