บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 33

การเผชิญหน้ากลางฝน

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"หากท่านแม่ทัพยังไม่ลดดาบลง เกรงว่าเลือดของข้าที่เปื้อนพื้นดิน จะกลายเป็นมลทินที่ล้างไม่ออกไปชั่วชีวิตเชียวนะคะ" หลินเฟยหรงเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงห่าฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้าอยู่กับคมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของตนเอง นางยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างที่มืดมิด มีเพียงแสงฟ้าแลบแปลบปลาบที่เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มดุดันของบุรุษตรงหน้า อวิ๋นเซียวไม่ได้ลดดาบลง ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก เขาเคยสังหารนางในชาติก่อน—หรืออาจจะเป็นเพียงนิมิตที่ตามหลอกหลอน—แต่ในยามนี้ ผู้หญิงคนนี้กลับไม่มีแววตาหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย่อหยิ่งที่เขารู้สึกชังน้ำหน้า หากแต่ในขณะเดียวกัน มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้เต้นเร่า "เจ้าเป็นใครกันแน่ หลินเฟยหรง" เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทรงพลังอำนาจ "เหตุใดเจ้าถึงรู้เรื่องลับในกองทัพที่แม้แต่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยังไม่ล่วงรู้? และเหตุใด... แววตาของเจ้าถึงได้เหมือนกับคนที่ตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนนัก" เฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่เสียดแทงถึงขั้วหัวใจ นางก้าวเข้าไปหาคมดาบที่ยังคงจ่ออยู่โดยไม่ถอยหลัง ปลายดาบคมกริบกรีดลงบนผิวหนังจนเลือดสีสดซึมออกมาเป็นทางยาว แต่นางกลับไม่สะดุ้งสะเทือน นางขยับเข้าไปใกล้จนความร้อนจากร่างกายของนางปะทะเข้ากับชุดเกราะเหล็กที่เปียกชื้นของเขา "ท่านอยากรู้ความจริงงั้นหรือคะ ท่านแม่ทัพ?" นางกระซิบชิดใบหูของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยท่ามกลางกลิ่นคาวฝนทำให้จิตใจที่หนักอึ้งของอวิ๋นเซียววูบไหว "ความจริงที่ว่า... คนตายไปแล้วสามารถกลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยถูกช่วงชิงไปอย่างไร หากท่านอยากรู้ ก็จงมองเข้ามาในตาข้าให้ชัดๆ" อวิ๋นเซียวชะงัก ดาบในมือสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ความทรงจำที่เลือนรางและเจ็บปวดพุ่งเข้ากระแทกจิตใจ ภาพของนางในชุดสีขาวโชกเลือดที่เขาสังหารด้วยมือตัวเองเมื่อคราวก่อนซ้อนทับกับสตรีที่อยู่ตรงหน้า เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าเหตุใดเขาถึงไม่มีวันตัดใจจากนางได้ เหตุใดความเกลียดชังถึงได้แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่น่ารังเกียจ "เจ้าเป็นปีศาจ..." เขาพึมพำ "ข้าคือผลผลิตจากความอำมหิตของท่านต่างหาก" เฟยหรงยิ้มเยาะ มือเรียวงามของนางเอื้อมไปจับที่โคนดาบของเขาแล้วค่อยๆ กดมันลงช้าๆ "ท่านจำได้ไหม คืนนั้นที่ฝนตกหนักเช่นนี้ ท่านได้มอบคำสัญญาว่าอย่างไรกับข้า... ไม่สิ ท่านคงจำไม่ได้หรอก เพราะท่านมันก็แค่บุรุษที่เชื่อในอำนาจมากกว่าหัวใจ" สายฝนยังคงโหมกระหน่ำ ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับความลับที่ถูกเปิดเผย อวิ๋นเซียวลดดาบลงจนปลายสัมผัสพื้นดิน เขาหอบหายใจหนักหน่วง ความเงียบงันระหว่างทั้งสองถูกคั่นด้วยเสียงสายน้ำที่ไหลนอง เฟยหรงอาศัยจังหวะที่เขาไร้ทางป้องกัน รวบรวมกำลังทั้งหมดดึงดาบออกจากมือเขาแล้วปาทิ้งไปไกลจากลานประลอง "ท่านแพ้แล้ว อวิ๋นเซียว" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "แพ้ให้กับบาปของตัวเอง และแพ้ให้กับข้า" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากดังแทรกผ่านเสียงฝนเข้ามาใกล้ลานกว้าง ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันด้วยสัญชาตญาณ ทหารหลวงนับร้อยในชุดเกราะสีดำทมิฬล้อมรอบลานประลองเอาไว้แน่นขนัด นำหน้าโดยบุคคลที่คาดไม่ถึง—ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ควรจะประทับอยู่ในพระราชวังลึกสุดกลับมายืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเกินกว่าจะเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม อวิ๋นเซียวหน้าถอดสี เขาหันมาคว้าแขนเฟยหรงเตรียมจะพาหนี แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากหลังม้าของฮ่องเต้ มันคือบุรุษที่มีใบหน้าเดียวกับเขา... ราวกับเป็นเงาสะท้อนในกระจก หากแต่นัยน์ตานั้นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ "หลินเฟยหรง..." อวิ๋นเซียวเค้นเสียงผ่านไรฟัน "นั่นไม่ใช่ข้า แต่นั่นคือร่างที่ท่านพ่อเก็บรักษาไว้... วันนี้เราไม่ได้เผชิญหน้ากันแค่สองคนแล้ว หากแต่เป็นโชคชะตาที่กำลังจะถูกทำลายลงพร้อมกัน" เฟยหรงเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อร่างเงาที่เหมือนอวิ๋นเซียวนั้นชักดาบขึ้นมา และดาบเล่มนั้น... คือดาบเล่มเดียวกับที่สังหารนางในชาติก่อน กุหลาบหนามเงินหวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความเข้มข้นในบทนี้ และพร้อมที่จะลุ้นไปกับชะตากรรมของนางเอกของเราในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%