บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 42

แผนการในตลาดมืด

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นอายอับชื้นของกลิ่นอับและคราบเลือดเก่าแก่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล ตลาดมืดใต้ดินแห่งเขตปกครองบูรพาไม่ใช่สถานที่ที่คนชนชั้นสูงจะย่างกรายเข้ามา หากแต่สำหรับหลินเฟยหรงแล้ว สถานที่แห่งนี้คือกระดานหมากรุกชั้นดีที่นางใช้ชักใยผู้คนให้เต้นตามจังหวะที่นางกำหนด ผ้าคลุมศีรษะสีดำสนิทถูกดึงลงมาต่ำเพื่อบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายคมกริบท่ามกลางความสลัวของตะเกียงน้ำมันหอมระเหยราคาถูก นางกวาดสายตามองเหล่าพ่อค้าของเถื่อน ขุนนางตกอับ และมือสังหารที่เร้นกายอยู่ในมุมมืด ก่อนจะก้าวเท้าอย่างมั่นคงไปยังห้องรับรองส่วนตัวด้านในสุด "เจ้ามาช้าไปสามเค่อ แม่นางเฟยหรง" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมอับของห้อง ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพอวิ๋นเซียวปรากฏขึ้นภายใต้เงาสลัว เขาสวมชุดลำลองสีเข้มไร้ซึ่งเครื่องยศทหาร ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับยังคงความน่าเกรงขามและดุดันดังเช่นเคย ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่นางราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อ หลินเฟยหรงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่กลับงดงามจนน่าหลงใหล นางถอดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่เรียบเฉยไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างถือดี "ความลับระดับคอขาดบาดตายย่อมต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความเรียบร้อย ท่านแม่ทัพอวิ๋น... หรือท่านคิดว่าข้าควรจะเดินตัวเปล่าเข้าไปในกองไฟโดยไม่เตรียมหนทางหนีทีไล่เล่า?" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ อวิ๋นเซียวแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะไม้ตัวกลางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและอันตรายแผ่ซ่านจนทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง เขายื่นมือหนาลงมาค้ำกับขอบโต๊ะโน้มตัวลงไปหาหญิงสาว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานางราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากความเย็นชานั้น "บัลลังก์นี้น่ะ... ไม่ได้เป็นของพวกเจ้ามาตั้งแต่ต้นแล้วนะแม่หนูน้อย" อวิ๋นเซียวทวนคำพูดที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำลง "เจ้ากำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินกว่าผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหว หลินเฟยหรง... บอกข้ามา ว่าเจ้าต้องการอะไรแลกกับบัญชีลับของพวกขุนนางกบฏนั่น" เฟยหรงไม่สะทกสะท้านต่องาสิงโตที่กำลังขู่คำราม นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ปลายจมูกของคนทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ประทุขึ้นจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมาในความมืด "ท่านคิดว่าข้าต้องการอำนาจงั้นหรือ? หรือท่านคิดว่าข้าทำเพื่อความแค้นส่วนตัว?" เฟยหรงเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่ม "ท่านเข้าใจผิดแล้ว แม่ทัพอวิ๋น สิ่งที่ข้าต้องการ... คือการทำลายกระดานหมากรุกเน่าเฟะนี่ทิ้งเสีย แล้วสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง และบัญชีลับในมือท่าน ก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่จะทำให้ข้าเดินไปถึงจุดนั้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น" อวิ๋นเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาพิจารณาร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางไม่ใช่สนับมือที่อ่อนแอในวังหลังอีกต่อไปแล้ว แววตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ความทะเยอทะยาน และความโหดเหี้ยมที่แม้แต่บุรุษชาตินักรบอย่างเขายังต้องยอมรับนับถือลึกๆ ในชาติก่อน... เขาคือผู้ที่ปลิดชีวีตนางตามราชโองการอันมืดบอด แต่วันนี้ เขากลับต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ยอมจำนนต่อข้อเสนอของนางอย่างไร้ทาง "เจ้ามันปีศาจชัดๆ" อวิ๋นเซียวเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มหยันในโชคชะตา ทว่าแววตาที่มองนางกลับไม่มีรังสีสังหารหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหลงใหลระคนหวาดหวั่นที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ "ถ้าข้าเป็นปีศาจ ท่านก็คงเป็นยมบาลที่ตกหลุมพรางของข้าเข้าแล้วกระมังคะ ท่านแม่ทัพ" เฟยหรงกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเลื่อนม้วนกระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเขา "นี่คือรายชื่อสายลับที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพพยัคฆ์บูรพาของท่าน แลกกับตราประทับลับที่ท่านใช้สั่งการกองกำลังนอกเมือง... ตกลงตามนี้หรือไม่?" อวิ๋นเซียวจ้องมองม้วนกระดาษสลับกับใบงดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าของนาง เขารู้ดีว่าหากเซ็นสัญญากลายๆ นี้ ชีวิตและอำนาจของเขาจะผูกติดอยู่กับสตรีตรงหน้าไปชั่วชีวิต แต่ทว่า... หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนายื่นออกไปหยิบตราประทับหยกประจำตัวขึ้นมาวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป "เจ้าชนะแล้ว หลินเฟยหรง... ข้าจะร่วมมือกับเจ้า" ทว่า ในขณะที่ปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวกำลังจะเอื้อมไปแตะโดนตราประทับหยกนั้นเอง เสียงฝีเท้ารelentless และเสียงเหล็กกระทบกันนับร้อยคู่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกประตูห้องรับรอง ประตูไม้บานหนาถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง คบเพลิงนับสิบดวงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เสื้อแพรในชุดเกราะเต็มยศที่กรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในพริบตา "บัง องครักษ์หลวงมาเยือนถึงตลาดมืด... ดูท่าว่าข่าวของเราจะรั่วไหลเร็วกว่าที่คิดสินะคะ" อวิ๋นเซียวขบกรามแน่น ดาบยาวข้างกายถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะฟาดฟันฝ่าวงล้อม ทว่า หลินเฟยหรงกลับไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้ายจากกลุ่มองครักษ์เหล่านั้น รอยยิ้มบนริมฝีปากของนางเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกที่สะท้อนภาพของบุคคลที่นางไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%