บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 45

เมื่ออวิ๋นเซียวต้องเลือก

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กของคบเพลิงที่ลุกโชน แสงสีส้มแดงสาดส่องกระทบใบหน้าของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า—หลี่หยาง ผู้เป็นทั้งสหายร่วมรบและเงาพิฆาตที่อวิ๋นเซียวไว้ใจที่สุด ดวงตากลมโตของหลินเฟยหรงไหวระริกเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนที่ม่านตาจะหรี่แคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง ความหวาดกลัวในชาติภพก่อนที่เคยฝังรากลึก ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ นางไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม ร่างบางกลับก้าวเข้าไปหาเงาปริศนานั้นครึ่งก้าว ราวกับจะท้าทายพญายมที่ยืนขวางทาง "เจ้าเลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้สินะ... หลี่หยาง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกบีบเค้นลำคอ หลี่หยางแค่นยิ้มหยัน แววตาคมกริบเหลือบมองไปยังร่างสูงของแม่ทัพอวิ๋นเซียวที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ฮูหยินหลิน... ท่านฉลาดเกินไปจนน่ากลัว แต่น่าเสียดาย ความฉลาดมักมีอายุสั้น ท่านคิดจริงๆ หรือว่าใต้เท้าอวิ๋นจะปล่อยให้ท่านเดินออกจากคุกใต้ดินแห่งนี้ทั้งที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา?" อวิ๋นเซียวขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด เลือดในกายของเขาเดือดพล่านด้วยความอึดอัดที่สั่งสมมาหลายวัน ดวงตาคมปลาบดุดันคู่นั้นกวาดมองระหว่างสตรีที่กุมหัวใจเขาไว้ กับรองแม่ทัพผู้ร่วมเป็นร่วมตายมานับทศวรรษ "ถอยไป, หลี่หยาง" อวิ๋นเซียวเอאด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และกดดันจนบรรยากาศรอบข้างแทบหยุดนิ่ง "นี่ไม่ใช่คำสั่ง... แต่เป็นประกาศิตข้า" "ใต้เท้า!" หลี่หยางตะโกนแทรกขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความผิดหวังและเดือดดาล "ท่านลืมแล้วหรือว่าตระกูลอวิ๋นของเราต้องสูญเสียอะไรไปบ้างเพราะสตรีผู้นี้! นางไม่ใช่ฮูหยินผู้เพียบพร้อม แต่นางคือปีศาจที่สวมรอยมาทำลายพวกเรา! หากท่านยังดึงดันจะปกป้องนาง เกรงว่าราชสำนักและองค์รัชทายาทคงไม่ปล่อยตระกูลอวิ๋นไว้แน่!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเปลวไฟที่ปะทุกรอบแกลบแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกของทุกคน หลินเฟยหรงไม่ได้ร้อนรน นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงปัดฝุ่นละอองบนชายเสื้ออย่างใจเย็น ราวกับสถานการณ์เป็นตายร้ายดีตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันในยามบ่าย "เจ้าพูดถูกครึ่งหนึ่งนะ... หลี่หยาง" เฟยหรงกล่าวขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ข้าคือปีศาจ... แต่เป็นปีศาจที่ถือครองเส้นทางรอดเดียวของตระกูลอวิ๋นต่างหาก" นางหันขวับไปสบตากับอวิ๋นเซียวโดยตรง ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายขั้นสุดยอด ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความเย่อหยิ่งที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าตัวเขาเสียด้วยซ้ำ "ท่านแม่ทัพอวิ๋น..." นางเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "วันนี้... ในสถานการณ์นี้ ท่านจะเลือกสิ่งใด? จะเลือกสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีแต่ไร้สมองอย่างเขา เพื่อกอดเกียรติtheยศจอมปลอมที่กำลังจะพังทลายลง หรือจะเลือกเดินตามเกมของข้า... แล้วพาตระกูลอวิ๋นขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องอีกต่อไป?" อวิ๋นเซียวรู้สึกราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่กลางอก ความกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่จนหายใจแทบไม่ออก สายตาของเขาสลับมองระหว่างหลี่หยางที่จ้องมองด้วยความคาดหวัง กับหลินเฟยหรงที่ยืนรอคอยคำพิพากษาด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า มือหนาที่กำด้ามกระบี่ข้างกายสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนที่เขาเคยสูญเสียนางไปซ้อนทับกับภาพในปัจจุบัน ความกลัวที่จะต้องพ่ายแพ้และสูญเสียสตรีชาติดีผู้นี้ไปอีกครั้ง กัดกินขั้วหัวใจจนเจ็บปวด "ใต้เท้า... ท่านอย่าได้หลงกลคำลวงของนาง!" หลี่หยางร้องเตือนเสียงดัง พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบพาดผ่านใบหน้าเคร่งเครียด "หากท่านไม่ลงมือ... ข้าจะเป็นคนจัดการนางเอง!" *ช้ง!* เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว อวิ๋นเซียวพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างหลี่หยางและหลินเฟยหรงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่ของเขาจ่อตรงเข้าที่ลำคอของรองแม่ทัพคนสนิททันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่แท้จริง "ใครอนุญาตให้เจ้าชักดาบต่อหน้าฮูหยินของข้า... หลี่หยาง?" เสียงของอวิ๋นเซียวเย็นเยียบจนถึงกระดูกดำ หลี่หยางเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ มองหน้าผู้เป็นนายด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น "ท่าน... ท่านเลือกนางจริงๆ หรือ? ท่านยอมทรยศพี่น้อง ยอมทรยศแผ่นดิน เพื่อสตรีเพียงคนเดียวเนี่ยนะ!" อวิ๋นเซียวไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงกดปลายกระบี่นิ่ง ทว่าหางตากลับเหลือบมองหลินเฟยหรงที่ยังคงยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้ซึ้งอย่างแจ่มชัดว่า... เขาสิ้นสุดทางถอยแล้วจริงๆ นิ้วเรียวของหลินเฟยหรงยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่คมกระบี่ของอวิ๋นเซียว นางขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมกรุ่นลอยแตะจมูกเขา กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาท "ตัดสินใจได้ดีนี่คะ... ท่านสามี" ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางของนาง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากทางเข้าคุกใต้ดิน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของอวิ๋นเซียวและเฟยหรงต้องเย็นเฉียบลงพร้อมกัน "ราชโองการจากฮ่องเต้! จับกุมแม่ทัพอวิ๋นเซียวและฮูหยินหลิน ข้อหากบฏร่วมมือกับแคว้นศัตรู!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กุหลาบหนามเงิน
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%