"เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพื่ออ่านตำราประวัติศาสตร์งั้นรึ?"
น้ำเสียงเย็นเยียบของหลินเฟยหรงก้องกังวานอยู่ในหอตำราหลวงที่เงียบสงัด นางไม่ได้หันไปมองเงามืดที่ทอดตัวอยู่หลังชั้นหนังสือไม้จันทน์หอม แต่รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
"ท่านแม่ทัพ... การที่ท่านลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาลเช่นนี้ หากผู้ใดมาพบเข้า ข้าเกรงว่าชีวิตของท่านที่เพิ่งสร้างมาคงจบสิ้นลงเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นที่เกินพอดีนะคะ"
อวิ๋นเซียวเดินออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทนั้นกลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่จ้องเขม็งมายังนาง เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยไอสังหารแผ่ซ่านจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา
"เจ้าทำลายชีวิตข้าไปตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว เฟยหรง" เขาแค่นเสียงต่ำ น้ำเสียงนั้นสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ "วันนี้เจ้าจะหยิบจับสิ่งใดจากหอตำราแห่งนี้อีก? รายชื่อขุนนางที่รับสินบน? หรือบันทึกบัญชีลับของตระกูลที่หนุนหลังราชสำนักฝ่ายใน?"
หลินเฟยหรงวางม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าในมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางใจเย็น นางปัดฝุ่นละอองบนปลายนิ้วอย่างแช่มช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายที่เคยปลิดชีพนางด้วยดาบเพียงเล่มเดียวในมือ
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ" นางขยับกายเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างสูง "ข้ามาหาหลักฐานที่จะทำให้ 'รากฐาน' ของบัลลังก์ที่ท่านปกป้องอยู่นี้ ผุพังลงไปจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างไรล่ะคะ"
มือเรียวงามเอื้อมไปเปิดกล่องไม้สลักลายมังกรที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือลับ สื่อถึงเอกสารตราประทับของฝ่ายอำนาจเก่าที่ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา อวิ๋นเซียวชะงักไป เขารู้ดีว่าหากเอกสารชุดนี้รั่วไหลไปถึงมือผู้ที่จ้องจะทำลายล้างบัลลังก์ สงครามกลางเมืองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะประทุขึ้นทันที
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ" อวิ๋นเซียวคว้าข้อมือนางไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แต่มันคือการเตือนสติ "ถ้าเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะกลายเป็นศัตรูของทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่ข้า"
หลินเฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางไม่สะทกสะท้านกับแรงบีบที่ข้อมือแม้แต่น้อย สายตาที่นางมองเขามีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
"ศัตรูของแผ่นดินงั้นหรือ? ท่านแม่ทัพที่เคารพ ในชาติก่อนข้าคือจักรพรรดินีที่รักแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิต แต่สิ่งที่ข้าได้รับคืออะไร? ความตายที่แสนอนาถภายใต้เท้าของบุรุษที่ข้าเคยเชื่อใจ... ตั้งแต่วันที่ข้าฟื้นขึ้นมา ความรักหรือความภักดีต่อแผ่นดินนี้ไม่มีความหมายสำหรับข้าอีกต่อไป"
นางกระชากข้อมือกลับอย่างแรง ก่อนจะยื่นม้วนกระดาษที่บรรจุความลับอันน่าสะพรึงกลัวนั้นให้เขาเห็นต่อหน้า "นี่คือรายชื่อสายลับที่ส่งผ่านข้อมูลจากในวังไปให้ศัตรูทางเหนือ... ซึ่งหนึ่งในนั้น มีตราประทับของ 'คนใกล้ตัว' ท่านอยู่ด้วย ไม่ใช่หรือคะ?"
อวิ๋นเซียวเบิกตากว้าง เมื่อไล่สายตาผ่านตัวอักษรเหล่านั้น เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ ตราประทับสีชาดที่มุมกระดาษคือตราประจำตระกูลของมารดาเขา... ความจริงที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกสตรีที่เขาทั้งเกลียดทั้งโหยหาขุดขึ้นมาประจานต่อหน้า
"เจ้า..."
"ตกใจหรือคะ?" หลินเฟยหรงขยับยิ้มหวานหยด แต่ในแววตากลับไร้ซึ่งความเมตตา "ยังไม่จบเพียงแค่นี้หรอกนะ... ใต้พื้นหอตำราแห่งนี้ ยังมีของขวัญอีกชิ้นที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่าน เพื่อที่จะดูว่า 'สุนัขรับใช้' อย่างท่าน จะเลือกปกป้องบัลลังก์ที่จอมปลอม หรือปกป้องเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตระกูลตนเอง"
ในขณะที่อวิ๋นเซียวกำลังจะเอ่ยถาม เสียงฝีเท้าขององครักษ์นับสิบชีวิตก็ดังขึ้นจากทางเดินภายนอก แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างผ่านช่องประตูเข้ามา ทำให้เห็นเงาร่างคนกลุ่มใหญ่ล้อมหอตำราไว้แน่นหนา
อวิ๋นเซียวคว้าตัวนางเข้ามากอดไว้แนบอกพลางเบี่ยงตัวหลบเข้ามุมมืด ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อประตูหอตำราถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงคำรามที่คุ้นเคยของจักรพรรดิผู้ครองบัลลังก์
"ค้นให้ทั่ว! ใครก็ตามที่บังอาจเข้ามาเหยียบหอตำราในยามวิกาล... จงตัดหัวมันเสีย!"
หลินเฟยหรงในอ้อมกอดของอวิ๋นเซียวไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว นางเพียงแค่กระซิบข้างหูชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ท้าทายโชคชะตา "ดูเหมือนว่าแผนลับของเรา จะถูก 'คนใน' สังเกตเห็นเร็วกว่าที่คิดนะคะ ท่านแม่ทัพ... ทีนี้ ท่านจะเลือกปล่อยมือข้า แล้วรับโทษในฐานะกบฏ หรือจะยอมทำตามเกมของข้าเพื่อเอาตัวรอดไปพร้อมกัน?"
อวิ๋นเซียวมองใบหน้าหญิงสาวในความมืด เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกผิดและเสน่ห์อันร้ายกาจของนางบีบคั้นให้เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาโน้มตัวลงกระซิบตอบที่ข้างหูของนางอย่างแนบชิดว่า "ข้าจะทำตามใจเจ้า... แต่เมื่อถึงเวลาที่ความลับนี้ทำลายทุกอย่างลง ข้าจะเป็นคนสุดท้ายที่ดับลมหายใจเจ้าเอง"
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ขยับกาย เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็หยุดลงหน้าชั้นหนังสือที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ และน้ำเสียงที่เอ่ยทักขึ้นมาทำเอาทั้งคู่ต้องชะงักงัน
"ข้าไม่คิดเลยว่า... ท่านแม่ทัพผู้จงรักภักดี จะแอบมาพบ 'สตรีม่าย' ของอดีตฮ่องเต้ในที่ลับตาคนเช่นนี้!"
กุหลาบหนามเงินขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความลับอันดำมืดและเส้นทางสายเลือดนี้ไปพร้อมกับหลินเฟยหรงนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 19
แผนลับในหอตำรา
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!