บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 6

อำนาจที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
“ถ้าท่านต้องการให้คนของตระกูลหลินอดตายเพียงเพราะความใจแคบของท่าน ก็เชิญลงนามในเอกสารฉบับนี้เสียเถิด ท่านพ่อ” เสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบ ทว่าดังกังวานในโถงรับรองที่เงียบสงัด นางวางปึกกระดาษแผ่นบางที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นระเบียบลงบนโต๊ะไม้ประดู่ขัดมัน ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องมองบิดาที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ “เจ้าพูดเรื่องอะไร!” หลินจิ้นหยางตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “เพียงแค่การค้าขายเครื่องเทศข้ามพรมแดนที่เจ้าเพิ่งเริ่ม จะมาเปลี่ยนชะตาตระกูลเราได้อย่างไร ในเมื่อพ่อค้ารายใหญ่ในเมืองหลวงต่างกุมเส้นทางขนส่งไว้หมดแล้ว เจ้ากำลังจะทำให้ตระกูลเรากลายเป็นตัวตลก!” เฟยหรงแค่นยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก “ท่านพ่อ... ท่านอยู่ในฐานะคหบดีมาหลายสิบปี แต่กลับมองไม่เห็นว่า ‘ทองคำ’ ไม่ได้อยู่ในคลังเก็บสินค้า แต่มันอยู่ใน ‘ข้อมูล’ และ ‘จังหวะเวลา’ ต่างหาก” นางลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมชั้นดีสะบัดพลิ้วตามแรงก้าว ก่อนจะเดินไปหยุดที่หน้าแผนที่เดินเรือโบราณบนผนัง นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ช่องแคบสายหนึ่ง ซึ่งในสายตาของนักธุรกิจยุคนี้คือจุดที่อันตรายที่สุด แต่ในความทรงจำของอดีตราชินีผู้เคยผ่านการบริหารอาณาจักรมาแล้ว... ที่นี่คือขุมทรัพย์ที่ยังไม่มีใครแตะต้อง “ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือว่า ฤดูกาลนี้ลมมรสุมกำลังจะเปลี่ยนทิศ บรรดาพ่อค้ารายใหญ่ที่ท่านเกรงกลัวต่างรอให้ลมพัดหวนกลับเพื่อใช้เส้นทางเดิม แต่นั่นคือการกักตุนสินค้าที่ช้าเกินไปข้าได้ทำสัญญาเช่าจ้างกลุ่มเรือขนส่งนอกกฎหมายที่ชำนาญเส้นทางน้ำตื้นไว้เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่คนอื่นกำลังรอคอยสินค้า สินค้าของตระกูลหลินจะเข้าสู่ตลาดก่อนใครถึงสามสัปดาห์ ท่านพ่อคิดว่ากำไรมหาศาลจะหนีไปไหนพ้น?” หลินจิ้นหยางนิ่งอึ้ง เขาพยายามจะหาช่องโหว่ในคำพูดของบุตรสาว แต่สายตาที่เฉียบคมและมั่นใจของนางกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจที่เกิดมาเพื่อควบคุมกลไกทางเศรษฐกิจมากกว่าเด็กสาววัยแรกรุ่น “เจ้า... เจ้าเอาเงินมาจากไหนไปจ้างคนพวกนั้น” “เงินทุนน่ะหรือคะ?” เฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ข้าขายของหมั้นและเครื่องประดับที่ท่านเคยประเคนให้ข้าเพื่อหวังจะส่งข้าไปเป็นเบี้ยล่างของใครบางคนในวังหลวงทิ้งเสียหมดแล้ว รวมถึงเครื่องเทศลอตเก่าที่เน่าเสียในโกดังหลังบ้าน ข้าก็นำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยขายให้หอนางโลมชั้นสูงในราคาสามเท่าของราคาตลาด” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง หลินเฟยหรงไม่ได้เพียงแค่รวยขึ้น แต่นางกำลังสร้างเครือข่าย 'อำนาจที่มองไม่เห็น' ผ่านเม็ดเงินที่ไหลเวียนอยู่ในมือของชนชั้นล่างและผู้มีอิทธิพลนอกกฎหมาย หากตระกูลหลินแข็งแกร่งทางการเงิน ต่อให้แม่ทัพอวิ๋นเซียวจะดุดันเพียงใด เขาก็ไม่อาจจัดการนางได้โดยง่าย เพราะนางได้กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคลังเสบียงของกองทัพไปเสียแล้ว ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากเร่งรัดให้บิดาลงนาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบานเลื่อนไม้แกะสลัก ความกดอากาศในห้องเปลี่ยนไปฉับพลันจนบ่าวไพร่รอบข้างก้มหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว “ดูเหมือนว่า คุณหนูหลินจะมีหัวคิดทางการค้าที่น่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้มากนะ” ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคมกริบของแม่ทัพอวิ๋นเซียวจดจ้องมาที่ใบหน้าของเฟยหรงราวกับจะกรีดเนื้อนางออกมาดูให้เห็นถึงก้นบึ้งของความคิด เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือของเขากลับถือม้วนเอกสารตราประทับสีแดงฉาน ซึ่งเป็นประกาศจับหรือคำสั่งพิพากษาโทษทัณฑ์ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ เฟยหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเพียงหันไปสบตากับเขาด้วยแววตาที่สงบนิ่งดุจผืนน้ำในคืนไร้จันทร์ “ท่านแม่ทัพมาถึงที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ คงไม่ได้มาเพื่อตรวจตราการบัญชีของตระกูลหลินหรอกใช่ไหมคะ?” อวิ๋นเซียวเดินมาหยุดตรงหน้านาง ระยะห่างที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคมดาบและไอสังหารจากร่างกายของเขา เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนางด้วยเสียงที่แหบพร่าและท้าทาย “ข้าไม่ได้มาเพื่อตรวจบัญชี แต่ข้ามาเพื่อบอกว่า... สินค้าล็อตที่เจ้ากำลังจะนำเข้าในอีกสามวันข้างหน้า ถูกข้าสั่งยึดโดยประกาศิตแห่งราชสำนักเรียบร้อยแล้ว หากเจ้าอยากได้มันคืน... จงไปหาข้าที่ค่ายทหารเพียงลำพังในคืนนี้” เฟยหรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มที่งดงามที่สุดจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ดูอาบยาพิษที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา นางขยับตัวเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกเกือบชิดกัน ก่อนจะกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่แพ้กันว่า “ท่านมั่นใจหรือคะว่าสิ่งที่ท่านสั่งยึด... คือของจริง?” ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทางโกดังสินค้าหลักของตระกูลหลิน แรงสั่นสะเทือนทำให้แจกันราคาแพงบนโต๊ะแตกกระจาย อวิ๋นเซียวเบิกตากว้างขณะหันไปมองกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดมิดในทันทีที่เขารู้ว่าตัวเองก้าวพลาดเข้าสู่กับดักที่นางวางไว้ตั้งแต่ก้าวแรก! กุหลาบหนามเงินหวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดทุกท่านที่รอคอยความสะใจอยู่นะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%