บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 18

การปะทะด้วยวาจา

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
“ท่านแม่ทัพคิดว่าการนิ่งเงียบคืออาวุธที่ดีที่สุดในการข่มขวัญสตรีอย่างข้าหรือคะ? น่าเสียดายที่กลยุทธ์ตื้นเขินเช่นนี้ ใช้ได้ผลแค่กับคนโง่เขลาเท่านั้น” เสียงราบเรียบแต่ทว่าบาดลึกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงรับรอง กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลกลับกลายเป็นความอึดอัด หลินเฟยหรงวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ราวกับจงใจท้าทายประสาทสัมผัสของบุรุษตรงหน้าที่นั่งจิบสุราหมักเข้มข้นอยู่ตรงข้าม อวิ๋นเซียววางจอกสุราลงอย่างแช่มช้า ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายเหลือบมองสตรีผู้ที่เขาเคยสั่งประหารด้วยมือตนเองในชาติก่อน บัดนี้ กลิ่นอายของนางช่างต่างออกไป มันไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือโหยหาความรักอย่างที่เขาเคยดูแคลน แต่มันคือความทะนงตนที่ปะปนด้วยพิษสงที่พร้อมจะแว้งกัดผู้ที่ประมาทได้ทุกเมื่อ “เจ้าเปลี่ยนไปมาก เฟยหรง” เขากล่าวเสียงต่ำ แววตาที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจำกัดความได้ “จากที่เคยเป็นสตรีที่ร้องขอเพียงความเมตตา บัดนี้เจ้ากลับกลายเป็นหมาป่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้ชุดผ้าไหมปักดิ้นทอง ข้าควรจะชื่นชมเจ้า หรือควรจะระวังตัวให้มากกว่าเดิมกันดี?” หลินเฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ นางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงเทียนวูบไหวสะท้อนบนดวงตาดำขลับที่ไร้ก้นบึ้งของนาง “ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ช่างน่าขันนะคะที่ท่านมองเห็น ‘หมาป่า’ ในตัวข้า แต่กลับมองไม่เห็น ‘ซากศพ’ ที่ท่านเองเป็นคนสร้างขึ้น” นางเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานกับเขาอย่างไม่ลดละ “คนเราเมื่อตายไปครั้งหนึ่งแล้ว ความกลัวที่เคยมีก็ย่อมมอดไหม้ไปพร้อมกับเนื้อหนังที่เน่าเปื่อย เหลือทิ้งไว้เพียงบทเรียน... บทเรียนที่ว่า การยอมก้มหัวให้คนทรยศ คือความโง่เขลาที่ข้าจะไม่ยอมทำซ้ำเป็นครั้งที่สอง” คิ้วหนาของอวิ๋นเซียวขมวดเข้าหากัน บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะกดทับลงมาด้วยแรงกดดันมหาศาล มือหนาที่วางอยู่บนเข่ากำแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่เคยคาดคิดว่านางจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาด้วยถ้อยคำที่เปรียบเสมือนคมดาบที่เชือดเฉือนเข้าไปในรอยแผลเป็นที่เขามักจะหลบซ่อนไว้ “เจ้ากำลังบอกว่าข้าทรยศเจ้า?” อวิ๋นเซียวขยับกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเป็นเงาครอบงำร่างของหญิงสาวไว้ แต่หลินเฟยหรงกลับไม่สะทกสะท้าน นางลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่มีอาการสั่นเทา “คำว่าทรยศอาจจะยังเบาไปสำหรับสิ่งที่ท่านทำ หากท่านจะให้ข้านิยาม... การที่ท่านสังหารภรรยาผู้ภักดีเพื่อแลกกับอำนาจที่ท่านคิดว่าจะครองได้โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน มันก็คือ ‘ความเลวทราม’ ที่ไม่อาจล้างออกด้วยเลือดของใครหน้าไหนทั้งนั้น” นางก้าวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางลอยปะทะจมูกเขา มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานเย้ายวน แต่มันเป็นกลิ่นของอันตรายที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าหิมะบนยอดเขาหลงอวี้ อวิ๋นเซียวนิ่งงัน ความรู้สึกโกรธเคืองที่ควรจะปะทุออกมากลับถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขาเห็นเงาของความตายในแววตาคู่นั้น ความมั่นใจที่เขามีมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน นางไม่ใช่หลินเฟยหรงคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก นางคือปีศาจที่ตื่นขึ้นมาจากขุมนรกเพื่อทวงแค้น “หากเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าพูดจาดูหมิ่นเกียรติของแม่ทัพเช่นนี้ไปได้เรื่อยๆ เจ้าก็คงคิดผิด” เขาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกแตกสลาย แต่หลินเฟยหรงกลับยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่ทำให้ใจของเขากระตุกวูบ “ท่านทำได้มากกว่าการบีบข้อมือข้าหรือคะท่านแม่ทัพ? หรือว่าอำนาจของท่านมันหมดลงตั้งแต่วันที่ท่านหักหลังข้าไปแล้ว?” นางกระซิบชิดใบหูของเขา “ลองดูรอบๆ ตัวท่านสิ... กองทัพที่ท่านสั่งการ เพื่อนสนิทที่ท่านเชื่อใจ ใครบ้างล่ะที่ยังอยู่ข้างท่านจริงๆ ในวันที่ความลับของท่านเริ่มรั่วไหลออกมา?” อวิ๋นเซียวชะงัก สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องโถงที่ดูเหมือนจะปลอดภัย แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้า... ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์จำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงของกองกำลังลับที่ควรจะอยู่ภายใต้การบัญชาการของจักรพรรดิ ทว่าทหารกลุ่มนี้กลับหยุดลงหน้าประตูห้องโถงพร้อมกับอาวุธที่ชักออกมาเตรียมพร้อม “แม่ทัพอวิ๋นเซียว!” เสียงทุ้มต่ำของคนผู้หนึ่งดังขึ้นจากความมืดที่หน้าประตู “ได้รับพระราชโองการด่วนให้ควบคุมตัวท่านในข้อหากบฏ... และหลักฐานทั้งหมดนี้ มาจากพระชายาของท่านเอง” อวิ๋นเซียวหันขวับกลับไปมองสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยความโกรธแค้นและตกตะลึง หลินเฟยหรงดึงมือออกจากเขาช้าๆ พลางจัดสาบเสื้อของตัวเองให้เรียบร้อย นางหันมายิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง “อย่าได้แปลกใจเลยค่ะท่านแม่ทัพ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าโหดเหี้ยม “เพราะ ‘บัลลังก์เลือด’ ที่ท่านอยากครอบครอง... ในตอนนี้ ข้าได้จองที่นั่งให้ท่านไว้เรียบร้อยแล้ว ในคุกหลวงที่ไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป” กุหลาบหนามเงินขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%