“เจ้าเอาปิ่นปักผมเล่มนี้ไปซ่อนไว้ที่ไหน... หลินเฟยหรง”
เสียงทุ้มต่ำของแม่ทัพอวิ๋นเซียวดังก้องอยู่ในห้องหนังสือที่เงียบสงัด กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่กลับดูเบาบางลงทันทีเมื่อเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้า บนโต๊ะไม้จันทน์หอม ปิ่นหยกสีเลือดที่ควรจะอยู่ในหีบสมบัติส่วนตัวของข้า บัดนี้กลับถูกวางนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา
ข้าไม่ได้สะดุ้งตกใจ ข้าเพียงแค่วางพู่กันลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาชายที่เคยปลิดชีพข้าด้วยดาบเล่มเดียวในชาติที่แล้ว สายตาของเขามีความดุดันผสมปนเปไปกับความระแวงที่ปิดไม่มิด
“ท่านแม่ทัพถามคำถามที่น่าขันนะเจ้าคะ” ข้าเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อให้ดูอ่อนหวานทว่าเย็นชาในที “ปิ่นนั่นเป็นสินเดิมของข้า ข้าจะหยิบจับไปวางที่ใด เหตุใดต้องขออนุญาตท่านด้วยหรือ?”
อวิ๋นเซียวเดินย่างสามขุมเข้ามาหาข้า กลิ่นอายของสนามรบและคาวเลือดจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้สัญชาตญาณข้าตื่นตัว เขาก้มลงเท้าแขนกับโต๊ะ ขวางกั้นอิสระของข้าไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่งนั้น
“เจ้าไม่ใช่คนเดิม” เขาเค้นเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาข้า “หลินเฟยหรงผู้โง่เขลามักจะร้องไห้คร่ำครวญเมื่อข้าไม่สนใจ แต่นางผู้นี้... สายตาของเจ้ามันว่างเปล่า ราวกับว่าเจ้ากำลังมองทะลุตัวข้าไปยังความตายที่รออยู่เบื้องหน้า”
ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอื้อมมือขึ้นไปแตะปกเสื้อของเขาอย่างถือดี “ท่านคิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ หรือจะเป็นเพราะข้าไม่ทำตัวเป็นสตรีที่คอยพะเน้าพะนอท่านเหมือนเมื่อก่อน ท่านจึงรู้สึก... ขาดแคลนความสนใจ?”
อวิ๋นเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบเข้าหากันแน่น เขาไม่ใช่บุรุษที่จะถูกปั่นหัวได้ง่ายๆ แต่ในโลกใบนี้ ข้าคือผู้กุมไพ่ตายที่เขายังมองไม่เห็น ความฉลาดเฉลียวที่ข้าซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากภรรยาผู้แสนดีกำลังกัดกินความมั่นใจของเขาอย่างช้าๆ
“ข้าพบจดหมายในห้องลับของเจ้า” เขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็ง “จดหมายที่เขียนด้วยอักษรย่อซึ่งแม้แต่สายลับของข้ายังถอดรหัสไม่ได้ เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ใจของข้าเต้นจังหวะสม่ำเสมอไม่มีพลาดแม้แต่น้อย ข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขาที่พ่นออกมาด้วยความขุ่นมัว
“ท่านอยากรู้จริงๆ หรือเจ้าคะ?” ข้ากระซิบ แววตาของข้าเปลี่ยนเป็นประกายวาวโรจน์ “หากข้าบอกท่านไป ท่านอาจจะเสียใจที่ได้รับรู้ความจริง... เพราะความจริงที่ท่านต้องการไขว่คว้า อาจเป็นสิ่งที่ทำลายบัลลังก์ของท่านจนไม่เหลือซาก”
อวิ๋นเซียวคว้าข้อมือข้าไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกร้าวได้หากเขาต้องการ แต่เขากลับเลือกที่จะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาข้า ราวกับกำลังพยายามค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเยือกเย็นนี้
“เจ้าขู่ข้า?”
“ข้าเพียงแค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะภรรยา... ท่านแม่ทัพ” ข้าดึงมือกลับช้าๆ แม้เขาจะขัดขืนอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นความนิ่งเฉยที่ไม่มีความหวาดกลัวของข้า เขาก็ยอมปล่อยมือในที่สุด
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ข้าหันหลังกลับเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่กำลังเริ่มเปลี่ยนสี ลมพายุที่เริ่มก่อตัวภายนอกนั้นรุนแรงพอๆ กับพายุในใจของชายผู้นี้ ข้าไม่ได้แค่เล่นเกมรุก แต่ข้ากำลังสร้างกับดักที่แม้แต่เขาผู้เป็นจอมทัพไร้พ่ายก็ไม่อาจหลบพ้น
“คืนนี้... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนจวนของท่าน” ข้ากล่าวโดยไม่หันกลับไปมอง “ท่านควรเตรียมดาบของท่านให้พร้อม เพราะครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความรักหรือความแค้น แต่มันคือเรื่องของลมหายใจสุดท้ายที่ท่านต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใคร”
อวิ๋นเซียวเงียบไปนาน ก่อนที่เขาจะเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังข้า “เจ้ากำลังวางแผนอะไร หลินเฟยหรง? ถ้าหากข้าจับได้ว่าเจ้าหักหลังข้า... แม้แต่เจ้า ก็จะไม่มีทางหนีพ้นคมดาบของข้าไปได้”
ข้าหันไปยิ้มให้เขา ยิ้มที่ทำให้เขาต้องชะงักงัน ยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง
“ถ้าเช่นนั้น ก็ลองดูสิเจ้าคะว่า... ดาบของท่านหรือเล่ห์เหลี่ยมของข้า สิ่งใดจะถึงลำคอของอีกฝ่ายก่อนกัน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องหนังสือ บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! กองกำลังทหารรักษาพระองค์ล้อมจวนของเราไว้หมดแล้ว และพวกเขากล่าวหาว่า... นายหญิงเป็นผู้ลอบส่งข่าวลับให้ศัตรูแคว้นอริ!”
อวิ๋นเซียวหันขวับมามองข้าด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ ในขณะที่ข้าเพียงแค่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางจัดสาบเสื้อให้เรียบร้อยด้วยท่าทางใจเย็นราวกับไม่ได้ยินข่าวร้ายนั้นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากคาดคั้น เสียงกระแทกประตูห้องหนังสือก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา... เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของอวิ๋นเซียวที่ข้าเป็นคนส่งจดหมายเชิญมาด้วยมือของข้าเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกจนวางไม่ลงเลยค่ะ!
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 8
ลมพายุในจวนแม่ทัพ
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!