เสียงโซ่ตรวนเหล็กกล้ากระทบพื้นหินอับชื้น ดังสะท้อนก้องกังวานในคุกหลวงชั้นใต้ดิน เป็นดั่งเสียงดนตรีแห่งความพินาศที่หลินเฟยหรงรอคอยมาตลอดชีวิต
กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศมืดสลัว แสงจากคบเพลิงบนผนังวับแวมราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังจ้องมองความตกต่ำของเหยื่อ นางก้าวเดินผ่านประตูเหล็กหนาเข้ามาด้วยชุดกระโปรงผ้าไหมสีดำสนิทปักลายดอกกุหลาบสีเลือด ชายกระโปรงลากผ่านพื้นหินอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดดันให้ผู้คุมเฝหายใจไม่ทั่วท้อง
เบื้องหลังกรงขังเหล็กที่หนาเตอะ ร่างของบุรุษผู้เคยยิ่งใหญ่เหนือผู้คนนับแสนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนฟางเก่าๆ
อวิ๋นเซียว... แม่ทัพผู้เคยใช้ดาบเล่มเดียวกันนี้ปลิดชีวีตนางอย่างไร้ความปรานีในชาติก่อน บัดนี้ อาภรณ์สีขาวนวลเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดแห้งกรัง เรือนผมสีดำสนิทที่เคยรวบตึงอย่างสง่างามหลุดลุ่ยตกลงมาเคลียคลอโครงหน้าคมคาย ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา คู่นั้นยังคงเปล่งประกายความดุดันดั่งพญาอินทรีบาดเจ็บยามที่เงยขึ้นสบตานาง
“เจ้ามาทำไม หลินเฟยหรง”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทว่ายังคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ข้อมือและข้อเท้าจะถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนหนักอึ้ง เขาก้าวเข้ามาใกล้ซี่กรงเหล็ก ดวงตาคมกริบกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งความเคียดแค้น ความผิดหวัง และ... ความรู้สึกผิดที่ถูกฝังกลบไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ
หลินเฟยหรงหยุดฝีเท้าลงห่างจากซี่กรงเพียงก้าวเดียว มุมปากอิ่มระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางยื่นมือเรียวขาวราวหยกออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ซี่กรงเหล็กเย็นเฉียบ
“หม่อมฉันมารับฟัง... เสียงร่ำไห้ของท่านอย่างไรล่ะเพคะ ใต้เท้าอวิ๋น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่าบาดลึกถึงกระดูก “ท่านคงไม่คิดว่า พระราชโองการฉบับนั้นจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรอคะ?”
อวิ๋นเซียวแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาตนเอง เขายื่นมือหนาออกมาคว้าซี่กรงเหล็กไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมกริมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ราวกับต้องการค้นหาเศษเสี้ยวของหญิงสาวอ่อนต่อโลกที่เขาเคยรู้จัก
“เจ้าเปลี่ยนไปมาก... เฟยหรง ความแค้นมันกัดกินวิญญาณเจ้าจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์แล้วหรือไร?” เขาเค้นเสียงถาม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับความเย็นเยือกของบรรยากาศ
“ความเป็นมนุษย์?” หลินเฟยหรงทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากสีชาด นางก้าวเข้าไปประชิดซี่กรงมากขึ้น จนกลิ่นกายหอมละมุนของดอกไม้ปะปนกับกลิ่นอายความตาย “แล้วตอนที่ท่านสั่งประหารตระกูลหลินของหม่อมฉันอย่างไร้ความปรานี ท่านเคยถามหาความเป็นมนุษย์จากตัวท่านเองบ้างไหมคะ?”
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า อวิ๋นเซียวชะงักงัน ร่างกายกำยำสั่นสะท้านเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด—ภาพของหญิงสาวที่เขารักและชิงชังในคราเดียวกัน ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด และดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดก่อนสิ้นใจ... มันคือตราบาปที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดการตื่นขึ้นในชาตินี้
“วันนั้น... ข้าไม่มีทางเลือก” เสียงของเขาเบาหวิว ราวกับกำลังพยายามแก้ตัวกับความผิดที่ไม่อาจให้อภัย
“ไม่มีทางเลือก?” หลินเฟยหรงทวนเสียงสูง นัยน์ตาสีดำสนิทวับวามด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง “คนเรามักใช้คำว่า ‘ไม่มีทางเลือก’ เพื่อข้ออ้างในการทำลายผู้อื่นเสมอสินะคะ! แต่วันนี้... ท่านลองบอกหม่อมฉันสิคะว่าใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่ มีทางเลือกอะไรเหลืออยู่บ้างในคุกมืดแห่งนี้?”
นางเอื้อมมือผ่านซี่กรงเหล็กออกไป ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสเข้าที่กรอบหน้าคมคายของเขาอย่างแผ่วเบา อวิ๋นเซียวสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เขากลับไม่ได้ถอยหนี กลับปล่อยให้นางสัมผัส ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านแนวสันจาค คางได้รูป และหยุดอยู่ที่รอยแผลเป็นจางๆ บนแก้มสาก
หัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกระหน่ำรัวราวมันจะหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางตัดกับความหน็บหนาวของสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง เขารู้ดีว่านางมาเพื่อเหยียบย่ำเขาให้จมดิน เขารู้ดีว่านางต้องการเห็นเขาคุกเข่าอ้อนวอน แต่อารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอกตอนนี้กลับไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว... มันคือความโหยหา และความเจ็บปวดที่แทบแหลกสลาย
“ฆ่าข้าสิ...” อวิ๋นเซียวหลับตาลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรม “ถ้าการตายของข้า... สามารถดับไฟแค้นในใจเจ้าได้ ลงมือเลย หลินเฟยหรง”
หลินเฟยหรงชะงักไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่สัมผัสแก้มสากหยุดนิ่ง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าเชื่อ นางมองใบหน้าของบุรุษที่เคยเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิต ความตายงั้นหรือ? มันง่ายเกินไปสำหรับเขา การตายไม่ได้ทำให้คนสำนึกผิด แต่มันคือการหลุดพ้นต่างหากล่ะ
“ฆ่าท่าน? หึ...” หลินเฟยหรงดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับสัมผัสถูกสิ่งของร้อนผ่าว นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มเยาะหยันกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง “มันง่ายเกินไปค่ะ ใต้เท้าอวิ๋น ความตายไม่ใช่การลงทัณฑ์สำหรับคนบาปอย่างท่าน... แต่มันคือการพักผ่อน”
นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากวาดมองสภาพอันน่าสมเพชของเขาด้วยความเหยียดหยัน
“หม่อมฉันจะให้ท่านมีชีวิตอยู่... อยู่เพื่อมองดูความสำเร็จของหม่อมฉัน อยู่เพื่อเห็นราชสำนักนี้ตกอยู่ในกำมือของสตรีที่ท่านเคยเหยียบย่ำ และอยู่เพื่อทรมานกับความสำนึกผิดไปจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง!”
คำประกาศกร้าวราศีก้องกังวานไปทั่วห้องขังอับชื้น อวิ๋นเซียวลืมตาขึ้นมองนาง แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความรัก ความเจ็บปวด และความยอมจำนนอย่างราบคาบ บุรุษผู้ไม่เคยคุกเข่าให้ผู้ใด บัดนี้กลับยอมสยบแทบเท้าของนาง แม้ร่างกายจะยังยืนหยัดอยู่ก็ตาม
“ต่อให้เจ้าจะทรมานข้าด้วยวิธีใด...” อวิ๋นเซียวเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจับจ้องนางไม่วางตา “หัวใจดวงนี้... ก็เป็นของเจ้าไปแล้ว หลินเฟยหรง แม้กระทั่งวิญญาณของข้า... ก็ถูกเจ้าพรากไปตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว”
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง หลินเฟยหรงรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพยายามแทรกซึมเข้ามาในกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้น แต่นางรีบสะบัดหน้าหนี ข่มความไหววูบในใจไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
“คำหวานพวกนั้น... เก็บไว้ใช้กับยมบาลเถอะค่ะ” นางกล่าวเสียงเรียบ หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากคุกมืดแห่งนี้
ทว่า... ในวินาทีที่นางหมุนตัวกลับและก้าวเท้าได้เพียงก้าวเดียว เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
“ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง... พระชายาผู้สูงส่ง”
หลินเฟยหรงชะงักกุนทรุด ร่างบางหยุดฝีเท้าทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจยามเมื่อเงาของบุคคลปริศนาค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงคบเพลิง... และใบหน้านั้น ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบลงในพริบตา!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 44
หยดน้ำตาแห่งความแค้น
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!