บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 7

การลวงหลอก

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ท่านแม่ทัพคิดว่า สตรีที่ไร้ซึ่งทางสู้ จะมีค่าพอให้ท่านลงมือสังหารด้วยดาบประจำตระกูลเชียวหรือคะ?" เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถงกว้าง หลินเฟยหรงทรุดกายลงนั่งกับพื้นพรมหนา ดวงตากลมโตคู่สวยหม่นแสงลงราวกับจะแตกสลาย มือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองคำสั่นระริกขณะกำชายกระโปรงผ้าไหมสีอ่อนแน่น จนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวและยอมจำนน อวิ๋นเซียวลดดาบลงเพียงเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลักหินของเขายังคงนิ่งสนิท ทว่าแววตาเหยียดหยามที่ทอดมองลงมานั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา แววตาของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อติดกับดักปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง "เจ้าไม่ควรมาอยู่ในที่แห่งนี้ ตั้งแต่แรกแล้ว... คุณหนูหลิน" เสียงทุ้มต่ำของเขากดดันจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัด "ความอ่อนแอของเจ้าในวันนี้ ไม่ได้ช่วยให้ข้าสงสาร แต่กลับทำให้ข้าสมเพชที่ต้องเสียเวลามาจัดการธุระที่ไร้น้ำยาเช่นนี้" หลินเฟยหรงก้มหน้าลงซ่อนประกายตาวาวโรจน์ที่แวบผ่านเพียงเสี้ยววินาที ภายใต้เปลือกนอกของสตรีที่พ่ายแพ้ นางกำลังนับจังหวะการเต้นของหัวใจอวิ๋นเซียวอย่างใจเย็น ทุกก้าวที่เขาย่างเข้ามาใกล้ คือการเปิดช่องว่างให้แผนการที่นางวางไว้ถักทอเข้าหากันจนแน่นหนา 'ฆ่าข้าเสียสิ อวิ๋นเซียว... ฆ่าสตรีที่เจ้าคิดว่าไม่มีทางสู้ แล้วเจ้าจะพบว่าคมดาบที่เจ้าภาคภูมิใจ กำลังจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเจ้าไว้กับขุมนรกที่ข้าเป็นผู้ขุดขึ้นเอง' นางสะอื้นเบาๆ หยาดน้ำตาใสไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน กิริยาท่าทางที่ดูบอบบางไร้ทางสู้นั้นทำให้แม่ทัพหนุ่มที่เคยผ่านสมรภูมิเลือดมานับไม่ถ้วนชะล่าใจไปชั่วขณะ เขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า เงาของผีเสื้อที่ขยับปีกบนพัดในมือของนาง กำลังขยับไปทับจุดอับสายตาที่ซ่อนเข็มพิษเอาไว้ "ท่านแม่ทัพ... หากท่านต้องการชีวิตข้า เพื่อให้แผนการขององค์รัชทายาทสำเร็จลุล่วง ข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้ง" นางกล่าวเสียงแผ่ว พลางค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้ปลายเท้าของเขา "เพียงแต่... ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอเป็นครั้งสุดท้าย" อวิ๋นเซียวหยุดฝีเท้าลง สายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงลดระดับลงเล็กน้อย เขาเป็นบุรุษที่เย่อหยิ่งเกินกว่าจะเกรงกลัวสตรีที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้า เขาโน้มตัวลงมาต่ำ หวังจะฟังคำสั่งเสียสุดท้ายของเหยื่อที่เขามองว่าไร้พิษสง "ว่ามา" หลินเฟยหรงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นระริกของนางสบประสานกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ดุดันของเขา ในวินาทีนั้น นางยื่นมือออกไปสัมผัสที่ชายเสื้อคลุมของเขาเบาๆ ความสั่นเทาของมือนางดูเสมือนความหวาดกลัวอย่างที่สุด ทว่านิ้วชี้ที่ซ่อนอยู่หลังแขนเสื้อกลับดีดเศษผงสีเงินละเอียดยิบเข้าไปในอากาศที่อบอวลไปด้วยกำยาน "ข้าขอให้ท่าน... สัญญาว่าหากท่านก้าวออกไปจากที่นี่แล้ว ท่านจะได้รับความยุติธรรมที่ท่านสมควรได้รับจริงๆ ไม่ใช่เศษเสี้ยวของอำนาจที่คนอื่นยัดเยียดให้" อวิ๋นเซียวขมวดคิ้ว เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ลอยมาปะทะจมูก กลิ่นนั้นคล้ายดอกเหมยในฤดูหนาว แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมึนงงอย่างประหลาด แขนขาที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเริ่มรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะตวาดลั่น "เจ้า! ทำอะไรลงไป!" หลินเฟยหรงเลิกสะอื้นทันที ใบหน้าที่เคยนองน้ำตาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างสง่างาม มือที่เคยสั่นเทาบัดนี้กลับมั่นคงและเยือกเย็น นางปัดฝุ่นออกจากชุดราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงธุลีดินที่ไม่มีค่า "สิ่งที่ทำไป... ก็เพื่อให้ท่าน 'ตระหนัก' ว่าสตรีที่ท่านมองว่าไร้ค่านี่แหละ ที่จะสามารถกุมชะตาชีวิตของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ไว้ในอุ้งมือได้" นางก้าวเข้าไปใกล้เขาที่ยืนโซเซด้วยความประหลาดใจ "พิษอ่อนๆ ที่ข้าเพิ่งมอบให้ จะทำให้ท่านเห็นภาพหลอนที่ลึกที่สุดในจิตใจ... มาดูกันเถอะว่าท่านจะรักษาระเบียบวินัยอันเคร่งครัดไว้ได้นานแค่ไหน ในขณะที่ความลับอันโสมมในอดีตกำลังไล่ล่าท่าน" อวิ๋นเซียวพยายามจะชักดาบออก แต่เรียวนิ้วของหลินเฟยหรงกลับกดลงบนจุดชีพจรที่ลำคอของเขาเบาๆ แววตาของเขาสั่นไหวเมื่อเห็นเงาของสตรีอีกคนหนึ่งซ้อนทับขึ้นมาบนใบหน้าของหลินเฟยหรง... มันคือเงาของราชินีผู้ถูกเขาสังหารด้วยมือตัวเองเมื่อชาติภพก่อน "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?" เสียงของเขาขาดห้วง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิดบัง ในจังหวะที่เขากำลังจะทรุดตัวลง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรงโดยองครักษ์คนสนิทของเขาที่ดูร้อนรนผิดปกติ "ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วครับ! มีข่าวแจ้งมาจากเมืองหลวงว่า... ตราประทับบัญชาการทหารถูกขโมยไป และในที่เกิดเหตุ... มีหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าท่านเป็นคนทำ!" หลินเฟยหรงหันไปมององครักษ์ผู้นั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันกลับมามองอวิ๋นเซียวที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดเพราะพิษและหลักฐานที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน นางกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา "ยินดีต้อนรับสู่เกมที่ข้าเป็นคนกุมกระดานนะคะ ท่านแม่ทัพ... หวังว่าท่านจะสนุกกับความวินาศที่ข้ามอบให้เป็นของขวัญนะคะ" กุหลาบหนามเงินหวังว่าการลวงหลอกในครั้งนี้จะถูกใจรี้ดทุกท่านที่รอคอยความสะใจอยู่นะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%