กลิ่นอายความอับชื้นของคุกใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความเงียบงันจนน่าอึดอัด ทว่าบรรยากาศภายในห้องสอบสวนกลับไม่ได้ระอุด้วยความตึงเครียดของฝ่ายผู้กล่าวหา หากแต่ถูกแช่แข็งไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากของหลินเฟยหรง นางไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อยยามที่ร่างสูงใหญ่ของกลุ่มองครักษ์แหวกทางออก สายตาคู่คมกริบดุจใบมีดน้ำแข็งของนางจับจ้องไปยังร่างของบุรุษผู้เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่—หานหลี่ สหายสนิทผู้เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่มากับแม่ทัพอวิ๋นเซียว และเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของแผนการชั่วร้ายที่กำลังดำเนินอยู่
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงหัวเราะในลำคอของหลินเฟยหรงจะดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกชาไปตามสันหลัง
"ช่างบังเอิญเสียจริง..." น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ข้ากำลังสงสัยอยู่พอดีว่า เอกสารลับทางราชการของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬหลุดรอดไปถึงมือศัตรูได้อย่างไร... ที่แท้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหนอนบ่อนไส้ตัวใหญ่ ก็คือมือขวาคนสนิทของท่านแม่ทัพอวิ๋นเซียวเองนี่เอง"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่หานหลี่ราวกับลูกศรอาบยาพิษ บรรดาทหารและองครักษ์ที่ยืนรายล้อมต่างพากันสูดปากด้วยความตกใจ หานหลี่หน้าถอดสีในทันที เขารีบก้าวเท้าเข้ามาข้างหน้าพร้อมกับตวาดเสียงกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในแววตา
"เหลวไหล! หลินเฟยหรง เจ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีข้า! หลักฐานมัดตัวเจ้าแน่นหนาถึงเพียงนี้ ทั้งตราประทับ ทั้งพยานบุคคล ยังกล้าดึงดันโยนความผิดให้ผู้อื่นอีกหรือ!"
"ใส่ร้ายหรือเพคะ?" เฟยหรงทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคโถ1เลือนหาย แทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ทรงพลังอำนาจจนหานหลี่เผลอผถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ข้อมือจะถูกล่ามด้วยตรวนเหล็กหนาหนัก แต่นางกลับดูสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองฝูงกา
นางก้าวเข้าไปใกล้กรงขัง ทอดสายงามมองบุรุษผู้ตื่นตระหนกเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสมเพช "หานหลี่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าแผนการตื้นเขินที่ใช้ลายมือปลอมๆ กับพยานปากเอกที่ถูกซื้อตัวด้วยตั๋วเงินจากโรงรับจำนำตระกูลจ้าว จะสามารถปิดบังสายตาของคนอย่างข้าได้? ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของพวกเจ้าในครานี้... คือการส่งคนสนิทที่เจ้าไว้ใจที่สุด มาคอยจับตาดูข้าในระยะกระชั้นชิดเกินไป จนทำให้ข้าเห็นรอยเปื้อนหมึกชาดชนิดพิเศษ ที่มีเพียงคลังอาصัยในกองทัพของเจ้าเท่านั้นที่ใช้"
เพล้ง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ หานหลี่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาคิดว่ารอบคอบที่สุด กลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกสตรีตรงหน้านำมาถักทอเป็นตาข่ายดักรub
ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิทของแม่ทัพอวิ๋นเซียวก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังหานหลี่ บรรยากาศรอบตัวของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมเกรียมที่สุดในแคว้นแผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ดวงตาคมกราบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองระหว่างหานหลี่และหลินเฟยหรงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
อวิ๋นเซียวขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนสัน นัยน์ตาเข้มดارลึกทอดมองสตรีผู้ที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เขลาในอ้อมแขนของความแค้น หลินเฟยหรงในยามนี้ช่างแตกต่างจากชาติก่อนราวฟ้ากับเหว นางไม่ได้ร้องขอความเมตตา ไม่ได้หลั่งน้ำตาตัดพ้อ แต่นางกำลังใช้สติปัญญาและเกมจิตวิทยาต้อนศัตรูให้จนมุมด้วยมือเปล่า
"ท่านแม่ทัพ!" หานหลี่รีบทรุดตัวคุกเข่าลงเบื้องเท้าอวิ๋นเซียว น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว "นาง... นางกำลังพูดจาเหลวไหลเพื่อเอาตัวรอด โปรดอย่าได้หลงเชื่อคำพูดของปีศาจสารเลวผู้นี้!"
อวิ๋นเซียวไม่ได้ก้มลงมองสหายสนิททันที สายตาของเขายังคงตรึงอยู่บนใบหน้าของหลินเฟยหรง รอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากของนางกำลังท้าทายอำนาจของเขาอย่างเปิดเผย ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นในอกของแม่ทัพหนุ่ม—ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อความเฉลียวฉลาดที่เฉียบคมจนน่ากลัวของนาง และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะสยบสตรีผู้นี้ไว้ใต้ร่างของเขาด้วยความเร่าร้อน
"หานหลี่..." เสียงทุ้มต่ำดุดันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ดังลอดไรฟันของอวิ๋นเซียว "เจ้าบอกว่านางใส่ร้าย... แต่เหตุใด เหรียญตราประจำตัวของกองร้อยพยัคฆ์ทมิฬที่เจ้าทำตกไว้ในห้องพักของนางเมื่อคืนก่อน จึงไปอยู่ในมือของนางได้เล่า?"
คำถามนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนศีรษะของหานหลี่จนสติหลุดกระเจิง เขาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหลินเฟยหรงด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด ขณะที่เฟยหรงเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางค่อยๆ แบมือออก เผยให้เห็นเหรียญทองแดงสลักลายพยัคฆ์ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดจางๆ วางอยู่บนฝ่ามือเรียว
ความจริงถูกเปิดเผย ความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เป็นเพียงแค่รอยร้าว แต่มันคือรอยแยกขนาดใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินพวกมันทั้งหมดลงสู่หลุมฝังศพที่ขุดขึ้นมาเอง
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของหลินเฟยหรงนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยชีวิตก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอกคุกใต้ดิน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์หน้าประตู
ประตูกรงเหล็กบานใหญ่ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่งตำหนักใน พร้อมด้วยราชโองการสีทองอร่ามที่สั่นเทาในมือ และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างขององค์ชายสามผู้ปองร้ายนางมาตลอดก็ก้าวตามเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พลเอ่ยประกาศก้องด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหู
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! หลินเฟยหรงมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ สั่งให้ประหารชีวิตทันที... ส่วนแม่ทัพอวิ๋นเซียว ขัดขวางราชการ ปลดจากตำแหน่งและคุมขังรอการไต่สวน!"
กุหลาบหนามเงินขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 43
ความผิดพลาดของศัตรู
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!