กลิ่นคาวสนิมเหล็กยังไม่จางหายไปจากปลายจมูก ทว่ากลิ่นหอมหวานของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ กลับลอยอวลกลบเกลื่อนบรรยากาศในห้องทรงอักษรส่วนตัวเสียจนน่าสะอิดสะเอียน หลินเฟยหรงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงบุด้วยหนังเสือดาว ดวงตาดอกท้อหางหงส์หรี่มองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือ นิ่งเงียบราวกับรูปปั้นสลักจากหินหยกขาวที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
"เจ้ามั่นใจแล้วหรือ... อาชิง"
เสียงหวานใสที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้ดังนัก แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ได้ยิน หลินเฟยหรงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา นางเพียงแต่หมุนแหวนหยกมันหมูบนนิ้วชี้เล่นช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง
ร่างของหญิงรับใช้คนสนิทที่คอยติดตามนางมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเพียงสนับมือไร้ค่าในตำหนักเย็น สะดุ้งเฮือก อาชิงทรุดตัวลงคุกเข่าแนบพื้นศิลาเย็นเฉียบ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับลูกนกตกในพายุฝน แต่นางยังคงกัดริมฝีปากแน่น ฝืนเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นนายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
"บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่นายท่านกล่าวค่ะ" อาชิงฝืนเค้นเสียงตอบ ประโยคที่เคยราบรื่นในยามปกติบัดนี้กลับติดขัดจนน่าสมเพช
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?"
หลินเฟยหรงหัวسเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่กลับเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี นางวางถ้วยแชลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดัง *กริ๊ก*
ทันใดนั้น ประตูห้องทรงอักษรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง กลิ่นไอสงครามและคราบเลือดแห้งกรังบนเกราะเหล็กบ่งบอกว่าแม่ทัพอวิ๋นเซียวเพิ่งกลับมาจากค่ายกลภายนอก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาพุ่งตรงมาที่หญิงรับใช้ที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นทันที รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอาชิงแทบจะหมดสติ
"คนสนิทที่เจ้าไว้ใจนัก... สุดท้ายก็เป็นแค่งูพิษที่เลี้ยงไม่โต" อวิ๋นเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำดุดัน เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างหลินเฟยหรง ปลายสายตากวาดมองอาชิงด้วยความเหยียดหยาม
อาชิงหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายไปจนหมดสิ้น นางหันกลับมามองหลินเฟยหรงที่ยังคงนั่งนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สา ก่อนที่ความหวาดกลัวจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมาเนิ่นนาน
"ฮ่าๆๆ... นายท่านช่างฉลาดปราดเปรื่องสมกับเป็นอดีตราชินีผู้เหี้ยมโหดจริงๆ เพคะ" อาชิงหัวเราะลั่นออกมา เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหูทำลายความเงียบงันภายในห้อง "ใช่! บ่าวเป็นคนส่งข่าวลับให้ทางตระกูลหลี่ เป็นบ่าวเองที่คอยบอกความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของท่าน!"
หลินเฟยหรงยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทางสีหน้า นางเพียงแค่เอียงคอมองสุนัขรับใช้ที่ตนเคยชุบเลี้ยงมาด้วยมือตนเองด้วยแววตาว่างเปล่า
"เหตุผลเล่า?" หลินเฟยหรงเอ่ยถามเบาๆ "ข้าให้เจ้ากินดีอยู่ดี ให้เกียรติเจ้าเหนือกว่าบ่าวไพร่ทั่วไป เหตุใดเจ้าจึงเลือกขายวิญญาณให้ตระกูลหลี่ ศัตรูที่เคยเหยียบย่ำเจ้าและครอบครัวจนจมดิน?"
"ท่านให้เกียรติข้า? ท่านเคยเห็นข้าเป็นคนจริงๆ บ้างไหม!" อาชิงกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาสายหนึ่งไหลอาบแก้ม "ในสายตาของท่าน ข้าก็เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่ง เป็นเงาที่คอยรับความตายแทนท่าน! ท่านไม่เคยรู้เลยว่า... พี่ชายของข้าต้องตายในคุกหลวงเพราะแผนการสกปรกของท่านเมื่อสามปีก่อน! ข้าต้องทนกราบไหว้ฆาตกรที่ฆ่าคนในครอบครัวตัวเองทุกวัน ท่านรู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน!"
ความจริงที่ถูกเปิดเผยไม่ได้ทำให้หลินเฟยหรงสะเทือนใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ถอนหายใจยาวนานราวกับเหนื่อยหน่ายเต็มที มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบรสชาติขมฝาดอีกครั้งอย่างใจเย็น
"คนโง่มักหาข้ออ้างให้ความโลภและความขลาดเขลาของตนเองเสมอ" หลินเฟยหรงกล่าวเรียบๆ "เจ้าคิดว่าความแค้นของเจ้าจะทำให้ตระกูลหลี่ปล่อยให้เจ้ารอดชีวิตไปเสวยสุขอย่างนั้นหรือ? อาชิง... เจ้าช่างไร้เดียงสายิ่งกว่าเด็กแบเบาะเสียอีก"
อาชิงชะงักงัน รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจากผู้เป็นนาย หัวใจของนางก็หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ทันใดนั้น ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายก็แล่นริ้วขึ้นมา อาชิงก้มลงมองที่หน้าอกตนเองด้วยความตื่นตระหนก
ปลายกระบี่สีเงินวาววับโผล่พ้นทะลุผ่านเสื้อผ้าและแผ่นหลังออกมา หยดเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อผ้าเนื้อดีจนกลายเป็นสีคล้ำ
อาชิงกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงแนบพื้น หันไปมองบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังนางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
"เจ้า... เจ้า... ลั่วเฉิน..."
เงาร่างขององครักษ์หนุ่มผู้เงียบขรึมและจงรักภักดีที่สุด ถอนกระบี่ออกจากร่างของอาชิงอย่างไร้ความปรานี ลั่วเฉินเช็ดคราบเลือดออกจากคมกระบี่ด้วยผ้าผืนเล็กอย่างเลือดเย็น ก่อนจะคุกเข่าลงรายงานต่อหลินเฟยหรง
"จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน สายข่าวของตระกูลหลี่ที่รอรับสารอยู่ด้านนอกถูกเก็บกวาดสิ้นซากแล้ว"
หลินเฟยหรงพยักหน้ารับช้าๆ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดคลุมยาวสีดำปักลายหงส์ทองสะท้อนแสงไฟวับแวม ร่างระหงก้าวเข้าไปหาอาชิงที่กำลังนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดบนพื้น นางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอดีตคนสนิทด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบ
"ข้ารู้เรื่องที่พี่ชายของเจ้าตายมาโดยตลอด... และข้าก็รู้ด้วยว่า เจ้าแอบติดต่อกับตระกูลหลี่ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในจวนนี้" หลินเฟยหรงยิ้มมุมปาก "ที่ข้าเก็บเจ้าไว้ ก็เพราะอยากรู้ว่า... สุนัขที่เลี้ยงเชื่องๆ ตัวหนึ่ง จะกล้าเห่าหอนใส่เจ้าของได้นานแค่ไหนกัน"
อาชิงเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห่วน ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความแค้นและหวาดกลัวจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
อวิ๋นเซียวเดินเข้าไปใกล้หลินเฟยหรง โอบเอวบางของนางเข้าหาตัวด้วยความทะนุถนอม สายตาคมกรงเล็บพยัคฆ์มองศพตรงหน้าด้วยความรังเกียจ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"เจ้าช่างใจร้ายนัก... เฟยหรง" แม่ทัพหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "ขักชักกลัวแล้วสิว่า หากวันหนึ่งเจ้าเบื่อข้าขึ้นมา ข้าจะกลายเป็นศพรายต่อไปหรือไม่"
หลินเฟยหรงเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมสยบแทบเท้า รอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงพิษสงปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม
"ถ้าท่านทำตัวดี ท่านก็จะได้มีชีวิตอยู่ดูความสำเร็จของข้าต่อไป... ท่านแม่ทัพ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังกลับมาอยู่ในกำมือของทั้งสอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกกำแพงจวน พร้อมกับเพลิงประทัดสัญญาณสีแดงฉานที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าวยามวิกาล แสงไฟสีแดงฉาดฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษสาจนห้องทั้งห้องกลายเป็นสีเลือด
ลั่วเฉินพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ผิดไปจากวิสัยขององครักษ์ผู้สุขุม
"นายท่าน! ไม่ดีแล้วขอรับ! กองกำลังทหารหลวงนับหมื่นนายภายใต้การนำของ 'องค์ชายสาม' ปิดล้อมจวนของเราไว้หมดแล้ว!"
หลินเฟยหรงหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินนามนั้น
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กุหลาบหนามเงิน
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 46
การทรยศครั้งใหญ่
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!