“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าผงสีขาวในห่อกระดาษสาใบนี้น่ะ... คือเกสรดอกไม้หายาก ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนที่ดื่มมันลงไปต้องมีอันเป็นไปก่อนวัยอันควร?”
เสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก นางวางห่อกระดาษลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวไม้อย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังให้กับใครบางคนในห้องนี้
“คุณหนู... บ่าวไม่เข้าใจ ท่านพูดเรื่องอะไรกันคะ? นั่นเป็นเครื่องหอมที่อนุเหมยส่งมาให้บำรุงผิวพรรณท่านต่างหาก” สาวใช้คนสนิทของอนุเหมยตอบเสียงสั่น เปลือกตาหลุบต่ำเพื่อซ่อนแววตาเลิ่กลั่ก
หลินเฟยหรงแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แววตาของนางในชาตินี้ไม่เหลือความใสซื่อโง่เขลาเหมือนดั่งกาลก่อน นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นขึ้นทันตา
“งั้นรึ? งั้นเจ้าคงไม่รังเกียจสินะ หากข้าจะให้หมอหลวงมาตรวจสอบดูสักหน่อย หรือเจ้าอยากจะให้ข้า ‘ลิ้มลอง’ มันให้พวกเจ้าดูเสียตรงนี้เลย?”
“อย่าเจ้าค่ะ!” สาวใช้คนนั้นเผลออุทานออกมา ก่อนจะรีบก้มหน้าลงแทบพื้น เสียงลมหายใจของนางติดขัดราวกับคนกำลังจะขาดใจ
หลินเฟยหรงก้าวเท้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและทรงอำนาจ นางไม่ได้มีสายเลือดขัตติยา แต่ในแววตาของนางกลับมีความกดดันที่แม้แต่แม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนยังต้องยอมศิโรราบ นางรู้ดีว่าอนุเหมย—สตรีที่แย่งชิงความโปรดปรานจากท่านพ่อไป—กำลังเล่นเกมสกปรก แผนการที่ตั้งใจจะวางยาให้นางเสียโฉมและตกต่ำในงานเลี้ยงคืนนี้ ช่างดูตื้นเขินและน่าสมเพชนักสำหรับคนที่เคยผ่านการต่อสู้ในวังหลวงมานับสิบปี
“กลับไปบอกอนุเหมยว่าข้ารับ ‘ของขวัญ’ นี้ไว้แล้ว และฝากบอกนางด้วยว่า... ข้าชอบเล่นเกม แต่ข้าเกลียดคนที่โกงกฎกติกาเป็นที่สุด”
ขณะที่สาวใช้ตัวสั่นเทาลนลานถอยออกจากห้องไป หลินเฟยหรงหันกลับมามองเงาสะท้อนของตนในกระจกทองเหลือง ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์และงดงามนี้คืออาวุธที่นางจะใช้ฟาดฟันศัตรูให้ย่อยยับ ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีเข้มของอวิ๋นเซียวปรากฏตัวขึ้น ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์มองตรงมาที่นาง ความดุดันนั้นไม่ได้ทำให้นางหวั่นไหวแม้แต่น้อย
“ท่านแม่ทัพมาถึงเรือนข้าโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้ คิดจะทำเรื่องเสียมารยาทหรืออย่างไรคะ?” หลินเฟยหรงเอ่ยถามพลางรินน้ำชาอย่างใจเย็น
อวิ๋นเซียวเดินตรงเข้ามาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่หลินเฟยหรงเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้น สายตาของนางที่มองตอบเขานั้นไร้ซึ่งความเกรงกลัว มีเพียงความท้าทายที่ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง
“เจ้ากำลังวางแผนอะไรกันแน่ หลินเฟยหรง? ข้าเห็นสาวใช้ของอนุเหมยวิ่งหน้าตั้งออกจากเรือนเจ้าไป ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าให้ข้าต้องออกโรงจัดการเรื่องในจวนนี้ด้วยตัวเอง”
“ท่านแม่ทัพยุ่งกับเรื่องในเรือนชั้นในมากเกินไปแล้วนะเจ้าคะ” นางขยับกายเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบุรุษเพศและไอเย็นจากเกราะเหล็ก “หรือว่า... การที่ข้ากลายเป็นคนฉลาดขึ้น มันทำให้ท่านรู้สึก ‘ไม่ปลอดภัย’ กันแน่?”
อวิ๋นเซียวหรี่ตาลง จังหวะการหายใจของเขาเริ่มไม่นิ่งสนิทเหมือนก่อน ความลับที่นางซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นกำลังทำให้เขาปั่นป่วน เขาไม่เคยคาดคิดว่าสตรีที่เขาเคยเห็นเพียงแค่เงาในอดีต จะมีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้
ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของอนุเหมยที่ดังแว่วมาว่า “ท่านพี่! ท่านต้องช่วยน้องด้วย! หลินเฟยหรง... นางวางยาพิษบ่าวของน้องจนแทบสิ้นใจ!”
หลินเฟยหรงเผยยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะนางเอื้อมมือไปแตะที่อกเสื้อของแม่ทัพหนุ่มเบาๆ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วข้างหูเขา “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ... แผนซ้อนแผนน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านถนัดหรอกนะคะ”
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้งโดยบิดาของนาง พร้อมกับร่างของอนุเหมยที่ทรุดลงร้องไห้ฟูมฟาย แต่ทว่าในมือของบิดาไม่ได้ถืออาวุธมาด้วย กลับเป็นห่อกระดาษสาผืนเดิมที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีคล้ำที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นเน่ากระจายออกมาทั่วทั้งห้อง!
“หลินเฟยหรง... เจ้าอธิบายมาเดี๋ยวนี้! ทำไมยาพิษที่อนุเหมยเตรียมไว้ ถึงกลายเป็นยาพิษร้ายแรงที่ใช้สำหรับปลิดชีพคนทั้งจวนได้ในคราเดียว!”
กุหลาบหนามเงินหวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดทุกท่านที่รอคอยความสะใจอยู่นะคะ!
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 5
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!