บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 32

หมากตัวสำคัญ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
“ใต้เท้าจาง... ท่านคิดว่าคราบเลือดบนเสื้อคลุมตัวนี้ จะซักออกด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวจริงหรือคะ?” หลินเฟยหรงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องหนังสือส่วนตัวของเจ้ากรมกลาโหม เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่นิ้วเรียวสวยกลับกรีดกรายลงบนตราประทับตระกูลจางที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กฤษณา กลิ่นกำยานที่อบอวลอยู่รอบกายดูเหมือนจะยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่า ใต้เท้าจาง หรือ จางลี่หรง ขุนนางเฒ่าผู้มีอำนาจล้นฟ้าในฝ่ายค้าน ขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง “พระสนมเฟยหรง... การที่ท่านลอบเข้ามาในจวนข้ากลางดึกเช่นนี้ เพื่อมาทายปริศนาเรื่องคราบเลือดหรือพ่ะย่ะค่ะ? หากหวังจะข่มขู่กันล่ะก็ ท่านคงประเมินข้าต่ำไปหน่อย” เฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย “ข่มขู่? ไม่เลยค่ะ... ข้าเพียงแค่จะนำ ‘หลักฐาน’ มาแลกกับ ‘ความภักดี’ ของท่าน” เธอก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าเขา ร่างบางในชุดคลุมสีดำสนิทดูราวกับเงาปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง เธอหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าออกจากแขนเสื้อแล้ววางลงตรงหน้าเขา “บันทึกการส่งเสบียงทหารเมื่อสิบปีก่อน ที่ท่านเซ็นอนุมัติเองกับมือ... หากฮ่องเต้ได้เห็นมันในเช้าวันพรุ่งนี้ ท่านคิดว่าศีรษะของท่านจะยังอยู่บนบ่าได้นานแค่ไหนกันคะ?” จางลี่หรงหน้าซีดเผือด มือที่กุมพู่กันสั่นระริก “ท่าน... ท่านไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน! เรื่องนี้ไม่มีทางรั่วไหลออกมาได้!” “ไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าที่หลุดรอดจากสายตาของข้าไปได้หรอกค่ะ” เฟยหรงโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้หูของชายชรา “เลือกเอานะคะใต้เท้า... จะเป็นคนตายที่ไร้ค่า หรือจะเป็นหมากตัวสำคัญที่อยู่ใต้ปีกของข้า เพื่อพลิกบัลลังก์ที่กำลังสั่นคลอนนี้เสียใหม่” เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังดังขึ้นจากนอกประตู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพอวิ๋นเซียวจะปรากฏกายขึ้น เขาดูดุดันและทรงอำนาจในชุดเกราะอ่อนดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปยังขุนนางเฒ่า แต่จ้องมองเขม็งมาที่เฟยหรงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “นางไม่ได้มาแค่คนเดียวหรอกนะใต้เท้าจาง” อวิ๋นเซียวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเฟยหรงจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา “ข้ามาที่นี่เพื่อยืนยันว่า... ต่อให้ท่านปฏิเสธ ข้อเสนอของนางก็ยังคงเป็นทางเลือกเดียวที่ท่านจะเหลืออยู่” จางลี่หรงมองคนทั้งสองสลับกันไปมา ความมั่นใจที่เคยมีมลายสิ้น “พวกท่านร่วมมือกัน... ฝ่ายในและฝ่ายทหาร... นี่มันกบฏชัดๆ!” “กบฏหรือคะ?” เฟยหรงยิ้มเยาะ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยประกายอำนาจ “ในเมื่อบัลลังก์นี้เปื้อนเลือดมานานเกินไป ก็ถึงเวลาที่ต้องผลัดใบเสียที และท่าน... คือกุญแจดอกแรกที่ข้าเลือกจะใช้ไขประตูไปสู่จุดจบของพวกมัน” จางลี่หรงก้มลงมองหลักฐานตรงหน้า น้ำตาของความสิ้นหวังไหลรินออกมาเงียบๆ เขาจำต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่บีบคั้นเกินกว่าจะต้านทานไหว “ข้าจะทำตามที่ท่านต้องการ...” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาในที่สุด “แต่ท่านต้องสัญญา ว่าตระกูลจางจะปลอดภัย” “ข้าเป็นคนรักษาคำพูดเสมอค่ะ... ตราบใดที่ท่านยังเป็นหมากที่เชื่องมือ” เฟยหรงหันไปหาอวิ๋นเซียว สายตาของพวกเขาสอดประสานกันท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงคุโชนอยู่ในใจ ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามแผน เสียงเคาะประตูจวนที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณกลับทำให้ทุกคนชะงักงัน เสียงตะโกนจากองครักษ์หลวงที่หน้าประตูดังแทรกเข้ามา “ใต้เท้าจาง! ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ค้นจวนท่านในยามนี้! มีสายรายงานว่ามีผู้บุกรุกแฝงตัวเข้ามา!” อวิ๋นเซียวคว้าดาบที่ข้างกาย สายตาเปลี่ยนเป็นดุดันทันที “แผนรั่วไหล... มีคนหักหลังเรา” เฟยหรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับจางลี่หรงที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ใต้เท้าจาง... ถ้าท่านอยากรอด นี่คือโอกาสเดียวที่จะพิสูจน์ความจงรักภักดีของท่าน” เธอยื่นกริชเงินเล่มเล็กให้เขา “แทงข้าเสีย... แล้วบอกพวกเขาว่าท่านเพิ่งจับกุมผู้บุกรุกได้” กุหลาบหนามเงินหวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความเข้มข้นในบทนี้ และพร้อมที่จะลุ้นไปกับชะตากรรมของนางเอกของเราในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%